เรื่องราวและความหมายของ “16 โลโก้แบรนด์รถยนต์” คุณรู้จัก และเข้าใจมันมากแค่ไหน!?

บนโลกของเรามีผู้ผลิตรถยนต์อยู่หลายเจ้า และสิ่งที่ทำให้เราแยกความต่างของแบรนด์ได้ก็คงหนีไม่พ้น “โลโก้” ที่ติดอยู่บนตัวรถ

นอกจากจะสร้างการจดจำให้แก่ลูกค้า ทำให้แยกแยะออกง่ายขึ้นแล้ว โลโก้ยังเป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกตัวตนของผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์นั้นๆ ได้อีกด้วย

แต่รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์รถยนต์บางแบรนด์นั้น มีความหมายหรือที่มาอันลึกซึ้ง ซ่อนอยู่ในตัวโลโก้ที่ผู้อ่านอาจจะไม่คาดคิดมาก่อน

และทาง MagCarZine จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักพวกมันให้มากขึ้นครับ…

 

Audi

 

อย่าเข้าใจผิด ห่วง 4 ห่วงนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกแต่อย่างใด…

แต่มันเกิดจากการรวมตัวกันของ 4 ผู้ผลิตรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้แก่ Audi, DKW, Horch และ Wanderer ในปี 1932

การรวมตัวนี้กลายมาเป็นบริษัทที่ชื่อว่า Auto Union ที่เน้นสร้างรถแข่งอย่างเดียว โดยที่ 4 แบรนด์ที่เหลือก็ใช้ชื่อและโลโก้ของตนเองในการผลิตรถยนต์ออกขายเหมือนเดิม

จนกระทั่งในปี 1985 Auto Union ได้ปิดตัวลง ค่ายที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง Audi ก็สานต่อโลโก้นี้มาใช้จนถึงทุกวันนี้

 

BMW

 

BMW (Bavarian Motor Works) กำเนิดขึ้นที่แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี และแคว้นนี้ก็ใช้สีขาว-ฟ้า เป็นสีประจำแคว้น ทางแบรนด์จึงนำสีขาว-ฟ้ามาใส่ไว้ตรงกลางของโลโก้เพื่อบ่งบอกรากเหง้าของแบรนด์นั่นเอง

 

ภาพของธงประจำแคว้นบาวาเรีย

 

Chevrolet

 

โลโก้ของ Chevrolet นั้นมีชื่อเรียกว่า “Bowtie” ซึ่งที่มาของมันนั้นมีหลายเรื่องเล่าเลยทีเดียว

เรื่องเล่าแรกคือ William C. Durant ผู้ร่วมก่อตั้ง Chevrolet บอกไว้ในหนังสือประวัติของแบรนด์ว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากวอลเปเปอร์ใจากโรงแรมในฝรั่งเศสที่เขาได้ไปพัก

แต่อีกเรื่องเล่าคือภรรยาของ William บอกว่าสามีของเขาเปิดเจอสัญลักษณ์ที่คล้ายกันนี้ในหนังสือพิมพ์

ส่วนเรื่องเล่าสุดท้าย(มีเยอะจริงๆ) เผยว่าโลโก้นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากกากบาทบนธงชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่เกิด William ของผู้ก่อตั้ง Chevrolet

ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าที่มาที่แท้จริงของโลโก้นี้คืออะไรกันแน่

ส่วนตัวโลโก้ Bowtie ก็ถูกปรับรูปลักษณ์มาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เป็นสีขาวดำ ถูกปรับมาเป็นสีฟ้า และกลายมาเป็นสีทองอร่ามในปัจจุบัน อย่างในรูปด้านล่างนี้…

 

Chevrolet Logos 1911-2011

 

Ferrari

 

Enzo Ferrari ผู้ก่อตั้ง Ferrari เคยเป็นนักแข่งและวิศวกรในสังกัดค่ายรถ Alfa Romeo มาก่อน

และเมื่อปี 1923 หลังจากที่เขาคว้าชัยได้ที่สนาม Savio Circuit เขาได้มีโอกาสพบกับขุนนางสองคน

สองคนนั้นเป็นพ่อแม่ของ Francesco Baracca วีรบุรุษนักบินชื่อดังของกองทัพอากาศอิตาลี ที่สร้างชื่อในสงครามโลกครั้งที่ 1

ซึ่งบังเอิญอีกว่าเครื่องบินรบของเขานั้นมีสัญลักษณ์ม้าป่าถูกวาดอยู่ข้างเครื่อง

Baracca ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว แต่สองขุนนางผู้เป็นพ่อแม่ได้บอกกับ Enzo ว่าให้นำรูปม้าป่านี้ไปติดบนรถแข่งของเขาสิ มันจะนำโชคดีมาให้

