เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Toyota Corolla Cross รถในกลุ่ม B-SUV ที่จะมาทำตลาดคู่กับ C-HR

โดย Corolla Cross จะจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิมที่ไม่มีใน C-HR นั่นเอง

 

ราคาอย่างเป็นทางการ Toyota Corolla Cross

– 1.8 Sport ราคา 959,000 บาท (ราคาพิเศษถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ก่อนจะปรับขึ้นเป็น 989,000 บาท)

– 1.8 Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท

– 1.8 Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท

– 1.8 Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค

ยาว : 4,460 มิลลิเมตร

กว้าง : 1,825 มิลลิเมตร

สูง : 1,620 มิลลิเมตร

ระยะฐานล้อ : 2,640 มิลลิเมตร

ระยะต่ำสุดถึงพื้น : 161 มิลลิเมตร

 

 

โครงสร้างตัวถัง TNGA : Toyota New Global Architecture

ช่วงล่างด้านหน้า : แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง

ช่วงล่างด้านหลัง : ทอร์ชั่นทีม พร้อมเหล็กกันโคลง

ระบบเบรกด้านหน้า : ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน

ระบบเบรกด้านหลัง : ดิสก์เบรก

พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS

ระบบการขับขี่ (เฉพาะรุ่น Hybrid) : EV Mode / Sport Mode / ECO Mode

 

.

 

เครื่องยนต์ แบ่งออกเป็น 2 แบบ เริ่มจาก..

เบนซิน 1.8

เครื่องเบนซิน 4 สูบ รหัส 2ZR-FBE ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบนาที แรงบิดสูงสุด 177 ที่ 4,000 รอบนาที

ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ความจุถังน้ำมัน 47 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E85

 

 

เบนซิน 1.8 ไฮบริด

เครื่องเบนซิน 4 สูบ รหัส 2ZR-FXE กำลังสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที

ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลัง 53 กิโลวัตต์ แรงบิด 163 นิวตัน-เมตร แบตเตอรีนิกเกิลเมทัลไฮดราย ความจุ 6.5 แอมแปร์ ต่อ 3 ชั่วโมง

เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า (PS)

ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ความจุถังน้ำมัน 36 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20

 

 

เจาะออปชั่น Toyota Corolla Cross

– 1.8 Sport ราคา 959,000 บาท

(ราคาพิเศษถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ก่อนจะปรับขึ้นเป็น 989,000 บาท)

ออปชั่นมาตรฐานที่ให้มาประกอบไปด้วย

 

ภายนอก

– ล้ออัลลอย 17 นิ้ว และฝาครอบล้อ พร้อมยาง 215/60 R17

– กระจังหน้าสีดำ

– ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ฮาโลเจน

– ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน

– ไฟเลี้ยวด้านหน้า

– ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

– ไฟท้าย LED

– กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว แบบปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติ

– ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED

– เสาอากาศแบบครีบฉลาม

– มือจับประตูด้านนอก สีเดียวกับตัวรถ

– แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรง

 

 

ภายใน

– สีภายใน สีดำ

– วัสดุหุ้มเบาะ เบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์

– พวงมาลัยและวัสดุตกแต่งฐานเกียร์ หุ้มหนัง

– มือเปิดประตูด้านใน โครเมียม

– เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40

– พนักพิงเบาะด้านหลังปรับเอนได้ 1 จังหวะ

– พนักวางแขนด้านหน้าปรับเลื่อนหน้า-หลัง

– พนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ

– กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า ฝั่งเบาะผู้โดยสาร

– กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 ตำแหน่ง

– กระจกแต่งหน้า บริเวณแผงบังแดดคู่หน้าพร้อมไฟส่องสว่าง

– ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า

– ไฟในห้องโดยสาร

– แผงกั้นสัมภาระด้านท้าย

– ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start

– ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ

– ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง พร้อมราวแขวนเสื้อด้านหลัง

– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

– ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

– ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

– ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย

– ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้

– จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID ขนาด 4.2 นิ้ว

 

ระบบความบันเทิง

– จอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth และ USB

– รองรับ Apple CarPlay

– ระบบโทรออกด้วยเสียง

– ระบบ T-Connect

– ลำโพง 6 ตำแหน่ง

 

 

ระบบความปลอดภัย

– ระบบป้องกันล้อล็อก ABS

– ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA

– ระบบควบคุมการทรงตัว VSC

– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC

– ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC

– ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน

– สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน

– ไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

– เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง

– เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง ELR 3 จุด 3 ที่นั่ง

– ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านด้านข้าง และ หัวเข่าฝั่งคนขับ

– จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX

– กล้องมองภาพขณะถอยหลัง

– ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

– สัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS

– ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer

 

 

– 1.8 Hybrid Smart ราคา 1,019,000 บาท

ออปชั่นที่เพิ่มจากรุ่น 1.8 Sport ประกอบไปด้วย

 

ภายนอก

– เปลี่ยน ล้อเป็นล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/60 R17

– เปลี่ยน ไฟหน้าเป็น LED แบบ Hybrid

– เปลี่ยน ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Dayrime Running Lights

– เปลี่ยน ไฟเลี้ยวด้านหน้าเป็นแบบ LED

– เปลี่ยน ไฟท้ายเป็น LED แบบ Light Guiding

– เพิ่ม กระบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน

 

ภายใน

– เพิ่ม ระบบปรับอากาศแบบอิสระแยกซ้าย-ขวา

– เพิ่มระบบ EV Mode, Sport Mode และ ECO Mode

 

ระบบความบันเทิง

ไม่เปลี่ยนแปลงจากรุ่น 1.8 Sport

 

ระบบความปลอดภัย

ไม่เปลี่ยนแปลงจากรุ่น 1.8 Sport

 

.

.

.

.

 

– 1.8 Hybrid Premium ราคา 1,089,000 บาท

 

ภายนอก

– เปลี่ยน ล้อเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/50 R18

– เปลี่ยน กระจังหน้าเป็นแบบดำเงา

– เพิ่ม ระบบ Reverse Link ในกระจกข้าง

– เปลี่ยน คิ้วขอบกระจกประตูเป็นโครเมียม

 

ภายใน

– เพิ่ม สีภายในสีแดง Terra Rossa

– เพิ่ม วัสดุตกแต่งคอนโซลกลางแบบ Piano Black

– เพิ่ม เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

– เพิ่ม ไฟส่องสว่างบริเวณประตูคู่หน้าและที่วางแก้วน้ำ

– เพิ่ม ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ

– เพิ่ม เซนเซอร์เปิด-ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated

– เพิ่ม ที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ

– เปลี่ยน จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID จาก 4.2 นิ้ว เป็น 7 นิ้ว

 

ระบบความบันเทิง

ไม่เปลี่ยนแปลงจากรุ่น 1.8 Hybrid Smart

 

ระบบความปลอดภัย

– เพิ่ม ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED

– เพิ่ม ระบบแจ้งเตือนลมยาง

– เพิ่ม ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง

– เพิ่ม ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ

 

.

.

.

.

 

– 1.8 Hybrid Premium Safety ราคา 1,199,000 บาท

 

ภายนอก

– เพิ่ม หลังคามูนรูฟแบบไฟฟ้า

– เพิ่ม ราวหลังคา

 

ภายใน

– เพิ่ม กระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติ

 

ระบบความบันเทิง

ไม่เปลี่ยนแปลงจากรุ่น 1.8 Hybrid Premium

 

ระบบความปลอดภัย

– เพิ่ม กล้องมองรอบคัน พร้อมมุมมองแบบ 3D View

– เพิ่ม ระบบความปลอดภัยก่อนการชน

– เพิ่ม ระบบ Dynamic Radar Cruise Control

– เพิ่ม ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

– เพิ่ม ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ

– เพิ่ม ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...