ในทุกๆ ปี BrandZ บริษัทจัดอันดับชื่อดังของโลก จะทำการรวบรวมข้อมูล และจัดอันดับ 100 แบรนด์ทั่วโลกที่มีมูลค่ามากที่สุด

การจัดอันดับดังกล่าวจะทำการแบ่งเป็นกลุ่มๆ ซึ่งในปีนี้ ก็ได้มีการประกาศผลการจัดอันดับออกมาแล้ว และก็เป็น Toyota ค่ายรถจากญี่ปุ่นยังคงทำผลงานได้ดี สามารถรักษาแชมป์ ค่ายรถที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกได้เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน

 

 

จากผลการจัดอันดับ 2019 BrandZ Top 100 Most Valuable Global Brands ที่เพิ่งประกาศออกมา

ค่ายรถจากญี่ปุ่นคว้าแชมป์บริษัทในกลุ่มรถยนต์ที่มีมูลที่มีมูลค่าสูงสุด โดยมีมูลค่าของแบรนด์อยู่ที่ 29,151 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 907,000 ล้านบาท) ลดลงจากปีที่แล้ว 3% ด้วยกัน

ส่วนอันดับรวมนั้น Toyota เข้ามาเป็นอันดับที่ 44

ซึ่งแบรนด์ 100 อันดับแรกที่มีมูลค่ามากที่สุด มีแบรนด์รถยนต์อยู่เพียง 3 ค่ายเท่านั้นคือ Toyota (อันดับที่ 44), Mercedes-Benz (อันดับที่ 54) และ ฺ(BMW อันดับที่ 55)

ส่วนอันดับ 1 ตกเป็นของบริษัท Amazon ห้างค้าปลีกออนไลน์ชื่อดัง ที่มีมูลค่ามากถึง 315,505 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

แบรนด์ที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 1-10 ในปีนี้ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

brandz

 

10 อันดับแบรนด์รถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุด จากการจัดอันดับใน 2019 BrandZ Top 100 Most Valuable Global Brands เรียงลำดับได้ดังนี้

 

10. Porsche มูลค่า 5,817 $ (ประมาณ 181,000 ล้านบาท)

9. Volkswagen มูลค่า 6,707 $ (ประมาณ 208,000 ล้านบาท)

8. Audi มูลค่า 8,556 $ (ประมาณ 266,000 ล้านบาท)

7. Tesla มูลค่า 9,285 $ (ประมาณ 289,000 ล้านบาท)

6. Nissan มูลค่า 10,554 $ (ประมาณ 328,000 ล้านบาท)

5. Ford มูลค่า 11,211 $ (ประมาณ 349,000 ล้านบาท)

4. Honda มูลค่า 11,749 $ (ประมาณ 365,000 ล้านบาท)

3. BMW มูลค่า 23,326 $ (ประมาณ 726,000 ล้านบาท)

2. Mercedes-Benz มูลค่า 23,355 $ (ประมาณ 727,000 ล้านบาท)

1. Toyota มูลค่า 29,151 $ (ประมาณ 907,000 ล้านบาท)

 

 

การจัดอันดับดังกล่าวคิดจากยอดขายของรถในทุกกลุ่มที่วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์นั้นๆ (ยกเว้นรถกระบะ)

หากลองสังเกตุจากแบรนด์ทั้ง 10 ที่มีการจัดอันดับจะพบว่า มีค่ายรถไฟฟ้าติดมาเพียงแค่ายเดียวเท่านั้นก็คือ Tesla ส่วนค่ายจากจีนอย่าง BYD หรือน้องใหม่ไฟแรงอย่า NIO นั้นกลับไม่อยู่ในลิสต์เลย

BrandZ ให้ความเห็นสำหรับแบรนด์ในกลุ่มยานยนต์ว่า ในปีนี้ค่ายรถมีแผนที่จะนำเสนอรถไฟฟ้าให้กับลูกค้า แต่ในระยะยาวรถไฮบริดยังคงได้เปรียบอยู่

สาเหตุที่ยังทำให้ค่ายที่ขายแต่รถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอย่าง Tesla ไม่สามารถทะลุขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ นั้นอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่มีตัวเลือกที่หลากหลายเหมือนค่ายอื่น ที่มีทั้งรถยนต์ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด และรถไฟฟ้าด้วย

และข้อเสียบเปรียบของรถไฟฟ้าก็คือ ปัญหาจำนวนจุดชาร์จ และการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งทำให้การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้นเป็นไปได้ช้า

 

ที่มา brandz

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!