Enzo จึงนำมันมาใช้บนรถแข่งของเขาจริงๆ ก่อนที่จะกลายมาเป็นโลโก้ของแบรนด์ Ferrari ที่เขาแยกออกมาสร้างทีหลัง

โดยม้าป่าจะอยู่ในพื้นหลังสีเหลืองที่เป็นสีประจำเมือง Modena บ้านเกิดของ Enzo

ส่วนสีเขียว ขาว แดง ด้านบนคือสีธงชาติอิตาลีนั่นเอง

 

Francesco Baracca นักบินวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวอิตาลี ผู้มีม้าป่าติดอยู่ข้างเครื่องบิน เป็นที่มาของโลโก้ Ferrari

 

Ford

 

โลโก้ของ Ford นั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ นอกจากการนำชื่อแบรนด์มาเป็นโลโก้โดยตรง

พวกเขาเคยใช้คำว่า Ford Motor Co. Detroit, Mich ในโลโก้ตัวแรกของแบรนด์ ก่อนจะปรับมาเป็นคำว่า Ford เฉยๆ และเริ่มนำตัวหนังสือเข้ามาอยู่ในกรอบเมื่อปี 1912

จากนั้นโลโก้ก็คล้ายเวอร์ชันเดิม เพียงแต่ถูกปรับให้ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ จนมาเป็นแบบที่ใช้อยู่ในทุกวันนี้

 

 

Honda

โลโก้ตัว H นั้นบ่งบอกถึงชื่อ Honda และการที่อยู่ในในกรอบสี่เหลี่ยมคางหมูสีเงินก็สื่อถึงความแข็งแกร่ง ทนทาน น่าเชื่อถือ ตามคาแร็กเตอร์ของรถที่พวกเขาพยายามสื่อสารออกมา

 

Hyundai

 

คุณอาจจะคิดว่า Hyundai ใช้ตัว H ที่เป็นอักษรแรกของชื่อแบรนด์มาใช้เป็นโลโก้เหมือน Honda

แต่จริงๆ แล้วมันลึกล้ำกว่านั้น แท้จริงแล้วโลโก้ถูกดีไซน์มาจากคนสองคนกำลังจับมือกัน มีความหมายแฝงไว้ว่าผู้ผลิต และลูกค้าจะจับมือและเติบโตไปด้วยกัน

 

 

Lamborghini

 

ในปี 1962 Ferruccio Lamborghini (ผู้ก่อตั้ง Lamborghini) ได้ไปเยี่ยมชมฟาร์มต่อสู้วัวกระทิงของ Don Eduardo Miura

เขาจึงได้แรงบันดาลใจจากความแข็งแกร่งและพละกำลังของสัตว์ชนิดนี้ เขาจึงนำมาเป็นโลโก้ให้กับแบรนด์รถยนต์ของตน และตั้งชื่อรุ่นรถของเขา ด้วยชื่อของนักสู้วัวกระทิงอีกด้วย

 

Mazda

 

โลโก้ปัจจุบันของ Mazda ถูกเริ่มใช้ในปี 1998 มันคือตัว M ที่ถูกวาดออกมาเหมือนปีก สื่อถึงการบินไปยังอนาคตของ Mazda ด้วยปีกที่ว่านี้

เมื่อมองเข้าไปจะเห็นร่องตรงกลางที่เปรียบเหมือนตัว V ที่สื่อถึงความสร้างสรรค์, ความยืดหยุ่น และความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่ตั้งใจจะไปหาเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้

ส่วนกรอบที่ล้อมรอบนั้นแสดงถึงว่า บริษัทพร้อมแล้วที่จะสยายปีกเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

 

Mercedes-Benz

 

ย้อนกลับไปในปี 1909 Mercedes ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนกของบริษัทผลิตรถ Daimler-Motoren-Gesellschaft (DMG) กำลังต้องการเครื่องหมายการค้าสักอย่างมาเป็นโลโก้แบรนด์

ในตอนนั้น ลูกชายของ Gottlieb Daimler (ผู้ก่อตั้ง DMG ที่เสียชีวิตไปแล้วในปี 1900) ได้ไปพบโปสการ์ดที่พ่อของเขาส่งให้แม่ในปี 1872

ในโปสการ์ดนั้น Daimler ได้วาดดาวสามแฉกเอาไว้ และเขียนบรรยายว่าสักวันหนึ่งดาวดวงนี้จะส่องแสงเหนือโรงงานของเขาและนำความเจริญมั่งคั่งมาสู่บริษัทได้

ลูกชายของ Daimler จึงเสนอให้นำดาวสามแฉกมาเป็นเครื่องหมายการค้าของ Mercedes นับตั้งแต่นั้น

DMG ได้นำดาวสามแฉก และสี่แฉก ไปจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า แต่สุดท้ายก็เลือกใช้เพียงดาวสามแฉก

เพราะนอกจากมันจะมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อตั้งแล้ว มันแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของ DMG ที่ต้องการให้มอเตอร์ของเขาใช้งานได้กับทั้ง 3 พาหนะ ได้แก่ บนพื้นดิน ทางน้ำ และทางอากาศนั่นเอง

 

Nissan

 

โลโก้ปัจจุบันของ Nissan ได้แรงบันดาลใจหลังจากเข้าไปควบคุมกิจการของ DAT Motors หรือ Datsun

โลโก้ของ Datsun ตอนนั้นเป็นคำว่า Datsun ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงิน วางอยู่บนวงกลมสีแดง ซึ่งบ่งบอกถึง “อาทิตย์อุทัย” เหมือนกับธงชาติญี่ปุ่น

Nissan จึงนำรูปแบบนั้นมาใช้บ้าง โดยใช้คำว่า Nissan บนสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีวงกลมอยู่รอบในสีเงิน และปรับให้ดูทันสมัยขึ้นเพื่อบ่งบอกตัวตนในสินค้าของพวกเขา

 

โลโก้ของ Datsun ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Nissan

 

Porsche

 

โลโก้ของ Porsche นั้นบ่งบอกถึงเมือง Stuttgart ในเยอรมนี ที่ซึ่งเป็นเมืองเกิดของแบรนด์รถยนต์แบรนด์นี้

เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่โด่งดังเรื่องฟาร์มม้า และใช้ม้าเป็นตราสัญลักษณ์ประจำเมือง Porsche จึงหยิบมาใส่กลางโลโก้ พร้อมกับชื่อของเมือง

ส่วนเขากวางและสีดำ-แดงลายทาง ที่อยู่รอบม้านั้น เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงอาณาจักร Württemberg ที่ในอดีต Stuttgart คือเมืองหลวง ก่อนจะถูกรวมประเทศเป็นเยอรมนีในภายหลัง

 

Subaru

 

Subaru ในภาษาญี่ปุ่นนั้นมีความหมายว่า “กลุ่มดาวลูกไก่” ที่มี 7 ดวง พวกเขาจึงใช้โลโก้เป็นกลุ่มดาว

แต่จะสังเกตุเห็นได้ว่าโลโก้ของ Subaru นั้นมีแค่ 6 ดวง เพราะคนทั่วไปจะมองเห็นกลุ่มดาวลูกไก่ได้เพียง 6 ดวงเท่านั้นเอง ช่างละเอียดเสียจริงๆ

 

Tesla

 

Elon Musk เคยโพสต์ทวิตเตอร์ เล่าถึงที่มาของโลโก้ Tesla ว่ามีที่มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกนำมาตัดให้เหลือเป็นเพียงตัว T ซึ่งบ่งบอกความเป็น Tesla ที่เป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

 

 

Toyota

 

โลโก้ของ Toyota เป็นวงรีสามชิ้นทับซ้อนกัน ซึ่งมันสามารถแปลงเป็นอักษรได้ทุกตัวของคำว่า Toyota แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าโลโก้นี้มีความหมายมากกว่านั้น

 

ตัวอย่างการแปลงเป็นอักษณ TOYOTA

 

ทาง Toyota ได้เผยว่าวงรีสองอันที่ซ้อนกันด้านในหมายถึงการผนึกหัวใจของลูกค้า และหัวใจของรถโตโยต้าเข้าด้วยกัน

วงรีใหญ่ที่ล้อมกรอบด้านนอกให้มีพื้นที่ว่างในวงกลมนั้น มีความหมายว่า Toyota จะพัฒนาเทคโนโลยีของพวกเขาให้ก้าวหน้าไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย

 

Volkswagen

 

แม้จะเป็นหนึ่งในเครือผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ที่มาของ Volkswagen นั้นมีที่มาที่เรียบง่ายสุดๆ

พวกเขาใช้ตัวอักษรย่อของชื่อแบรนด์ V สำหรับ Volks (แปลว่า “คน” ในภาษาเยอรมัน) และ W สำหรับ Wagen (แปลว่า “รถ”) และมีกรอบวงกลมล้อมรอบ เปรียบเหมือนคนที่กำลังอยู่ในรถนั่นเอง

 

หวังว่าบทความเรื่องความหมายของโลโก้นี้ จะช่วยเติมเต็มความรู้ในด้านยานยนต์มากขึ้น (รวมถึงเอาไปโม้ให้เพื่อน ให้สาวๆ ฟังได้อีก)

ผู้อ่านชอบที่มาของโลโก้ตัวไหนบ้าง สามารถคอมเมนต์เข้ามาเล่าให้ผมฟัง และร่วมพูดคุยกันต่อได้เช่นกันนะครับ…

 

ที่มา: gearpatrol, businessinsider, electrek

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...