“รถสปอร์ตของอเมริกา” คือฉายาจากสื่อยานยนต์เจ้าใหญ่ของสหรัฐ ที่ตั้งให้กับ Chevrolet Corvette หลังการปรากฎตัวในรายการทีวีเมื่อปี 1960

ตัวแรงจากค่าย General Motors ที่หยิบยืมชื่อมาจากเรือรบคันนี้ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอิสระเสรีและการผจญภัย ทั้งยังถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่า..

นี่คือรถสปอร์ตสัญชาติอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่ง และยังคงทำตลาดมาจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตามก่อนจะเฉิดฉายความยิ่งใหญ่ จนถูกยกให้เป็น “American Icon Car” ครั้งหนึ่ง Corvette เคยถูกมองว่า มันเป็นรถสปอร์ตที่ห่วยที่สุด ทั้งทำยอดขายได้อย่างน่าผิดหวังในปีแรกที่เปิดตัว

จากจุดเริ่มต้นที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่าง จนถึงวันที่กลายเป็นตำนานของวงการรถอเมริกา เส้นทางของรถคันนี้เป็นมาอย่างไร ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ “Chevrolet Corvette รถอเมริกัน เพื่อคนอเมริกัน”

 

 

1953 จุดเริ่มต้นของรถสปอร์ตสายพันธุ์อเมริกัน

ย้อนไปเมื่อช่วงปี 1950 General Motors คือค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา พวกเขามีรถแทบจะทุกกลุ่มในแคตตาล็อก ไล่ตั้งแต่รถกระบะ รถหรู ไปจนถึงมัสเซิลคาร์ที่กำลังได้รับความนิยมในเวลานั้น

ขณะที่ GM กำลังครองความยิ่งใหญ่ของตลาดรถยนต์สหรัฐ ตัดภาพไปที่ตลาดรถยนต์ยุโรป ค่ายรถจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น MG (ในสมัยที่ยังถือสัญชาติอังกฤษ) Jaguar, Alfa Romeo แล Ferrari ต่างสนุกกับการออกแบบรถยนต์ที่มีรูปร่างปราดเปรียว พร้อมยัดเครื่องแรงๆ ไว้ใต้ฝากระโปรง หรือที่พวกเขาเรียกว่า “รถสปอร์ต”

ซึ่งทำให้ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเกิดคำถามว่า “ทำไมเราไม่ทำรถสปอร์ตบ้าง??”

 

Harley J. Earl หัวหน้าทีมออกแบบของ GM

 

Harley J. Earl หัวหน้าทีมออกแบบของ GM เกิดไอเดียที่จะทำรถสปอร์ตสัญชาติอเมริกัน เพื่อสู้กับค่ายรถยุโรป เขาต่อสายตรงถีง Bob McLean วิศวกรคู่ใจที่เคยร่วมกันสร้างชื่อในโปรเจกต์ Firebird รถจรวดอันโด่งดังของ GM

(อ่าน: เปิดตำนาน “รถทรงจรวด” แห่งยุค 1950 เมื่อสงครามเย็น ส่งผลกระทบมาจนถึงวงการยานยนต์)

สปอร์ตคาร์ของ Earl และ McLean เปิดตัวครั้งแรกในฐานะรถต้นแบบที่งาน New York Auto Show ปี 1953 โดยมาพร้อม “The Blue Flame” เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 3.5 ลิตร 150 แรงม้า และตัวถังไฟเบอร์กลาส ที่ให้น้ำหนักเบา และถือเป็นวัสดุแห่งยุคเลยก็ว่าได้

รถต้นแบบของ Earl และ McLean เป็นที่ถูกใจหัวหน้าทีมวิศวกรอย่าง Ed Cole มาก ทันทีที่ได้เห็นรถ

เขาบอกว่า Chevrolet ต้องขายรถรุ่นนี้ จนในที่สุดมันก็ถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปีเดียวกันนั้น ภายใต้ชื่อ Chevrolet Corvette

 

The Blue Flame” เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 150 แรงม้า ใน Chevrolet Corvette

.

