เมื่อวันที่ 22 เมษายาน 2019 ที่ผ่านมา ช่องยูทูบอย่างเป็นทางการของ Tesla ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นการทำงานของรถยนต์ไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบ

ภายในคลิปวิดีโอที่คุณผู้อ่านกำลังจะได้ชมต่อไปนี้ ได้แสดงภาพของรถที่วิ่งเองตามเส้นทาง ซึ่งถูกป้อนโดยผู้ใช้งานรถ ว่าต้องการให้รถวิ่งไปที่ไหน

 

 

ความล้ำหน้าของระบบไร้คนขับ ทำให้มันกลายเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการรถยนต์

และด้วยเหตุนี้เอง MagCarZine.com ก็อยากจะนำผู้อ่านไปพบกับเรื่องราวของระบบรถยนต์ไร้คนขับกันแบบเจาะลึก รวมถึงความเป็นไปได้ที่มันจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราในอนาคตด้วย!!

 

 

รู้จักกับระบบไร้คนขับ

ระบบไร้คนขับไม่ใช่เรื่องที่จะเพิ่งเกิดขึ้นในวงการยานยนต์ แต่มันเริ่มต้นมาได้ซักพักใหญ่ๆ แล้ว

ซึ่งมีการเรียกระบบที่ว่านี้แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น Autonomous car, Driverless car หรือ Robotic car 

แต่ไม่ว่าคุณจะรู้จักมันในชื่อไหน โดยรวมๆ แล้วระบบไร้คนขับก็คือการนำเทคโนโลยี 4 อย่างมาทำงานร่วมกัน  ซึ่งได้แก่ Computer Vision, Deep Learning, Robotic, และ Navigation

ถึงตอนนี้อย่าเพิ่งงงนะครับ ผมจะค่อยๆ อธิบายว่าเทคโนโลยีทั้ง 4 มันคืออะไรบ้าง

 

hayo.io

 

แล้วเทคโนโลยีทั้ง 4 นี้มันคืออะไรกันนะ??

 

Computer Vision ดวงตาของระบบไร้คนขับ

เทคโนโลยีนี้จะทำให้รถสามารถรับรู้ได้ว่ามีอะไรอยู่รอบๆ บ้าง ซึ่งอุปกรณ์ที่จะนำมาเป็นดวงตาของรถก็ได้แก่ กล้องมองภาพ และ Lidar Unit หรือ Radar Sensors 

 

Deep Learning สมองของระบบไร้คนขับ

หลังจากที่ได้ข้อมูลของวัตถุต่างๆ รอบตัวรถจาก Computer Vision มาแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ ว่ารถกำลังวิ่งอยู่ในเลนหรือเปล่า มีคนเดินตัดหน้าหรือไม่

 

ภาพของท้องถนนจากมุมมองของรถไร้คนขับ ว่ารถนั้นมองเห็นอะไรบ้าง

 

Robotic ส่งคำสั่งไปยังส่วนต่างๆ ของรถ

หลังจากที่คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการส่งคำสั่งไปยังระบบต่างๆ ของรถ

ตัวอย่างเช่น มีการประมวลผลว่าตอนนี้รถกำลังวิ่งอยู่ในเขตชุมชน ระบบก็จะทำการออกคำสั่งให้ลดความเร็วลง

หรือตอนนี้รถกำลังวิ่งออกนอกเลน ก็จะมีคำสั่งทำให้รถกลับเข้ามาในเลนตามเดิม

 

Navigation ระบบนำทาง

จะเป็นการนำข้อมูลของแผนที่มาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อให้รถสามารถเลือกใช้เส้นทางที่เหมาะสมได้

 

 

อุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยเทคโนโลยีทั้ง 4 และทำให้รถวิ่งได้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 หนังสือพิมพ์ New York Time ได้พูดถึงระบบรถยนต์ไร้คนขับ ผ่านบทความแบบเจาะลึก The Race for Self-Driving Cars

New York Time อธิบายว่าอุปกรณ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบไร้คนขับนั้นประกอบด้วย

1. กล้องถ่ายภาพ จะใช้ในการตรวจหาตำแหน่งของวัตถุ สัญญาณไฟจราจร รวมไปถึงวัตถุที่เคลื่อนไหวอย่างเช่นคนเดินเท้า หรือจักรยาน

 

www.nytimes.com

 

2. Lidar Unit หรือ Radar Sensors จะทำหน้าที่ในการตรวจจับวัตถุที่อยู่รอบๆ รถ แบบ 360 องศา

โดยหลักการทำงานของ Lidar Unit ก็คือการปล่อยลำแสงเลเซอร์ออกไป จากนั้นตัวเซนเซอร์จะทำการวัดระยะห่างของตัวรถกับวัตถุจากลำแสงที่สะท้อนกลับมา

ส่วน Radar Sensors จะใช้หลักการทำงานคล้ายกัน แต่จะเปลี่ยนจากลำแสงเลเซอร์ เป็นคลื่นวิทยุแทน

ซึ่งการจะเลือกใช้ Lidar Unitหรือ Radar Sensors ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละราย

 

3. คอมพิวเตอร์ประมวลผล จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดจากตัวเซ็นเซอร์ (Lidar Unit หรือ Radar Sensors) เพื่อประมวลผล

 

 

หากสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ…

กล้องถ่ายภาพ และ Lidar Unitหรือ Radar Sensors จะเกียวข้องกับเทคโนโลยี Computer Vision

คอมพิวเตอร์ประมวลผล จะเกี่ยวกับเทคโนโลยี Deep Learning, Robotic และ Navigation นั่นเอง

 

