การได้ครอบครองซูเปอร์คาร์ น่าจะเป็นความฝันของผู้ชายผู้รักรถยนต์หลายๆ คน

แต่ในความเป็นจริง คนที่จะครอบครองซูเปอร์คาร์ได้มีแค่คนระดับมหาเศรษฐีเท่านั้น เพราะราคาของซูเปอร์คาร์มันช่างยากที่จะเอื้อมถึง รวมถึงภาษีที่จะตามมาต่อจากนั้นด้วย

แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมซูเปอร์คาร์ถึงมีราคาแพง?

นอกจากค่าความพรีเมี่ยมจากชื่อเสียงของแบรนด์ เครื่องยนต์สุดแรง และอะไหล่ต่างๆ ในตัวรถ ก็มาจาก “ค่าฝีมือ” ของพนักงาน

เพราะซูเปอร์คาร์นั้น ต้องสร้างขึ้นด้วยการทำมือจากช่างผู้เชี่ยวชาญนั่นเอง

 

 

วันนี้ Magcarzine.com จะพาผู้อ่านทุกท่านไปชมขั้นตอนการสร้างซูเปอร์คาร์ขึ้นมาคันหนึ่ง ว่ามีขั้นตอนคร่าวๆ เป็นอย่างไรบ้าง

Bugatti ค่ายรถซูเปอร์คาร์จากประเทศฝรั่งเศส ได้นำเสนอขั้นตอนการสร้าง Bugatti Chiron ซูเปอร์คาร์ 1,479 แรงม้า ตัวแรงของค่าย ชนิดที่ว่าเปิดโรงงานให้ดูทุกขั้นตอน

 

ไปชมขั้นตอนการสร้าง Bugatti Chiron กันเลยครับ

 

รถรุ่นนี้มี 23 สีให้เลือกสรรค์

เมื่อทำการสั่งจอง Bugatti จะเปิดโอกาสให้คุณเลือกสีรถซูเปอร์คาร์คันนี้ได้ตามใจต้องการ โดยมีให้เลือกดังนี้

– ตัวถังมีให้เลือก 23 สี

– ห้องโดยสารภายในมีให้เลือก 31 สี

– พรมมีให้เลือก 18 สี

– และเข็มขัดนิรภัยมีให้เลือก 11 สี

 

 

ใช้เวลา 3 อาทิตย์ในการทำสี

หนึ่งเดือนก่อนการผลิตจะเริ่ม Bugatti จะนำโครงรถมาประกอบกัน จากนั้นก็ใช้เวลา 3 อาทิตย์ในการทำสี โดยเป็นการทำมือจากช่างชั้นนำทุกคัน

 

เครื่องยนต์ W16 ถูกเตรียมไว้ในสถานีประกอบแรก (จากทั้งหมด 12 สถานี)

เครื่องยนต์ 8 ลิตรเทอร์โบ 4 ลูก ให้กำลัง 1,479 แรงม้า ก็จะถูกนำมาใส่ในตัวรถตั้งแต่สถานีประกอบแรกจาก 12 สถานีทั้งหมด

เครื่องยนต์ W16 นั้นถูกส่งมาจากโรงงานของ Volkswagen ที่ตั้งอยู่ในเมือง Salzgitter ซึ่งที่นี่มีโรงงานพิเศษของ Bugatti ทำการทดสอบเครื่องยนต์ให้ทำงานติดต่อกัน 8 ชั่วโมง เพื่อรับประกันประสิทธิภาพของเครื่องยนต์

 

จากนั้นพนักงาน 3 คนจะใช้เวลา 1 อาทิตย์ในการประกอบรถ

Bugatti มีพื้นที่ขนาด 1,000 ตารางเมตร 2 แห่งเพื่อใช้ในการประกอบตัวรถ

โดยใช้พนักงาน 3 คนในการประกอบทุกชิ้นส่วนของตัวรถเข้าด้วยกัน

.

.

 

มีพนักงานทำหน้าที่ ‘ไขน็อต’ โดยเฉพาะ

อย่างที่บอกไปว่า Bugatti Chiron ต้องสร้างด้วยการทำมือทุกขั้นตอน และตัวรถก็มีข้อต่อเกลียวถึง 1,800 จุด จึงมีพนักงานสำหรับไขน็อตโดยเฉพาะ

 

ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ในการหมุนล้อทดสอบ

เมื่อประกอบเสร็จ ก็จะติดตั้งล้อและทำการทดสอบเป็นเวลา 3 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูอยู่ข้างหลังเพื่อมั่นใจว่ารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

 

ใช้เวลา 30 นาทีในการทดสอบหาจุดรั่วซึม

เมื่อทำการทดสอบและประกอบเสร็จสิ้นทั้งหมด รถก็จะถูกนำไปทดสอบหาว่ามีจุดรั่วซึมหรือไม่ ด้วยการเปิดน้ำใส่เป็นเวลา 30 นาที

เมื่อทดสอบไม่พบรอยรั่วซึม ก็จะนำรถไปหุ้มฟอยล์พลาสติก เตรียมออกไปทดสอบวิ่งครั้งสุดท้าย

 

นำมาวิ่งทดสอบในรันเวย์สนามบิน Colmar

เมื่อทดสอบในโรงงานจนมั่นใจแล้ว ตัวรถก็จะถูกนำออกจากโรงงาน ขับออกมา 300 กม. ไปทดสอบจริงที่รันเวย์ของสนามบินของเมือง Colmar ประเทศฝรั่งเศส วิ่งกันจริงๆ จังๆ เลยทีเดียว

 

นำกลับมาตรวจสอบภายนอก ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า

เมื่อทดสอบเสร็จ ตัวรถก็จะกลับมาที่โรงงานและทำการถอดฟอยล์พลาสติกออก

จากนั้นจะใช้เวลาตรวจสอบอีก 6 ชั่วโมงในอุโมงค์หลอดไฟ (ห้องติดตั้งหลอดไฟไว้ทั่วห้อง)

จากนั้นก็จะนำกลับไปที่แผนกทำสีหากเจอรอยขนแมวที่ต้องลบทิ้ง (บางครั้งอาจใช้เวลา 3 อาทิตย์ในขั้นตอนนี้)

จากนั้นก็นำกลับมาตรวจสอบครั้งสุดท้ายที่อุโมงค์หลอดไฟอีกครั้ง

และก่อนที่จะส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้จัดการแต่ละแผนกเสียก่อนว่าตัวรถมีคุณภาพตามที่แบรนด์คาดหวังไว้

จากนั้น รถก็จะถูกส่งไปหาลูกค้าผู้ที่กำลังเฝ้ารอรถคันนี้อย่างใจจดใจจ่อ

 

เมื่อเห็นขั้นตอนการสร้าง Bugatti Chiron ที่เกิดขึ้นด้วยการทำมือจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยความพิถีพิถันในแต่ละขั้นตอนแล้ว

ก็น่าจะช่วยคลายความสงสัยให้หลายคนได้ว่าทำไมซูเปอร์คาร์ถึงมีราคาแพง!?  ได้หายข้องใจกันได้เสียทีนะครับ

 

ที่มา: topgear

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...