ไฟเบอร์กลาส วัสดุหลักของ Chevrolet Corvette

 

Chevrolet Corvette เจเนอร์เรชั่นแรกส่งตรงถึงมือดีลเลอร์โดยทันทีในฐานะ “รถสปอร์ตคันแรกที่ผลิตโดยคนอเมริกัน เพื่อคนอเมริกัน”

แต่ขอโทษที… ในปีแรกที่มันเปิดตัว กลับไม่มีคนอเมริกันที่อยากได้รถคันนี้เลย

Corvette โฉมแรกเปิดตัวได้อย่างน่าใจหาย ทำยอดขายได้ประมาณ 300 คันในปีแรก แม้ความเท่ของตัวถังเปิดประทุนจะไม่เป็นที่กังขา แต่เมื่อได้ลองขับหลายคนต่างร้องยี้!!

อัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมง(ประมาณ 96 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ภายใน 11.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง ของเครื่องยนต์ Blue Flame ไม่ใกล้เคียงกับคาร์แรคเตอร์ของรถสปอร์ตเลย

ส่วนทางด้านคุณภาพของวัสดุก็ทำออกมาได้ต่ำกว่ามาตรฐาน มีเสียงบ่นจากลูกค้าถึงหลังคาเปิดประทุนที่ปิดไม่ค่อยสนิท และมักจะมีน้ำรั่วลงมาเมื่อตอนฝนตก

ซึ่งรวมๆ แล้วพวกเขามองว่ามันไม่คุ้มกับเงิน 32,000 ดอลาร์สหรัฐ (ราวๆ 1 ล้านบาท) ที่ต้องจ่ายไปเลย นั่นจึงทำให้ GM ต้องรีบแก้เกมทันที เพื่อไม่ให้สุดยอดโปรเจกต์ต้องเสียของ…

 

Chevrolet Corvette คันแรกจากโรงงาน GM

.

Chevrolet Corvette เจเนอร์เรชั่นแรก

 

รถอเมริกันก็ต้องเครื่อง V8

แม้รุ่นแรกที่เปิดตัวจะแป๊กไม่เป็นท่า แต่ The Blue Flame ยังได้รับโอกาสให้ประจำการที่ใต้ฝากระของ Corvette ต่อในปี 1954 แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะยังไม่ดีขึ้น

ปีต่อมาพวกเขาจัดการแทนที่มันด้วยเครื่องยนต์ V8 4.3 ลิตร 190 แรงม้า สมรรถนะเครื่องยนต์ตัวใหม่แตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชั่วโมง จาก 11.2 วินาที ลดเหลือเพียง 8.7 วินาที

ส่วนความเร็วสูงสุดที่ 170 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่เครื่องยนต์เดิมทำได้ ก็เพิ่มเป็น 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ทางฝั่งวัสดุที่ลูกค้าบนว่าไม่สมราคาได้ถูกปรับปรุงใหม่ หลังผ้าใบที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่วก็ถูกแทนที่ด้วยหลังคาแข็งแบบถอดได้ ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังส่ง Corvette ลงสนามแข่ง ซึ่งแน่นอนมันก็ทำผลงานได้เป็นอย่างดีด้วย

และตอนนี้เองมันก็ได้กลายเป็น…

“รถสปอร์ตคันแรกที่ผลิตโดยคนอเมริกัน เพื่อคนอเมริกัน และคนอเมริกันก็อยากซื้อ” 

 

 

แม้ในปี 1955 Corvette เจเนอร์เรชั่นแรก หรือ C1 จะปิดยอดขายไปที่ 700 คัน แต่หลังการปรับเครื่องยนต์ใหม่ มันกลับทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะทำยอดขายรวมได้ถึง 69,015 คัน ในปี 1962

C1 ได้ส่งไม้ต่อให้ C2 รถในเจเนอเรชั่นถัดไปในปี 1963 พร้อมกับการเปลี่ยนมือผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้

