เปิดใจ Bjørn Nyland ยูทูบเบอร์รถไฟฟ้าคนไทย ดังไกลจนฝรั่งยอมรับ (Tesla ยังส่งรถให้ใช้ฟรี!!)

หากให้พูดถึงยูทูบเบอร์ที่เลือกทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างจริงจังแล้ว หนึ่งในคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น Bjørn Nyland 

 

เขาโด่งดังขนาดไหน?

เขาโด่งดังถึงขนาดที่ Tesla เคยมอบรถ Model X และ Model S ให้เขาฟรีๆ รุ่นละ 1 คันก่อนหน้านี้

ช่อง Bjørn Nyland มียอดวิวรวมทุกวิดีโอ 75 ล้านวิว มีผู้ติดตามบนยูทูปถึงกว่า 167,000 คน  ซึ่งเรียกได้ว่าน่าทึ่งมากๆ กับการที่มุ่งเน้นไปแค่คอนเทนต์เกี่ยวกับ Tesla และ EV ล้วนๆ

ขณะที่ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เขากำลังจะได้รับ Tesla Roadster รถค่าตัว 6 ล้านบาท อีกถึง 2 คันแบบฟรีๆ !!

 

Bjørn Nyland หนึ่งในยูทูบเบอร์ด้าน EV ที่โด่งดังที่สุด

 

และสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นคอนเทนต์ของ Bjørn Nyland ทำวิดีโอเกี่ยวกับ EV ในประเทศไทย และเราได้เห็นเขาอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ 

ทำให้เราได้ทราบว่า แท้จริงแล้ว Bjørn Nyland หรือชื่อเล่นว่า คุณตาม เกิดในประเทศไทย แต่ย้ายไปอาศัยอยู่ที่นอร์เวย์ตั้งแต่ 4 ขวบ

และสิ่งที่ทำให้เราสนใจที่จะพูดคุยกับคุณตามก็คือ เขาได้ทำการซื้อ MG ZS EV มาใช้งานในประเทศไทยทันที หลังจากที่รู้ว่า MG คือรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาจับต้องได้มากที่สุดในไทยตอนนี้

เราจึงเห็นโอกาสอยากที่จะสัมภาษณ์พูดคุยกับคุณตาม ซึ่งทางคุณตามก็ตอบกลับมาและให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับตัวเขาและการใช้ EV ในบ้านเราว่าแตกต่างกับนอร์เวย์อย่างไรบ้าง

 

ช่อง Bjørn Nyland มีผู้ติดตามกว่า 167,000 คน และยอดวิวรวมกว่า 75 ล้านวิว

 

และเขาเพิ่งทำวิดีโอออกมาอธิบายว่าทำไม Tesla ถึงควรเข้ามาทำตลาดที่บ้านเราด้วย

 

มารู้จักกับ Bjørn Nyland กันให้มากขึ้นก่อน

Bjørn Nyland : ผมเป็นยูทูบเบอร์แบบเต็มตัว วิดีโอที่ผมทำหลักๆ จะเกี่ยวกับ EV

ในนอร์เวย์ที่ผมอยู่ ผมเป็นเจ้าของ Tesla Model 3 Performance และประเทศที่ผมเกิดมาอย่างไทยผมเป็นเจ้าของ MG ZS EV

รถ EV คันแรกของผมคือ Tesla Model S P85 ที่ซื้อมาในปี 2013 จากนั้นผมก็ใช้งานไปราวๆ 500,000 กม. (แต่ขายไปแล้ว)

ก่อนหน้านี้ผมทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ จนกระทั่งในปี 2017 ผมตัดสินใจออกจากงานแล้วมาเป็นยูทูบเบอร์เต็มตัว

 

MG ZS EV คือรถที่คุณตามตัดสินใจซื้อใช้ที่เมืองไทย

 

Tesla Model 3 และ MG ZS EV แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

Bjørn Nyland : Tesla Model 3 Performance คันปัจจุบันผมขับมา 8 เดือนโดยใช้งานไปราว 43,000 กม. ส่วน MG ZS EV ผมขับไปได้ประมาณ 1,000 กม.

