สำนักข่าว Mirror ได้ออกมารายงานว่า ระบบขับกึ่งอัตโนมัติของรถ Tesla ที่เรียกกันว่า Autopilot ได้ช่วยชีวิตสองครอบครัว 8 ชีวิต หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อต้นโอ๊กอายุ 400 ปี ล้มลงมาใส่ถนนหลังพายุถล่มที่อังกฤษอย่างหนัก

 

 

เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่เมือง Dorset ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ โดยมี Laurence Sanderson เป็นผู้อยู่หลังพวงมาลัยขณะเกิดเหตุ

เขาเล่าถึงเหตุการณ์ว่า ระหว่างที่ขับ Model X กลับจากทริปกับภรรยาและลูกสามคน ได้เกิดพายุขึ้นระหว่างทาง และทำให้ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ก็ล้มลงมาบนถนนที่เขากำลังขับผ่าน

 

 

แต่ปรากฎว่าเซนเซอร์บนระบบ Autopilot สามารถจับภาพวินาทีที่ต้นไม้ขนาดใหญ่กำลังเอนเอียงลงมาจากข้างถนนได้อย่างทันท่วงที และเบรกรถให้อัตโนมัติก่อนที่เจ้าตัวจะทำการเบรกด้วยตัวเอง

ทำให้รถสามารถเบรกได้ทัน และต้นไม้หล่นมาทับถึงแค่บริเวณฝากระโปรงหน้าเท่านั้น และไม่มีใครในรถบาดเจ็บ

“หากเบรกช้าไปเพียง 2 วินาที พวกเราคงถูกทับไปแล้ว และผมไม่คิดว่าปฏิกิริยาของผมจะรวดเร็วถึงขนาดที่เหยียบเบรกได้ทันเวลาด้วย รถคันนี้ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ ถ้าไม่มีมันพวกเราคงตายไปแล้ว” Sanderson กล่าวกับ Mirror

 

 

และไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรืออย่างไร เพราะรถที่กำลังจะขับสวนมาก็ดันเป็น Tesla Model X เช่นกัน และเขาก็ถูกช่วยชีวิตไว้โดย Autopilot ด้วย

 

 

Josh Whitelock ผู้อยู่หลังพวงมาลัย Model X คันสีขาวกับคุณแม่และแฟนสาว เผยว่าเขากำลังอยู่ระหว่างกลับบ้านโดยที่เปิดระบบ Autopilot ไปด้วย

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เหมือนกับที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ซึ่งก็คือพายุทำให้ต้นไม้ล้มทับลงมา และระบบ Autopilot ก็เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติได้ทันท่วงที ทำให้คนในรถปลอดภัยทุกคน

Whitelock กล่าวว่ามันเหมือนกับปาฏิหาริย์ ซึ่งเขาได้ขอบคุณ Tesla ที่สร้างรถดีๆ ขึ้นมา และช่วยชีวิตคนได้ถึง 8 ชีวิตในเคสนี้

 

สภาพรถทั้งสองคันหลังเกิดเหตุ

 

ที่มา: mirror, electrek

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...