“ใบโคลเวอร์ 4 แฉก” มาเป็นสัญลักษณ์ของรถหรู Alfa Romeo ได้อย่างไร!? ไม่ใช่แค่เรื่องโชคเท่านั้น..

รถยนต์แต่ละค่ายก็จะมี Logo ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และบ่งบอกตัวตนของค่ายนั้นๆ แต่ละโลโก้ก็จะรวมจุดเด่นของค่ายเข้าไป อย่างเช่น

Mercedes-Benz เป็นรูปดาว หรือ BMW เป็นรูปใบพัด หรือ Toyota เป็นห่วงสามอัน และมีความหมายแตกต่างกันไปดังนี้…

Info: 9 โลโก้แบรนด์รถยนต์ดัง มีความหมายอย่างไรบ้าง!?โลโก้ นอกจากจะช่วยให้เราแยกค่ายรถแต่ละค่ายได้แล้ว…

โพสต์โดย Magcarzine.com ข่าวสารยานยนต์ ให้คุณรู้จริงก่อนใคร เมื่อ วันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2019

 

อย่างที่เห็นว่าแต่ละค่าย ก็มีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับค่ายนั้นๆ ต่างกันออกไป…

แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ค่ายรถ Alfa Romeo ที่ทำตลาดในกลุ่มรถสปอร์ตภายใต้แบรนด์ Quadrifoglio ซึ่งแปลความหมายในภาษาอังกฤษได้ว่า “ใบโคลเวอร์ 4 แฉก” ทำให้เรางงๆ ว่าใบไม้นี้มาเกี่ยวข้องอะไรกับค่าย

อย่างที่เรารู้ สัญลักษณ์นี้ให้ความหมายเกี่ยวกับความโชคดี แต่เบื้องหลังของความเชื่อ ใบไม้วิเศษ กับรถของ Alfa Romeo ยังมีเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจซ่อนอยู่

 

 

ย้อนอดีตที่มาของชื่อ Alfa Romeo ค่ายรถจากเมือง Milan

จุดเริ่มต้นของ Alfa Romeo เกิดขึ้นเมื่อปี 1910 หลังจากที่ Cavalier Ugo Stella เข้าซื้อหุ้นของ Societa Italiana Automobili Darraq (หรือโรงงานผลิตรถยนต์ Darraq) ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศสที่มาทำตลาดในในอิตาลี

ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Anonima Lombarda Fabbrica Automobili หรือ A.L.F.A ที่มีความหมายแปลว่าโรงงานผลิตรถยนต์ Lombarda

(Lombarda คือชื่อของชนชาติพื้นเมืองในคาบสมุทรอิตาลีช่วงปี 568 ถึง 774)

 

ต่อมาปี 1915 ทางค่ายจะได้ร่วมงานกับ Nicola Romeo วิศวกรชาวอิตาเลี่ยน ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1

ซึ่งภายหลังความสามารถอันเก่งกาจของเขา ทำให้นามสกุลของเขาถูกนำมมาต่อท้ายอักษรย่อของชื่อโรงงาน กลายเป็น Alfa Romeo ในที่สุด

 

Nicola Romeo (กลาง) และ Enzo Ferrari ที่สนาม Monza ปี 1923 ซึ่งขณะนั้น Enzo ยังสังกัดทีมแข่งของ Alfa Romeo

 

โลโก้ของ Alfa Romeo ตั้งแต่เริ่มต้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน โดยฝั่งซ้ายเป็นสัญลักษณ์แถบแดงขาวคล้ายรูปไม้กาง แทนแถบธงของเมือง Milan ประเทศอิตาลี

ส่วนทางด้านขวา สัญลักษณ์รูปงูและคน คือตราประจำตระกูล Visconti ตระกูลดังแห่งเมือง Milan ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนเมืองแห่งนี้เช่นกัน

ดังนั้นโดยสรุปก็คือ โลโก้ของ Alfa Romeo จึงเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายถึงเมือง Milan เมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของทางค่าย

 

 

เมื่อโลโก้กำลังบอกเราถึงเมืองอันเป็นต้นกำเนิดของ Alfa Romeo และใบโคลเวอร์ก็ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเมืองนี้สักเท่าไหร่

ดังนั้นคำถามที่ตามมาคือ สัญลักษณ์แห่งความโชคดีมาอยู่บนรถของพวกเขาได้อย่างไร!?