สิ่งที่ทั้งสองคันมีเหมือนกันคือระบบ Advance Mobile App ที่สามารถสั่งงานรถของเราได้ผ่านแอพฯ เช่น ล็อก/ปลดล็อกรถ สั่งเปิดแอร์ก่อนถึงรถ เป็นต้น

ถึงอย่างนั้น Model 3 ก็ยังเป็นรถที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในโลกในปี 2019 นี้ รวมถึงเรื่องความแรงที่ทิ้งห่างรถใน Segment เดียวกันทุกรุ่น

แม้ MG ZS EV จะให้ความรู้สึกที่แรงกว่ารถน้ำมัน แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบ Model 3 ที่อยู่ในระดับ Sports Car ได้ครับ

นอกจากนี้ยังมีระบบ Autopilot ที่ทำออกมาได้ดีกว่า และหน้าตาของ User Interface บนรถก็ทำออกมาได้ดีกว่า รวมถึง

แต่ MG ZS EV ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ เพราะรถถูกใส่ระบบ Liquid Cooled Battery ซึ่งเป็นระบบระบายความร้อนให้แบตเตอรี่ที่แม้แต่ Tesla หรือ EV รุ่นอื่นๆ ก็ไม่มีให้

รวมถึงความจุด้านท้ายรถที่มีมาให้มากกว่า ปุ่มกดต่างๆ ก็ล้ำสมัยและใช้งานง่ายกว่ารถทั่วไปมาก และที่ผมชอบคือระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ Tesla ก็ไม่มีมาให้ด้วยเช่นกันครับ

 

Model 3 คันล่าสุดที่ Bjørn Nyland กำลังเป็นเจ้าของอยู่ขณะนี้

 

 

แล้วการใช้งานจริงในประเทศไทย ลำบากกว่านอร์เวย์มากไหม?

Bjørn Nyland : การใช้งาน EV ในประเทศไทยอาจยากกว่า แต่มันก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งานด้วย

สำหรับการขับทั่วเชียงใหม่นั้นรถ EV ไม่มีปัญหาเลยสักนิด เพราะการชาร์จแบตรถที่บ้านก็ทำให้วิ่งได้ 300-350 กม. แล้วสำหรับ MG ZS EV ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากเกินพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือขับไปทำธุระตลอดทั้งวัน

แต่สำหรับการเดินทางไกลด้วย EV ยังเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในประเทศไทย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสถานที่อีกนั่นแหละ

ไม่นานมานี้ผมเพิ่งขับจากเชียงใหม่ไปที่กรุงเทพ ใช้เวลาไปทั้งหมด 17 ชั่วโมงรวมเวลาชาร์จ

ซึ่งการเดินทางนั้นผมต้องขับด้วยความเร็ว 60-80 กม./ชม. และขับตามหลังรถบรรทุก (มีรถบังลมทำให้รถทำระยะทางได้ไกลขึ้น) ส่วนเวลาชาร์จนั้นใช้ไปทั้งหมด 5 ชั่วโมง

แต่ในกรุงเทพนั้นผมคิดว่ามีสถานีฟาสชาร์จ (สถานีชาร์จความแรงสูง) เยอะมากกว่า ดังนั้นการเดินทางจากไกลที่นั่นจะไม่ยุ่งยากเท่า

ถ้าให้ผมเปรียบเทียบกับนอร์เวย์ ผมคิดว่าการขับในชีวิตประจำวันนั้นไม่ต่างกันเลย

แต่การเดินทางไกลนั้นยังทำได้ยากกว่าที่นอร์เวย์อยู่ครับ

 

วิดีโอทริปการเดินทาง เชียงใหม่-กรุงเทพ ด้วย MG ZS EV

 

และด้วยการที่นอร์เวย์นั้น เป็นประเทศที่รัฐบาลให้การสนับสนุนด้าน EV มากที่สุดในโลก ทั้งสิทธิพิเศษมากมายสำหรับคนใช้ EV และการละเว้นภาษีทำให้ EV มีราคาขายพอๆ กับรถน้ำมัน

(อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : “นอร์เวย์” ประเทศที่ทำให้ประชาชนครึ่งหนึ่ง หันมาใช้ “รถยนต์ไฟฟ้า” พวกเขาทำอย่างไร…?)

