นับตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายในถูกนำมาติดตั้งกับจักรยาน และกลายเป็นมอเตอร์ไซค์คันแรกของโลก โดยฝีมือของ Gottlieb Daimler (ก็อทลีพ ไดม์เลอร์) วิศวกรชาวเยอรมันเมื่อปี 1883

เจ้ามอเตอร์ไซค์กลายเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ผ่านมาเกือบ 140 ปี จากมอเตอร์ไซค์คันแรกโดยฝีมือของ Daimler ได้แตกแขนงออกเป็นรถสไตล์ต่างๆ มากมาย

ทั้ง Scooter (สกู๊ตเตอร์), Cruiser (ครุยเซอร์), Motard (โมตาด) ไปจนถึงสไตล์คลาสสิคที่หลายคนมักจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆ อย่าง Cafe Racer (คาเฟ่ เรเซอร์)

หากเปิดพจนานุกรมคำว่า Cafe หมายถึงร้านอาหารขนาดเล็ก ที่ขายเครื่องดื่มและขนม ส่วนคำว่า Racer มีความหมายว่า นักแข่ง

เมื่อแปลรวมกันก็คงจะพอเดากันได้ว่า รถในสไตล์นี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันและร้านอาหารอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะ!?

 

อันที่จริงจะเข้าใจในความหมายแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ถ้าหากได้ทำความรู้จักกับ Cafe Racer ให้มากขึ้นไปอีก

จะพบว่ามอเตอร์ไซค์ในสไตล์ที่เราคุ้นหูกันนี้ ยังมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของเหล่าวัยรุ่นชาวอังกฤษ และมีเรื่องราวอันน่าสนใจที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย

ซึ่งในบทความนี้เราจะะขอพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับรถในสไตล์นี้ให้มากขึ้นครับ…

 

 

วัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์ กำเนิด Cafe Racer

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เหล่าทหารกลับจากสมรภูมิสู่อ้อมกอดของครอบครัว

เมื่อไม่ต้องจับปืนเหมือนแต่ก่อน บวกกับความต้องการอิสระที่เพิ่มมากขึ้นของผู้คนยุคหลังสงคราม ทำให้การขับมอเตอร์ไซค์กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้เริ่มได้รับความนิยม

 

 

จริงๆ แล้วช่วงก่อนปี 1950 มอเตอร์ไซค์เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มชนชั้นสูงของอังกฤษ แต่ยิ่งมันมีราคาถูกลง ยานพาหนะสองล้อชนิดนี้จึงไม่ได้จำกัดเฉาะชนชั้นสูงอีกต่อไป

มันเริ่มกระจายมาถึงกลุ่มชนชั้นกลาง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการขนส่งที่ทุกคนเข้าถึงได้

ในขณะที่ใครก็สามารถเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ได้ เป็นเวลาเดียวกับการเพิ่มขึ้นของคนวัยหนุ่มที่มีรายได้มากขึ้น ประกอบการเข้ามาของอิทธิพลทางดนตรีและหนังจากสหรัฐอเมริกา เมื่อทั้งหมดมารวมกันจึงกลายเป็นกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Rocker

มอเตอร์ไซค์ เสื้อหนัง และดนตรี Rock’n roll คือสัญลักษณ์ของชาว Rocker แต่มันไม่ได้หมายความว่าชื่อของพวกเขาจะมีที่มาจากแนวดนตรีร็อคที่ชื่นชอบแต่อย่างใด

คำว่า Rocker มีที่มาจาก Rocker arm หรือ กระเดื่องวาล์ว ส่วนประกอบของเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ 4 จังหวะ ยานพาหนะคู่ใจของพวกเขานั่นเอง

 

 

ร้านอาหารและการแข่งขัน

Rocker ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Ton-Up boys” ซึ่งคำว่า Ton เป็นคำสแลงในภาษาอังกฤษ หมายถึงการขับรถด้วยความเร็วมากกว่า 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Ton ยังถูกใช้ในการท้าทายความกล้าของเหล่าวัยรุ่นอังกฤษ จนนำไปสู่การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ในระยะทางสั้นๆ มีจุดเริ่มต้นที่คาเฟ่ร้านประจำ กลายเป็นที่มาของคำว่า Cafe Racer

มีเรื่องเล่ากันว่า บางครั้งการแข่ง Cafe Racer อาจใช้รูปแบบกติกาที่แตกต่างออกไป

เช่น การเปิดเพลงในตู้เพลง และตัดสินการแพ้ชนะด้วยการขับรถวนกลับมาให้ถึงร้านก่อนที่เพลงจะจบ หากใครสามารถทำได้ก็คว้าเงินเดิมพันไป

 

 

รถที่ใช้ในการแข่ง Cafe Racer จะมีจุดเด่นที่ น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย และมีอัตราเร่งที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้จากตัวรถที่ดูสะอาดตา แฮนด์บาร์ต่ำ ตัวถังและเบาะของรถราบเป็นแนวเดียวกัน เพื่อให้ท่าขับเป็นท่าขนานกับพื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในช่วงยุคปี 1960 เมื่อ Cafe Racer ได้รับความนิยมอย่างมาก มอเตอร์ไซค์สัญชาติอังกฤษ 3 ค่ายหลักอย่าง BSA, Triumph และ Norton กลายเป็นขวัญใจของเหล่านักแข่ง Cafe Racer

แต่นอกจากรถสำเร็จรูปจากโรงงานแล้ว ยังมีการตัดแปลงรถข้ามสายพันเกิดขึ้นตามมาอีกด้วยเช่น Triton ที่เป็นการจับเอาเครื่อง 2 สูบของ Triumph มาใส่ไว้ในรถของ Norton

หรือ Tribsa ที่เป็นการเอาเครื่องของ BSA มาใส่ไว้ในรถ Triumph เป็นต้น

 

 

ปัจจุบันแม้ว่าการแข่งในรูปแบบของ Cafe Racer จะไม่มีให้เห็นแล้ว แต่รูปทรงของรถที่ได้รับอิทธิพลจากแข่งนี้ยังคงถูกนำมาใช้เป็นหลักในการออกแบบรถในสไตล์ Cafe Racer จากค่ายรถหลายๆ ค่าย

เราจะเห็นว่า Cafe Racer คือรถที่มีเอกลักษณ์อย่างแฮนด์บาร์ต่ำ ตัวถังและเบาะเป็นระนาบเดียวกัน ถึงแม้ว่าคนขับไม่จำเป็นจะต้องทำตัวราบเพื่อเค้นความเร็วแล้วก็ตาม

ซึ่งมันไม่ได้จำกัดเฉพาะค่ายรถจากอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีค่ายจากญี่ปุ่นอย่าง Honda และ Kawasaki หรือค่ายจากฝั่งยุโรปอย่าง BMW และ Ducati ที่ทำรถแนว Cafe Racer ออกขายด้วยเช่นกัน

 

หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เหล่านักซิ่งที่อาจจะไม่ถูกกฎหมายเหล่านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการหล่อหลอมวัฒนธรรม Cafe Racer และจุดประกายการออกแบบรถอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ขึ้นมา

จนกลายมาเป็นรูปแบบหนึ่งของมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในปัจจุบันนั่นเอง…

 

ที่มา revolution, timeless2wheels, hitberry, liveabout

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!