Toyota Camry โฉมปัจจุบันรหัส XV70 เปิดตัวออกสู่ตลาดโลกครั้งแรกปี 2017 ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA ที่ทาง Toyota รับประกันว่าทำให้ช่วงล่างของรถขับขี่สนุกและมั่นใจมากขึ้น

ล่าสุดได้มีการเปิดตัว Toyota Camry Hybrid โฉม Minorchange ออกมาแล้วที่ยุโรป สำหรับโมเดลปี 2021 ที่จะถึงนี้ มาดูกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในการปรับครั้งนี้

 

 

การปรับ Minorchange ครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนดีไซน์ด้านหน้าของรถใหม่ ทั้งกันชนหน้า กระจังหน้าทั้งส่วนบนที่อยู่ใต้โลโก้ และส่วนล่างที่ขยายแถบสีดำให้กว้างขึ้น ส่งผลให้รถดูกว้างและมีมิติมากขึ้น

นอกจากนี้ Toyota ยังออกแบบล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ออกมา โดยจะมีให้เลือกทั้งขอบ 17 และ 18 มาพร้อมกับสีเทา Deep Metal Grey

ส่วนด้านท้ายรถมีการปรับเพียงแค่เปลี่ยนสีของไฟท้าย LED เท่านั้น แต่รายละเอียดอื่นๆ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนใดๆ

 

 

ในส่วนของภายใน 2021 Toyota Camry Hybrid สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนที่สุดก็คือหน้าจอ Infotainment 9 นิ้วที่เปลี่ยนจากแบบฝังในคอนโซล มาเป็นแบบลอยยื่นออกมาซึ่งเป็นดีไซน์ที่ Toyota นิยมในช่วงหลัง

โดยระบบ Infotainment นั้นได้มีการเพิ่มปุ่มเข้ามาด้านข้างจอเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในขณะที่กำลังขับขี่รถอยู่ รวมถึงปรับให้การตอบสนองจอสัมผัสดีขึ้น และแน่นอนว่ารองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ตามสมัยนิยม

สำหรับเบาะนั่งของ 2021 Camry Hybrid เวอร์ชั่นยุโรปจะเป็นหนังผสมกับผ้าแบบพรีเมียม โดยมีให้เลือกสองสี สีเบจและสีดำ

 

 

หน้าจอ Infotainment ขนาด 9 นิ้วและการจัดวางใหม่

 

เบาะนั่งใน 2021 Toyota Camry ยุโรป

 

ขุมพลังของ 2021 Toyoya Camry Hybrid ที่ยุโรปก็จะมีสเปคที่เหมือนกับรถเวอร์ชั่นไทย รายละเอียดดังนี้

เบนซิน 2.5 Hybrid

เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-iE ความจุ 2,487 ซีซี กำลังสูงสุด 178 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 221 นิวตัน-เมตร

ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 88 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 202 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮดราย 6.5Ah

สองระบบทำงานร่วมกันส่งกำลังสูงสุด 211 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT

 

 

หลังจากนี้ก็ต้องติดตามชมกันว่า Toyota Camry เวอร์ชั่นไทยจะมีการปรับโฉม Minorchange ตามเวอร์ชั่นยุโรปหรือไม่ ซึ่งคาดกันว่า ก็น่าจะตามกันไปในอีกไม่นานนัก

แต่หากมีรายงานออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว เราจะนำมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้งครับ!!

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

.

 

.

.

.

 

 

ที่มา : toyota

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...