เราจึงสงสัยว่า..

 

ชาวนอร์เวย์มีบ้างไหมที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย และมีบ้างไหมที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าแล้วไม่ชอบแล้วหันกลับไปใช้รถน้ำมัน?

Bjørn Nyland : ส่วนใหญ่จะแฮปปี้กับการสนับสนุน EV ครับ แต่ก็เป็นเหมือนทุกประเทศที่ยังไงก็มีคนที่ต่อต้าน EV อยู่บ้าง

ส่วนมากคนเหล่านี้จะไม่เคยลองใช้งาน EV มาก่อน ทำให้พวกเขาไม่รู้และไม่เข้าใจ และพวกเขาก็คิดว่าการสนับสนุน EV นั้นไม่แฟร์สำหรับพวกเขาที่ใช้รถน้ำมัน

แต่สิ่งที่พวกเขาลืมไปคือ EV ไม่ปล่อยไอเสียอกมา และที่นอร์เวย์ รัฐบาลของเราจะดูแลค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลของประชาชนทุกคน

นั่นหมายความว่าการสนับสนุน EV ช่วยลดค่าใช้ง่ายงบภาษีไปกับ ผู้ป่วยโรคเกี่ยวที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดหรือมะเร็งทางเดินหายใจ และอีกมากมาย

เกือบ 95-99% ของคนที่ซื้อ EV มาใช้จะแฮปปี้กับรถและรถคันต่อไปของพวกเขาก็ยังคงใช้ EV ครับ มีแค่อีก 1% เท่านั้นที่ไม่ชอบและกลับไปใช้รถน้ำมัน

มีหลายครอบครัวที่ถึงกลับเปลี่ยนรถน้ำมันทั้งหมดในบ้านเป็นรถ EV ก็มีครับ

 

 

และก็มาถึงประเด็นที่เราได้เกลิ่นไปในตอนต้น นั่นก็คือการที่คุณตามได้ Tesla Model X มาฟรีๆ และกำลังจะได้ Tesla Roadster มาอีกถึง 2 คันแบบฟรีๆ

ต้องอธิบายก่อนว่า Tesla นั้นมีระบบที่เรียกว่า Referal Program หรือระบบที่ให้รางวัลกับผู้ใช้ Tesla ที่สามารถแนะนำให้คนอื่นซื้อ Tesla มาใช้ได้ และให้อีกฝ่ายใส่ Referal Code ของผู้แนะนำไป

ผู้แนะนำก็จะได้รางวัลปลดล็อกตามที่ตั้งเอาไว้ เช่น การได้ชาร์จไฟฟรี และสำหรับคุณตามนั้น มีคนนำ Code ของเขาไปซื้อ Tesla ถึง 10 คันในปี 2015 (ไม่ได้ทำง่ายๆ ในปีนั้น)

ทำให้เขาได้รับ Tesla Model X P90D ซึ่งเป็นรถตัวท็อปสุดในขณะนั้นส่งมาให้แบบฟรีๆ

 

Model X ที่คุณตามได้จาก Referal Program (แต่ขายไปในภายหลัง)

 

ไม่เพียงแค่นั้นด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังทำให้ Referal Code ของคุณตามถูกนำไปใช้เรื่อยๆ ทำให้เขาได้รับ Model S P100D Ludacrous ไปอีก 1 คันในปีนี้ (และก็ขายไปแล้วอีกเช่นกัน)

 

แต่ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะ ในปีนี้ Tesla ยังมีรางวัลที่สามารถนำมาเป็นส่วนลด 2% ให้กับ Tesla Roadster สำหรับ Code แนะนำ 1 คัน

หมายความว่าหากแนะนำรถได้ 50 คันก็จะได้ Roadster ไปขับฟรีๆ และ Code แนะนำของคุณตามก็ยังเหลืออยู่ถึง 100 คัน ทำให้เขามีโอกาสใช้สิทธิ์แลก Roadster ในอนาคตมาแบบฟรีๆ ถึง 2 คันด้วยกัน!!

