Byton คือค่ายรถยนต์สัญชาติจีน ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเป็นอดีตผู้บริหาร BMW และ Nissan สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู

ก่อนหน้านี้ Byton ได้ทำการเปิดตัวรถคอนเซปต์ออกมาในเดือนมกราคมปี 2018 และจริงๆ พวกเขาได้ขึ้นสายการผลิต Byton M-Byte รถรุ่นแรกของค่ายไปแล้วในช่วงปี 2019

 

ด้วยความเป็นบริษัทสตาร์ทอัป พวกเขาเจอกับปัญหาหลายอย่าง เช่น ก่อนหน้านี้ก็เงินทุนหมด ลากยาวมาจนถึงปีที่ผ่านมา ที่ต้องมาเจอกับวิกฤตเชื้อ COVID-19 ระบาดซ้ำอีก ทำให้สายการผลิตต้องชะงักไป

แต่ล่าสุด Byton ได้เจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้วเมื่อ Foxconn บริษัทผู้ผลิต iPhone ได้เข้ามาเซ็นสัญญาออกทุนเพิ่มให้กับ Byton สำหรับการขึ้นสายการผลิตรถรุ่นแรกของพวกเขา

 

Byton M-Byte

.

Byton เซ็นสัญญากับ Foxconn บริษัทผู้ผลิต iPhone

 

สำหรับ Byton M-Byte รถรุ่นแรกของค่าย เป็นรถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า โดยจะมีสองขุมพลังให้เลือกสองเวอร์ชั่นดังนี้

มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง

กำลังสูงสุด 268 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร

แบตเตอรี่ 72 kWh ทำระยะทางได้สูงสุด 430 กม. (มาตรฐาน NEDC)

ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ระบุว่าทำได้ใน 7.5 วินาที

 

มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

กำลังสูงสุด 403 แรงม้า แบตเตอรี่ 95 kWh ทำระยะทางสูงสุด 550 กม. (มาตรฐาน NEDC)

ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ระบุว่าทำได้ใน 5.5 วินาที

 

 

Byton M-Byte เป็นรถเอสยูวีขนาด Compact โดยมีขนาดมิติตัวถังอยู่ที่ 4,875 x 1,970 x 1,665 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง) ระยะฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Byton M-Byte คือภายในที่พวกเขาจะติดตั้งหน้าจอกลางขนาดใหญ่ถึง 48 นิ้ว ที่ใช้ครอบคลุมทั้งใช้แสดงผลข้อมูลการขับขี่ และเป็นระบบ Infotainment

 

หน้าจอกลางขนาด 48 นิ้วใน Byton M-Byte

 

Byton จะผ่านขั้นตอนการผลิต M-Byte และวางขายที่จีนในปีนี้ได้หรือไม่ หลังจากที่จับมือกับ Foxconn ก็ต้องรอติดตามชมกันต่อไป

นอกจากนี้ในปี 2019 Byton ได้เซ็นสัญญาไว้กับ Myongshin บริษัทเกาหลีใต้ที่เป็นซัพพลายเออร์ให้กับ Hyundai และ Tesla เพื่อขึ้นสายการผลิต M-Byte ที่โรงงานเกาหลีใต้เอาไว้ด้วย สำหรับการส่งออกรถไปขายที่สหรัฐฯ

Byton จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นแนวหน้าของจีนและของโลกได้หรือไม่ในอนาคต ก็ต้องรอติดตามชมกันครับ…

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

สายการผลิต Byton M-Byte

.

.

.

.

 

ที่มา : byton, carscoops, reuters

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...