เมื่อปลายเดือนที่แล้ว Bollinger Motors สตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้าหน้าใหม่จากรัฐมิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา ได้เผยโฉมรถรุ่นแรกของค่ายออกมาสองรุ่นด้วยกัน

ได้แก่ Bollinger B1 รถเอสยูวีทรงเหลี่ยม และ Bollinger B2 กระบะไฟฟ้าทรงเหลี่ยม

 

Bollinger B1

 

Bollinger B2

 

ซึ่งการเปิดตัวนี้สร้างเสียงฮือฮาให้คนชอบรถแนวออฟโรดได้มากพอสมควร เนื่องจากรถมีเอกลักษณ์ชัดเจน รูปทรงเหลี่ยมทำให้ดูแข็งแกร่ง ดุดันกว่ารถทั่วไปในท้องตลาด

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าเสียงฮือฮาจะเปลี่ยนกลายเป็นเสียงโห่ (โห่ร้องด้วยความตกใจและหน้าซีด) หลังจากที่ Bollinger ได้เปิดเผยค่าตัวของรถออกมาสูงถึง 125,000 ดอลลาร์ฯ หรือราวๆ 3.77 ล้านบาท ที่อเมริกา!!

 

ส่วนสาเหตุที่รถมีราคาสูงก็เนื่องมาจาก Bollinger ไม่ใช่ค่ายใหญ่ที่จะสามารถผลิตรถออกมาได้เป็นจำนวนมาก จึงใช้กลยุทธ์ขายจำนวนน้อยแต่ราคาสูงนั่นเอง

 

 

สำหรับสเป็กของทั้ง Bollinger B1 และ B2 จะเหมือนกันทุกประการ ซึ่งต้องบอกว่าไม่ธรรมดา

– ขุมพลังไฟฟ้สมอเตอร์คู่ 614 แรงม้า

– แรงบิดสูงสุด 905 นิวตัน-เมตร

– อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ (96.5 กม.) ใน 4.5 วินาที

– ส่งพลังด้วยแบตเตอรี่ขนาด 120 kWh ค่ายไม่เผยว่าจะทำระยะได้เท่าไหร่แต่คาดว่าอยู่ที่ราวๆ 400 กม.

– ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

.

 

และที่พิเศษคือรถจะมีให้ปรับอัตราทดของมอเตอร์คล้ายกับระบบเกียร์ที่เรียกว่า Hi/Lo Range เน้นสำหรับการขับออฟโรดโดยเฉพาะ

 

มาพร้อมกับล้อ LT285/70/R17 สำหรับลุยออฟโรด

 

ภาพภายใน

.

 

Bollinger เผยว่าทั้งรุ่น B1 และ B2 จะเข้าสู่การผลิตในปี 2020 ก่อนจะมีแผนส่งมอบรถในปี 2021

ซึ่งตอนนี้พวกเขาได้เปิดให้สั่งจองรถแล้วโดยมีค่ามัดจำอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์ฯ หรือราว 30,000 บาท

 

ด้วยราคาค่าตัว 3.77 ล้านบาท ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสูงมาก

แต่สำหรับใครที่ไม่ขัดสนเรื่องเงินและต้องการความแตกต่างและเทคโนโลยีใหม่อย่างระบบไฟฟ้า รถคันนี้อาจจะเป็นของเล่นของเหล่าเศรษฐีมีเงินได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย..

 

.

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา: electrek

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...