 

 

คุณมีแผนอะไรหลังจากที่ได้ Roadster มา 2 คัน

Bjørn Nyland : ที่นอร์เวย์ Roadster ที่ผมจะได้รับมาสองคันจะถูกนับเป็น ‘รายได้ (income)’ ดังนั้นผมต้องจ่ายภาษี 30-40% ให้กับมัน

แล้วที่นอร์เวย์ คนที่มี ‘รายได้สูง (high income)’ จะต้องเสียภาษีพิเศษเพิ่มเข้าไปอีก การได้ Roadster สองคันจึงทำให้ผมอ่วมพอควร

ดังนั้นแผนของผมจึงจะขายรถออกไปหนึ่งคันเพื่อที่ผมจะสามารถจ่ายภาษีในการเก็บ Roadster หนึ่งคันเอาไว้ได้

ส่วนแผนของผมกับรถก็คิดว่าจะนำมันไปขับโรดทริปทั่วยุโรป ทดสอบอะไรสนุกๆ และสร้าง Challenge กับรถขึ้นมา

หนึ่งในนั้นจะเป็นการหาว่ารถจะสามารถวิ่งได้ไกลแค่ไหนในเวลา 24 ชั่วโมงแล้วนับเวลาชาร์จไปด้วย

รวมถึงขับแบบ Hypermilling ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้หาระยะทางสูงสุดที่สุดที่รถทำได้ ด้วยการขับที่ความเร็วต่ำราว 40 กม./ชม. แบบไม่เปิดแอร์ และวิ่งใน Eco Mode

 

วิธีทำ Hypermilling ซึ่งคุณตามจะทดสอบกับรถไฟฟ้าทุกคันที่เคยเป็นเจ้าของ

 

และนี่ก็คือบทสัมภาษณ์ Bjørn Nyland หรือคุณตาม ผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้มีอิทธิพลอย่างมากกับวงการ EV ในยุคเริ่มแรก

ซึ่งทางเรายินดีอย่างมากที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์และนำมาให้ผู้อ่านได้รับรู้มุมมองและเรื่องราวของเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์จริงที่เขาได้สัมผัสในนอร์เวย์ที่ก้าวหน้าด้าน EV อย่างมาก กับประเทศที่ต้องยอมรับว่า เจ้าสิ่งที่เรียกว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” ยังไม่เติบโตมากนักอย่างไทย

หวังว่าบทความสัมภาษณ์นี้ จะเป็นประโยชน์และเป็นเรื่องราวดีๆ ที่คุ้มค่าแก่การอ่านสำหรับทุกท่านนะครับ..

 

ปล. ทั้งนี้คุณตามก็เล็งเห็นว่าคนไทยยังมีความรู้เกี่ยวกับ EV ไม่มากนักเขาจึงได้เปิดช่องมาใหม่อีกช่องโดยใช้ภาษาไทยเพื่อให้ชาวไทยเข้าไทย EV มากขึ้น

สามารถติดตามได้ที่ช่อง Teslabjorn Thai ได้เลยครับ

 

(หมายเหตุ: บทสัมภาษณ์บางส่วนทางเราได้ขออนุญาติมาจาก Blink-Drive เพจที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ Bjørn Nyland ก่อนหน้า

สามารถอ่านบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ที่ http://blink-drive.com/index.php/2019/12/19/first-interview-bjorn-nyland/ )

 

Special Thanks to : Bjørn Nyland, Blink-Drive

เรียบเรียงโดย: จิตริน พฤกษางกูร

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...