Audi e-tron Sportback รถยนต์ไฟฟ้า 407 แรงม้า วิ่งไกล 446 กม. เร่ง 0-100 ใน 5.7 วินาที

หลังจากที่ Audi ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วย e-tron ที่เป็นรถฟูลไซส์เอสยูวีอยู่นาน ล่าสุดพวกเขาได้ปล่อยรถในตัวถังใหม่ออกมาแล้ว ในชื่อว่า e-tron Sportback ซึ่งครั้งนี้รถมาในตัวถังครอสโอเวอร์หลังคาลาดทรงคูเป้

 

Audi e-tron Sportback

 

การปรับตัวถังจากเอสยูวีมาเป็นแบบเอสยูวีคูเป้ นอกจากจะทำให้รถดูสปอร์ตขึ้นแล้วยังลดค่าเสียดทานจาก e-tron รุ่นเดิมให้รถมีความแรงขึ้นอีกด้วย

ด้านดีไซน์ก็ให้ความเรียบหรูตามสไตล์ของ Audi และยังคงเอกลักษณ์เดิมของ e-tron ที่มีความล้ำสมัยใส่เข้ามาให้เหมือนเดิม

 

มิติตัวถัง: 4,901 x 1,935 x 1,616 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)

 

ขุมพลัง

Audi e-tron Sportback จะมีให้เลือก 2 ขมพลังด้วยกัน เริ่มจาก…

 

รุ่น 50 quattro

มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดความจุ 71 kWh

ให้กำลังสูงสุด 312 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร

รถทำระยะทางได้ 347 กม. เมื่อชาร์จแบตเต็มหนึ่งครั้ง อิงจากมาตรฐาน WLTP

มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro

ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.8 วินาที โดยจำกัดความเร็วสูงสุไว้ที่ 190 กม./ชม.

 

 

รุ่น 55 quattro

มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดความจุ 95 kWh

ให้กำลังสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 561 นิวตันเมตร

ทำระยะทางได้ 446 กม. เมื่อชาร์จแบตเต็มหนึ่งครั้ง อิงจากมาตรฐาน WLTP

มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro

ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 6.6 วินาที โดยจำกัดความเร็วสูงสุไว้ที่ 200 กม./ชม.

 

ที่พิเศษ ในรุ่น 55 quattro นี้จะมี Boost Mode ที่ช่วยทำให้มอเตอร์ทำงานได้แรงขึ้นเป็น 407 แรงม้า

และย่นเวลาของอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ลงมาเหลือที่ 5.7 วินาที

 

 

Audi e-tron รองรับการชาร์จแบบ Fast Charge กระแสไฟสูงสุด 120 kW ในรุ่น 50 quattro และ 150 kW ในรุ่น 55 quattro

โดยชาร์จจาก 10-80% จะใช้เวลาที่ประมาณ 30 นาที

 

 

ภาพภายใน

 

มาพร้อมกับ Infotainment จอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง

 

ติดตั้งเบาะแบบ 5 ที่นั่ง

 

ที่เก็บสัมภาระท้ายรถความจุ 615 ลิตร และจะเพิ่มเป็น 1,655 ลิตรหากพับเบาะแถวหลังทั้งหมด

 

ราคาเริ่มต้นของ Audi e-tron Sportback ที่เยอรมนีตั้งเอาไว้ที่ 71,350 ยูโร (ราว 2.39 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)

ซึ่งตอนนี้ได้เปิดให้สั่งจองแล้วนี้สำหรับลูกค้าในตลาดยุโรปแล้ว โดยมีแผนจะส่งมอบรถในปีหน้าเป็นต้นไป

 

.

 

ที่มา: audi, carscoops

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...