รถยนต์จากค่ายสัญชาติญี่ปุ่นนั้นเป็นรถได้รับความนิยมมากที่สุดในบ้านเรา อาจจะเพราะการเข้ามาตั้งโรงงานของหลายๆ บริษัท และทำตลาดมาอย่างยาวนาน ทำให้มีราคาที่เข้าถึงได้ การบำรุงรักษาง่าย ราคาอะไหล่ในการซ่อมก็ไม่เจ็บตัวเกินไป

แต่รู้ไหมว่ารถที่เราเห็นวิ่งกันอยู่บนถนนทุกวันนี้ แม้มันจะติดโลโก้ของผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเข้าไป แต่ก็มีหลายรุ่นที่แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็ไม่รู้จัก!?

รถที่ว่ามาจะมียี่ห้อไหน รุ่นไหนบ้าง ที่อาจจะเซอร์ไพรส์คุณมากๆ ก็เป็นได้ครับ

 

เริ่มจาก Toyota Vios

 

แม้จะเป็นรถที่คุ้นหูชาวไทยมาเป็นเวลายาวนาน แต่ถ้าหากคุณพูดชื่อรถรุ่นนี้ให้คนญี่ปุ่นฟัง พวกจะสงสัยว่า Toyota มีรถรุ่นนี้ด้วยหรือ??

สาเหตุที่ชาวญี่ปุ่นไม่รู้จัก Toyota Vios ก็เป็นเพราะที่บ้านเขาใช้ชื่อว่า Toyota Belta

ยังไม่พอเท่านั้น เจ้า Toyota Belta นี้ยังเลิกจำหน่ายที่ญี่ปุ่นไปตั้งแต่ที่ Vios ยังเป็นเจเนอเรชั่น 2 อีกต่างหาก บางคนก็จะยิ่งไม่รู้ว่ามันมีรถในเซกเมนต์ดังกล่าวขายด้วย

จึงไม่แปลกใจเลยที่มันจะไม่คุ้นหูชาวญี่ปุ่นเช่นกัน

 

Honda Brio / Brio Amaze

 

ด้วยการที่ Honda Brio ทั้งสองเวอร์ชั่นนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อตอบรับโครงการ Eco Car ของประเทศไทยโดยเฉพาะ

มันจึงไม่มีจำหน่ายที่แดนปลาดิบ ก็ไม่แปลกที่ชาวญี่ปุ่นจะไม่รู้จักรถเล็กจากค่าย Honda รุ่นนี้

ทั้งนี้เมื่อพูดถึงรถขนาดเล็กแล้ว Honda ที่ญี่ปุ่นจะจริงจังกับการทำตลาดรถประเภท K-Car เสียมากกว่า จึงไม่มีพื้นที่ให้ Brio เข้าไปแทรกในตลาดได้เช่นกัน

 

Nissan Almera / Mitsubishi Attrage / Suzuki Ciaz

 

กรณีเดียวกับ Honda Brio รถทั้งสามรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้าโครงการ Eco Car โดยเฉพาะ จึงไม่มีจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น

อ๊ะ มาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า แค่เอาชื่อรุ่นรถ Eco Car มาใส่ในบทความ ก็ไม่มีขายที่ญี่ปุ่นแล้ว มันไม่ได้ง่ายๆ แบบนั้นครับ

ไม่ใช่ว่า Eco Car ทุกคันจะไม่มีที่ญี่ปุ่น เพราะยกตัวอย่าง Nissan March, Mitsubishi Mirage และ Suzuki Swift ต่างก็มีจำหน่ายที่ญี่ปุ่นทั้งสิ้น

แต่อาจเป็นเพราะรถ 3 รุ่นที่มไม่มีขายนี้ ถูกผลิตมาเป็น Eco Car ในรูปทรงแบบ Sedan ทำให้คาดว่าที่ญี่ปุ่นจะไม่นิยมรถ Sedan เครื่องยนต์เล็กก็เป็นไปได้เช่นกัน

 

Isuzu D-Max, Nissan Navara

 

หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่ากระบะที่คุ้นหูคนไทยทั้งหลายอย่าง Isuzu D-Max และ Nissan Navara กลับไม่เป็นที่รู้จักที่บ้านเกิดของแบรนด์

สาเหตุเป็นเพราะ ระบบภาษีที่ญี่ปุ่นนั้นจะคิดตามขนาดของตัวถังรถ ทำให้การเป็นเจ้าของรถกระบะขนาด 1 ตันนั้นจะต้องเสียภาษีที่แพงมาก

บวกกับญี่ปุ่นมีกฎหมายไม่ให้คนนั่งบนหลังกระบะ มันจึงใช้บรรทุกของได้อย่างเดียว คนญี่ปุ่นจึงเลือกซื้อรถกระบะขนาดเล็กมากกว่า หากไม่จำเป็นจริงๆ ที่จะต้องใช้กระบะขนาด 1 ตันเป็นประจำ

อย่างที่เราจะเห็นกันตามชนบทของญี่ปุ่น หรือในเมืองก็ตามที พวกเขาจะนิยมใช้กระบะเล็กในการขนของ หรือถ้าจะเป็นคันใหญ่ ก็คือรถบรรทุกที่ใช้งานขนส่งโดยเฉพาะเลย ไม่มีที่ว่างให้กระบะขนาด 1 ตันแบบบ้านเรา

จึงส่งผลให้หลายค่ายจึงไม่คิดที่จะนำรถกระบะไปทำตลาดในบ้านเกิด

และทั้งนี้ ค่าย Isuzu ที่มียอดขายรถกระบะได้มากมายในบ้านเรานั้น ที่ญี่ปุ่นพวกเขาจะเน้นทำตลาดแค่รถสำหรับอุตสาหกรรม อย่างเช่นรถบรรทุก หรือรถแม็คโคร เป็นต้นครับ

 

ของแถม.. รถประเภท PPV

 

รถอเนกประสงค์ยอดฮิตของบ้านเราไม่ว่าจะเป็น Toyota Fortuner, Nissan Terra หรือ Isuzu Mu-X ต่างก็ไม่มีจำหน่ายที่ญี่ปุ่นทั้งสิ้น

เพราะรถประเภทนี้เป็นรถพิเศษที่นำพื้นฐานของรถกระบะ (ที่ไทยเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่) มาสร้างเป็นรถเอสยูวี

ในขณะที่ตลาดโลกรวมถึงญี่ปุ่นจะเน้นขายรถเอสยูวีที่ไม่ใช่พื้นฐานจากรถกระบะเสียมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น Toyota Rav4 หรือ Mitsubishi Outlander เป็นต้น

 

Toyota Rav4

 

คาดว่าที่ค่ายรถยนต์ไม่ทำตลาดรถประเภท PPV นี้ที่บ้านเกิด ด้านภาษีที่คิดจากขนาดรถก็มีส่วนไม่น้อย (ตามที่เรากล่าวไปก่อนหน้านี้) เพราะรถประเภทนี้มีขนาดใหญ่และค่าภาษีที่ตามมาก็จะแพงตามไปด้วยนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าแต่ละค่าย ก็จะมีการทำตลาดรถในแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป ตามความนิยมชมชอบของคนในชาตินั้นๆ

ยกตัวอย่างจากกระบะให้เห็นภาพ เมื่อคนไทยนิยมใช้งานกระบะคันใหญ่ ก็กลายเป็นฐานการผลิตรถประเภทนี้ไปด้วย จึงมีการพัฒนารถแบบ PPV ขึ้นมาขายในภายหลัง

ขณะที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีความนิยมของกระบะไซส์ยักษ์ ก็ต้องปรับการผลิตและส่งรถไปขายให้ตรงกับความนิยมของชาวอเมริกัน ซึ่งตรงข้ามกับชาวญี่ปุ่น ที่นิยมใช้งานกระบะไซส์เล็กและรถส่วนบุคคลขนาดเล็กมากกว่า

เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม จะส่งรถไปขายให้เมืองใด ก็ต้องรู้จักคนในเมืองนั้นให้ดีนั่นเองครับ…

 

เรียบเรียงโดย: จิตริน พฤกษางกูร

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...