 

จนกระทั่ง Alfa Romeo เริ่มเข้าสู่วงการแข่งรถ…

เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี 1919 หลังจากการแข่งรถต้องหยุดชะงักไปเพราะสงคราม ในที่สุดการแข่งรถเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง และค่ายรถจาก Milan เองก็สนใจเข้าร่วมแจมด้วยเช่นกัน

รถจาก Alfa Romeo สามารถสร้างชื่อในรายการแข่งขันหลายรายการ แต่ทว่าพวกเขาเองไม่เคยคว้าแชมป์ในรายการเมเจอร์ได้เลย จนกระทั่งรายการ Targa Florio ปี 1923

 

ALFA 40/60 HP

 

Ugo Sivocci นักแข่งเจ้าของฉายา “ที่ 2 ตลอดกาล” ผู้ไม่เคยคว้าแชมป์มาก่อนเลย สามารถเข้าป้ายคว้าชัยในรายการนี้ได้เป็นครั้งแรก

เขาสามารถเอาชนะเพื่อนร่วมทีมไปได้อย่างฉิวเฉียด และชัยชนะครั้งนั้น ยังเกิดขึ้นเพราะรถของคู่แข่ง Antonio Ascari  เกิดเสียก่อนเข้าเส้นชัยเพียง 200 เมตร

แบบนี้ถือว่าดวงดีรึเปล่า.. อาจจะใช่

แล้วรถของ Ugo ที่ลงแข่งรอบนั้น ดันบังเอิญติดสัญลักษณ์ใบโคลเวอร์ 4 แฉกบนพื้นหลังสีขาว ไว้ที่ด้านหน้ารถพอดิบพอดีอีก

ทำให้สัญลักษณ์แห่งความโชคดีนี้ เริ่มถูกค่ายจดจำมากขึ้นในฐานะเทพีนำโชค

 

Ugo Sivocci ในรายการ Targa Florio ปี 1923

 

ไม่กี่เดือนต่อมาหลังการคว้าแชมป์ Ugo นำ Alfa Romeo P1 รถรุ่นใหม่ไปทดสอบที่สนาม Monza circuit เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งรายการต่อไป แต่โชคร้ายที่ Ugo ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ใบโคลเวอร์ถูกพูดถึงอีกครั้ง เพราะรถที่ใช้ในการทดสอบครั้งนั้น ไม่มีสัญลักษณ์แห่งความโชคดีวาดติดเอาไว้ที่ตัวรถ เหมือนกับตอนที่เขาคว้าแชมป์ในรายการ Targa Florio

 

Ugo Sivocci นักแข่งจากทีม Alfa Romeo

 

Alfa Romeo P1 ของ Ugo Sivocci ที่ประสบอุบัติเหตุ

 

ทีม Alfa Romeo ต้องถอนตัวจากรายการแข่งที่ Monza ในปี 1923 ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปีถัดมา พร้อมรถในรุ่น P2 ที่ได้ Vittorio Jano นักออกแบบชื่อดังชาวอิตาเลียนเข้ามาช่วย

Alfa Romeo P2 อัพเกรดจากเครื่องยนต์ 6 สูบเดิม เป็นเครื่องยนต์ 8 สูบพ่วงซูปเปอร์ชาร์จ เพิ่มขุมพลังจากเดิม 95 แรงม้าเป็น 140 แรงม้า

และที่สำคัญคราวนี้พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะติดสัญลักษณ์ Quadrifoglio เอาไว้ที่ตัวรถด้วย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการระลึกถึง Ugo Sivocci นักแข่งที่ถูกยกให้เป็นตำนานของค่าย

 

Quadrifoglio สัญลักษณ์ที่เป็นมากกว่าเครื่องราง

Alfa Romeo P2

 

ปี 1963 ใบโคลเวอร์ 4 แฉกถูกนำไปใช้กับรถสปอร์ตของ Alfa Romeo เป็นครั้งแรก โดยใช้กับรถรุ่น Giulia TI Super ซึ่งเป็นการเอาซีดานของค่ายอย่าง Giulia มาอัพเกรดเครื่องยนต์ให้เร้าใจขึ้นกว่าเดิม

Giulia Quadrifoglio 1963

 

นอกจากสัญลักษณ์ Quadrifoglio สีเขียวแล้ว ในช่วงหนึ่งทางค่ายเองเคยใช้สัญลักษณ์ใบโคลเวอร์ 4 แฉกสีทอง หรือ Quadrifoglio Oro สำหรับรถที่มีการอัพเกรดอุปกรณ์ให้หรูหราขึ้น

อย่างเช่น Alfa Romeo  33 Quadrifoglio Oro

 

Alfa Romeo 33 Quadrifoglio Oro ปี 1984

 

จากจุดเริ่มต้นที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องของความเชื่อ ปัจจุบัน Quadrifoglio ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความแรงของค่ายรถสัญชาติอิตาเลี่ยนรายนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย

และไม่เพียงเท่านั้นจากเรื่องราวทั้งหมดยังชวนให้นึกถึงแชมป์เมเจอร์แรกของค่าย ในปี 1923 และนักขับที่เป็นตำนานอย่าง Ugo Sivocci ด้วยเช่นกัน…

 

ที่มา wikipedia (1),(2),(3),(4), alfaromeousa, alfaromeo, petrolicious

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!