ใครคิดว่าสัตว์อย่าง “นก-หนู-ปลา” อาจเป็นสิ่งช่วยพัฒนาระบบ “ไร้คนขับ” ให้ทำงานได้ดีในอนาคต

ที่ห้องวิจัยของมหาวิทยาลัย Harvard มีการใช้หนูทดลองตัวหนึ่งซึ่งถูกตั้งชื่อว่า จากัวร์ (Jaguar) เพื่อฝึกให้มันโยกคันโยก ถ้ามันโยกถูก มันจะทำให้สัญญาณเตือนดัง และได้รับก้อนน้ำตาลเป็นรางวัลจากนักทดลอง

การเล่นเกมของจากัวร์ เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองเกี่ยวกับระบบประสาทในสมองของสัตว์ เพื่อต่อยอดในการพัฒนาระบบ Artifical Intelligence ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อย่อว่า AI

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI กลายเป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้าง ไล่ตั้งแต่แวดวงการแพทย์ การเงินและธนาคาร ไปจนถึงวงการยานยนต์ ซึ่งอย่างหลังนี้เองก็มีความเกี่ยวข้องกับ AI ไม่น้อยไปกว่าวงการอื่น

และเมื่อพูดถึง AI ในวงการยานยนต์ ก็จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับระบบไร้คนขับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

 

 

กลับมาที่เรื่องของจากัวร์กันต่อ หนูทดลองตัวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์ชนิดเดียวที่ถูกนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาระบบ AI แต่ยังมีสัตว์อย่างปลา นก และสัตว์ชนิดอื่นๆ รวม 7 ชนิดด้วยกันที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

เรามาทำความรู้จักกับระบบ AI และเรื่องราวของจากัวร์กับเพื่อนๆ ในบทความนี้กันก่อนครับ…

 

 

ระบบ AI กับวงการยานยต์

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ตอนต้นว่า พูดถึง AI ในวงการยานยนต์ ก็จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับระบบไร้คนขับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ระบบปัญญาประดิษฐเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบคนขับ ในฐานะสมองกลที่รับหน้าที่ประมวลข้อมูลและตัดสินใจ

โดยทั่วไปแล้ว ระบบไร้คนขับจะเป็นการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยี 4 ได้แก่ Computer VisionDeep LearningRobotic, และ Navigation

ซึ่งนอกจากเทคโนโลยี Computer Vision ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนดวงตาของรถยนต์ไร้คนขับแล้ว AI แทบจะเข้าไปเกี่ยวข้องในทุกเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น

Deep Learning: สมองกลของระบบ

Robotic: การออกคำสั่ง

Navigation: ระบบนำทาง

(อ่านข้อมูลระบบไร้คนขับแบบเต็มๆ ที่: Tesla ปล่อยคลิป “รถยนต์ขับได้เอง” คนนั่งเฉยๆ ก็ไปถึงจุดหมาย แต่สงสัยไหมมันทำงานยังไง??)

 

 

แต่นอกจากระบบไร้คนขับแล้ว ทางฝั่งของค่ายรถเองก็พยายามที่จะเอาประโยชน์ของ AI มาช่วยในเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ด้วย

เช่น กล้องในรถ ตรวจดูสถานะคนขับ วัดระดับน้ำตาลของผู้ขับขี่ หรือแจ้งเตือนหากคนขับมีอาการเมื่อยล้าหรือผิดปกติ

 

ยกตัวอย่างความล้ำหน้าของทั้งระบบรถยนต์ไร้คนขับ และกล้องภายในรถของ Volvo คือส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการศึกษาในสิ่งมีชีวิตด้วย…

 

นก หนู และปลา และการพัฒนาระบบไร้คนขับ

เป็นเวลานานแล้วที่พวกสัตว์มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อย่างที่เห็นได้ชัดก็ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ที่ต้องใช้สัตว์ทดลองเป็นต้น

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่านักประสาทวิทยา จะพยายามศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาระบบสมองกลของคอมพิวเตอร์

 

 

Mackenzie Mathis นักประสาทวิทยาชื่อดัง ผู้อยู่เบื้องหลังการศึกษาพฤติกรรมของจากัวร์และเพื่อน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ว่า การศึกษาระบบประสาทของสัตว์เหล่านี้ มีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบ AI ได้

Mathis บอกว่าการที่รู้ว่าพวกสัตว์มีวิธีการเรียนรู้อย่างไร มันทำให้เธอเข้าใจวิธีสอนการเรียนรู้ให้กับคอมพิวเตอร์ด้วย

แต่การเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์ก็เป็นเพียงการลอกเลียนแบบเท่านั้น เพราะการทำงานของสมองที่แท้จริงซับซ้อนเป็นอย่างมาก

ดังนั้นแล้วนักวิทยาศาสตร์จึงพยายามที่จะหาวิธีให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ

 

Mackenzie Mathis นักประสาทวิทยาชื่อดัง

 

Robson และ Li นักวิทยาศาสตร์อีกคู่หนึ่งที่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของสมองกับ AI

พวกเขาซื้อรถ Tesla มาเมื่อปีที่แล้ว เพื่อทำการศึกษาระบบไร้คนขับของรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าดัง

พร้อมกันนั้นก็ได้ศึกษาการเคลื่อนที่ของปลาม้าลาย ที่หลบสิ่งกีดขวางในน้ำไปด้วย

ซึ่งไม่แน่ว่าสิ่งที่พวกเขาศึกษาอาจเป็นประโยชน์สำหรับ Tesla ในการพัฒนาระบบไร้คนขับของพวกเขา ให้สามารถหลบหลีสิ่งกีดขวางได้ดีขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

“ระบบไร้คนขับมีชุดคำสั่งมากมายจากข้อมูลขนาดใหญ่ หากคุณใช้การศึกษาทางชีววิทยามันจะเป็นเหมือนทางลัด และคุณสามารถแก้ปัญหานั้นได้โดยที่ไม่ต้องเอารถไปลองบนถนน” Robson ให้สัมภาษณ์

 

ปลาม้าลาย ที่ Robson และ Li ใช้ศึกษาการเคลื่อนไหว

 

อย่างไรก็ตามหากมองในอีกมุมหนึ่ง ยิ่งระบบ AI มีการพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ ประโยชน์การใช้งานของมันก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

และสิ่งที่จะตามมาก็คือรถยนต์ไร้คนขับที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยในรถที่ทำให้ลดการสูญเสียให้น้อยที่สุดตามไปด้วย

 

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าเหรียญมีสองด้าน และประเด็นเรื่องจริยธรรมก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้าง เพราะเมื่อวันที่โลกเราถูกขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษบ์แบบเต็มตัวแล้ว อาจเป็นเรื่องยากที่จะควบคุม

ตัวอย่างเช่น คำถามที่ว่า

“หากรถยนต์ที่เปิดระบบไร้คนขับ ชนคนเดินถนนจนเสียชีวิต ใครกันจะเป็นผู้รับผิดชอบ!?”

“ถ้าคนเดินถนนประมาท รถขับมาดีที่สุดแล้ว แต่เกิดการชนกัน รถจะผิดไหม!?”

นี่แค่ตัวอย่างของปัญหาต่างๆ ที่อาจจะตามมามากมาย และยังถกเถียงกันอย่างไม่จบสิ้น ซึ่งก็ต้องรอดูว่าในอนาคตจะมีมาตรฐานหรือกฎเกณฑ์อย่างไร

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับ..

 

ที่มา bloomberg, sas, carmagazine, thestandard

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!