เมื่อปีช่วงสิ้นปี 2017 ที่ผ่านมา เจ้าของแบรนด์เครื่องดูดฝุ่นและไดร์เป่าผมชื่อดังอย่าง Dyson ได้ประกาศว่า พวกเขาจะหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและจะเปิดตัวภายในปี 2020 นี้

แต่น่าเสียดายที่โครงการดังกล่าวมีอันต้องล้มเลิกไป เนื่องจากมันไม่สามารถต่อยอดไปถึงขั้นการผลิตเพื่อจำหน่ายได้

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ Dyson จะไม่ได้ไปไกลเกินกว่าคำว่ารถต้นแบบ แต่จากรายงานล่าสุดของสื่อต่างประเทศ ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกียวกับรถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขา และมีการพูดถึงสเปคกับระบบขับเคลื่อนด้วย

 

 

เมื่อไม่นานมานี้ทา Dyson ได้ปล่อยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าคันต้นแบบจากโปรเจกต์ที่ถูกยกเลิกไป ซึ่งภาพดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ทั่วโลกได้เห็นภาพของรถต้นแบบคันนี้ นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มโครงการเมื่อปี 2017

รถต้นแบบของ Dyson ใช้ชื่อเรียกเป็นรหัสว่า N526 มาพร้อมตัวถังในพิกัดของ SUV 7 ที่นั่ง มีความยาวอยู่ที่ 5 เมตร กว้าง 2 เมตร และสูง 1.7 เมตร

 

 

ดีไซน์ภายนอกเผยให้เห็นถึงการออกแบบที่ล้ำสมัย มือจับประตูถูกซ่อนเอาไว้ ในขณะที่กระจกมองข้างถูกแทนที่ด้วยกล้องมองภาพ และมีอออปชั่นหลังคาเป็นพาโนรามิคซันรูฟแบบเต็มใบ

ตามรายงานระบุว่า หากรถคันนี้ถูกผลิตจริง Dyson จะวางตำแหน่งให้ N526 เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Tesla Model X รถ SUV ของ Elon Musk แต่น่าเสียดายที่มันเป็นได้แค้รถต้นแบบเท่านั้น

 

Tesla Model X

 

ในโปรเจกนี้ Sir James Dyson ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ได้ทุ่มงบกระมาณส่วนตัวถึง 2,5000 ล้านปอนด์ หรือกว่า 100,000 ล้านบาท และมีข่าวว่าทางรัฐบาลอังกฤษก็ร่วมให้เงินสนับสนุนโครงการของพวกเขาด้วย

ในฐานะรถต้นแบบ N526 มาพร้อมกับมอเตอร์ที่ให้พละกำลังมากถึง 536 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 479 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.8 วินาที

 

แพลตฟอร์มของ Dyson N526

.

แบตเตอรี่ของ Dyson N526

 

แม้ระบบขับเคลื่อนอาจไม่หวือหวาเท่า Tesla Model X ที่มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายใน 2.8 วินาที แต่ Dyson ได้ชดเชยข้อด้อยด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำระยะทางต่อการชาร์ ได้ไกลถึง 965 กิโลเมตร (มากกว่า Model X ตัวท็อปเกือบ 2 เท่าตัว)

และไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังใส่การออแบบที่ไม่เหมือนใครไว้ในรถ SUV คันนี้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น เบาะนั่งที่ดีไซน์รับกับสรีระของผู้ขับขี่ ระบบกรองอากาศเพื่อคุณภาพของอากาศภายในห้องโดยสาร

และมาตรวัดต่างๆ ที่จะถูกย้ายไปไว้ที่จอ heads-up display เพียงอย่างเดียว

 

 

จากข้อมูลที่เปิดเผยออกมา รถยนต์ไฟฟ้าของ Dyson ก็ไม่ได้ดูขี้เหร่เลยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

แต่ปัญหาคือ ทำไมมันถึงเป็นได้แค่รถต้นแบบ และทำไม James Dyson ถึงยอมทิ้งเงินหลายแสนล้านบาทไป??

คำถามนี้คงไม่มีใครตอบได้ที่เท่าเจ้าของแบรนด์

 

James Dyson นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dyson

 

Sir James Dyson ให้สัมภาษณ์กับ The Australian ถึงสาเหตุที่ล้มเลิกโครงการรถยนต์ไฟฟ้าไปว่า มันเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิต และ Dyson เองก็ไม่สามารถรับความเสี่ยงได้

“รถยนต์ไฟฟ้ามีต้นทุนการผลิตที่สูงมาก ทั้งการผลิตแบตเตอรี่ การจัดการแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า รวมถึงระบบความร้อน ทุกอย่างล้วนมีต้นทุนสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปฯ ทั้งนั้น

ตอนนี้แบรนด์รถหรูที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Audi BMW Mercedes-Benz และ Jaguar ต่างกำลังขาดทุนจากการขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่พวกเขาต้องทำเพราะเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เราไม่มีกำลังการผลิตที่มากพอ ผมจะทำกำไรจากการผลิตรถยนต์ หรือกำลังทำอะไรที่เป็นอัตรายต่อบริษัทของเรา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันมีความเสี่ยงมากเกินไป”

 

 

Dyson วางแผนที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขาที่ประมาณ 150,000 ปอนด์ หรือราวๆ 5.6 ล้านบาท ซึ่งราคานี้สูงกว่า Tesla Model S เกือบ 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

ด้วยราคาที่ต่างกันมาก ประกอบกับความที่แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการยานยนต์มากเท่าไหร่ อาจรวมอยู่ในความเสี่ยงที่ James Dyson พูดถึง และทำให้เราอดเห็นรถยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทไดร์เป่าผมรายนี้ก็เป็นได้…

 

 

ที่มา theaustralian, carscoops

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!