ซึ่งนั่นทำให้โลกได้รู้จักกับ Zora Arkus Duntov “บิดาแห่ง Corvette”

 

Zora Arkus Duntov ต้นแบบดีไซน์ของ Chevrolet Corvette

จริงอยู่ว่า Zora Arkus Duntov ไม่ใช่คนที่ให้กำเนิด Chevrolet Corvette ขึ้นมา แต่เขาได้ทำให้รถในเจเนอร์เรชั่นที่ 2 แตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้านี้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิศวกรรม

Chevrolet Corvette C2 เป็นการปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ ตัวถังรับช่วงต่อมาจาก Sting Ray Concept รถต้นแบบในสไตล์คูเป้เปิดประทุนที่เปิดตัวในปี 1959

นอกจากรูปร่างของตัวรถที่ดูคล้ายกับฉลามแล้ว Zora ยังเกิดไอเดียที่จะย้ายตำแหน่งของเครื่องยนต์ ทำให้ C2 กลายเป็นรถสปอร์ตเครื่องวางกลางในที่สุด

 

Sting Ray Concept รถต้นแบบในสไตล์คูเป้ที่เปิดตัวในปี 1959

.

Zora Arkus Duntov และ Corvette C2 ปี 1966

.

Chevrolet Corvette C2 หรือ The Sting Ray สปอร์ตคูเป้ ที่ปรับดีไซน์ใหม่หมด

 

การย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์ไม่เพียงได้ประโยชน์จากการระจายน้ำหนักเท่านั้น แต่มันยังทำให้ยอดขายของ C2 พุ่งแรงพอๆ กับเครื่องยนต์ 500 แรงม้าของมันอีกด้วย

C2 ทำยอดขายหลังการเปิดตัวในปีแรกได้ถึง 20,000 คัน และในระหว่างปี 1963-1967 ที่ทำตลาด ก็สามารถกวาดไปถึง 117,966 คันด้วยกัน

ปี 1968 GM เปิดตัว Corvette C3 หัวเรือใหญ่ยังคงเป็น Zora กับทีม โดยรถในเจเนอร์เรชั่นนี้คือรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเลยก็ว่าได้ มันได้สร้างสถิติมากมายไม่ว่าจะเป็น โมเดลที่ทำตลาดยาวนานที่สุดถึง 15 ปี

และเป็น Corvette รุ่นที่ขายดีที่สุดตลอดกาล ด้วยยอดขาย 542,861 คัน

 

Corvette C3 ตัวถังใหญ่ขึ้น

 

เกร็ดน่ารู้:

Corvette เป็นชื่อเรือรบขนาดเล็กที่ใช้ในภารกิจลาดตระเวน และด้วยรูปร่างที่ปราดเปรียว บวกกับความคล่องตัวของมันจึงทำให้ทีมออกแบบของ GM เลือกใช้ชื่อนี้

The Blue Flame คือเครื่องยนต์เก่าแก่ของ Chevrolet ที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี 1929 เพื่อใช้กับรถหลายๆ รุ่นของ Chevrolet ตั้งแต่รถเก๋งจนถึงรถกระบะ โดยรุ่นที่นำมาใช้กับ Corvette เป็นเครื่องในเจเนอร์เรชั่นที่ 2

Chevrolet Corvette C3

 

ปัจจุบัน Chevrolet Corvette เดินทางมาถึงในเจเนอร์เรชั่นที่ 8 แล้ว ซึ่งหากนับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว สปอร์ตสัญชาติอเมริกันคันนี้ก็มีอายุร่วม 67 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นรถรุ่นหนึ่งที่มีการทำตลาดมาอย่างยาวนาน

และ Chevrolet Corvette ในเจเนอร์เรชั่นล่าสุด จะสามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนที่ผ่านๆ มาหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปครับ…

 

 

ที่มา corvsport, howstuffworks

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!