ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย Gavin Newsom ได้ออกมาประกาศว่าจะแบนไม่ให้มีการขายรถยนต์น้ำมันเริ่มในปี 2035 โดยระบุว่ารถที่จะขายหลังจากปีดังกล่าวได้ จะต้องวัดค่าปล่อย CO2 ออกมาได้เป็น 0

นับว่าเป็นการประกาศอย่างอุกอาจจาก Gavin Newsome โดยเขากล่าวว่าจะเคลื่อนไหวอย่างจริงจังไม่ให้รัฐเป็นต้นกำเนิดของภาวะเรือนกระจกที่กำลังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อโลก โดยจะยังคงรักษาการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐให้เติบโตต่อไป

ก่อนหน้าที่จะประกาศแบนรถน้ำมันนั้น เดิมทีรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่เน้นให้การสนับสนุนในรถยนต์พลังงานทางเลือกอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

ปัจจุบันรัฐแคลิฟอร์เนียมีนโยบายออกเงินอุดหนุนรถยนต์พลังงานทางเลือกทั้ง BEV, PHEV และ FCEV สูงสุดถึง 7,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 220,000 บาท) ทำให้ปัจจุบันรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกลำดับ 2 รองจากประเทศจีนทั้งประเทศ

เมื่อปี 1997 Toyota Prius รถ Hybrid แบบผลิตจำนวนมากรุ่นแรกของโลก ก็ได้ถูกทดลองขายที่รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่แรกของโลก ก่อนจะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้ Toyota ขยายไปทำตลาดทั่วโลกในเวลาต่อมา

และปัจจุบันโรงงานผลิตหลักของ Tesla ก็ตั้งอยู่ที่เมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึง Silicon Valley ศูนย์รวมสตาร์ทอัปด้านไอทีและรถยนต์ไฟฟ้าหน้าใหม่หลายๆ แบรนด์ ก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน

มีการเผยว่ารัฐแคลิฟอร์เนียมีค่าเฉลี่ยปล่อย CO2 ออกมาอยู่ที่ 9 ตันต่อปี หนึ่งในรัฐที่ปล่อยออกมาต่ำที่สุดในสหรัฐฯ

แต่ถึงอย่างนั้น CO2 ที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมด 41% นั้นเกิดจากการคมนาคม สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ 28% พวกเขาจึงต้องการแก้ไขอย่างตรงจุดไปที่การแบนไม่ให้ขายรถยนต์น้ำมันอย่างเด็ดขาดนั่นเอง

ทั้งนี้รถยนต์น้ำมันยังสามารถซื้อขายแบบมือสองได้ตามปกติ

 

ที่มา : ca.gov, electrek

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...