ระบบไร้คนขับกับ Tesla

พูดเรื่องระบบไร้คนขับไปเยอะแล้ว ทีนี้มาเข้าถึงรถ Tesla ที่อุตส่าห์ทำคลิปมาโปรโมตจนกลายเป็นกระแสดังไปในตอนต้น

สำหรับระบบไร้คนขับของ Tesla นั้นจะเป็นแบบ Full Self-Driving Capability หรือระบบไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบ ที่จะทำให้รถเร่งความเร็วได้ เบรคอัตโนมัติได้เมื่อมีวัตถุอยู่ด้านหน้า และเปลี่ยนเลนเองได้

ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลว่าสามารถใช้งานได้ในขณะที่รถวิ่งอยู่บนทางด่วน และเส้นทางที่ไม่มีไฟจราจร (*เมษายน 2019)

แต่ในเร็วๆ นี้จะมีการเพิ่มระบบตรวจจับสัญญาณไฟจราจร และทำให้ระบบไร้คนขับสามารถใช้งานในเมืองได้

 

 

แต่ไม่ได้มีแค่ Tesla เท่านั้นที่มีรถไร้คนขับ

ไม่ได้มีเพียง Tesla เท่านั้นที่พัฒนาระบบไร้คนขับ แต่ยังมียักษ์ใหญ่ทางด้านยานยนต์อีกมากที่ทุ่มงบหลายล้านเหรียญเพื่อพัฒนาระบบนี้

และยังยักษ์ใหญ่จากวงการอื่นเข้ามาแจมด้วย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในแวดวงเทคโนโลยีอย่าง Google, Baidu ไปจนถึงบริษัทที่ขึ้นชื่อในเรื่องของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่าง Intel

 

 

ระบบไร้คนขับ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ระบบไร้คนขับนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่นวัตกรรมสุดล้ำเท่านั้น แต่มันยังเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกนี้อีกด้วย ซึ่งประโยชน์จากที่เราจะได้รับนั้นอาจแบ่งเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

 

1. ความปลอดภัยบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น

ลองนึกภาพดู หากรถทุกคันที่วิ่งอยู่บนท้องถนนเป็นระบบไร้คนขับทั้งหมด อุบัติเหตุบนท้องถนนอาจจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากว่าทุกคัน สามารถตรวจจับรถ และวัตถุบนท้องถนนได้ ก่อนที่จะกำหนดความเร็วให้เหมาะสมได้

หรือพูดง่ายๆ ก็คือรถสามารถพูดคุยกันได้นั่นเอง และเมื่อทุกคันสื่อสารกันได้ ย่อมลดอุบัติเหตุให้เหลือน้อยที่สุด!!

 

 

2. การจราจรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจไม่ต้องมีไฟแดงก็ได้!!

เมื่อรถทุกคันสามารถปรับความเร็ว และหยุดได้เอง การเคลื่อนที่ของรถบนถนนก็จะไหลลื่นมากยิ่งขึ้น และเมื่อรถสามารถวิ่งได้เอง หยุดได้เองคราวนี้สัญญาไฟจราจรก็คงจะไม่จำเป็นแล้ว

ข้อดีนี้อาจส่งผลต่อการแก้ปัญหารถติดได้ด้วย โดยมีการคาดการณ์ว่า หากรถยนต์ไร้คนขับสามารถใช้ได้จริงในอนาคต จะทำให้เราประหยัดเวลาในท้องถนนได้รวมๆ 1,000 ล้านชั่วโมงต่อวัน!!

 

 

3. การใช้เชื่อเพลิงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเลือกใช้เส้นทางผิด นอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอีกด้วย แต่สำหรับรถยนต์ไร้คนขับแล้วปัญหาที่ว่านี้แทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

เนื่องจากว่ามันมีระบบนำทางที่จะเลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด และรถน้อยที่สุดนั่นเอง

ขณะที่คันอื่นซึ่งกำลังจะเข้ามาในเส้นทางที่รถติด เมื่อได้รับการแจ้งข้อมูลจากรถในเส้นทางนั้น ระบบก็จะหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

 

 

และประโยชน์ในส่วนนี้อาจจะส่งเสริมให้มีการนำรถไร้คนขับมาใช้เป็นแท็กซี่มากขึ้นได้

อย่างที่ล่าสุด Elon Musk ได้ออกมาประกาศโปรเจ็กต์แท็กซี่ไร้คนขับ 1,000,000 คัน ในงาน Tesla Autonomy Day 2019 ที่ผ่านมา

โดยเขาระบุว่าค่าเชื้อเพลิงของแท็กซี่ไร้คนขับ Tesla นั้น จะอยู่ที่ 5-6 บาทต่อ 1 ไมล์ (1.6 กม.)

ในขณะที่แท็กซี่ธรรมดาจะอยู่ที่ ราว 60-100 บาท ต่อ 1 ไมล์

(เรื่องนี้อ่านเพิ่มเติมที่: สรุปข้อมูลแท็กซี่อัจฉริยะจาก Elon Musk ที่ตั้งใจจะทำให้ได้ 1,000,000 คันในภายในปีหน้า)

 

InTax ผู้ให้บริการแท็กซี่จากประเทศเยอรมนี ที่นำ Tesla Model X ไปตัดแปลงเป็นรถแท็กซี่เพื่อให้บริการ

 

คุณคิดว่า “รถยนต์ไร้คนขับ” มันจะเปลี่ยนโลกของเราไปได้มากเพียงใด??

คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นมันวิ่งจริงๆ เกลื่อนถนนในอนาคตอันใกล้หรือไม่??

หรือคิดเห็นอย่างไรกับระบบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ??  มาร่วมพูดคุยกันได้เลยครับ..

 

ที่มา nytimes, robotsforroboticists, businessinsider, tesla

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!