มารู้จัก “e-Road” ระบบถนนชาร์จไฟแห่งโลกอนาคต เมื่อรถไฟฟ้า จะวิ่งได้โดยไม่ต้องแวะชาร์จ

ปัจจุบัน ยานยนต์ไฟฟ้าเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจากเทคโนโลยีด้านแบตเตอรีที่พัฒนาขึ้น รวมไปถึงเทรนด์ของการสนับสนุนให้คนรักษ์โลกมากขึ้น

เราจึงได้เห็นหลายประเทศ เริ่มเปลี่ยนขนส่งสาธารณะในประเทศ อย่างเช่นรถบัส รถแท็กซี่ ให้เป็นระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

ทั้งนี้ แม้ยานยนต์ไฟฟ้าจะทำระยะทางวิ่งได้ไกลมากขึ้น แต่หลายคนก็ยังมองว่ามันไม่สะดวกที่จะต้องมาเสียเวลาชาร์จแบตอย่างต่ำ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

จึงมีคนหลายกลุ่มที่เกิดแนวคิดที่ทำให้รถไฟฟ้าสามารถชาร์จแบตได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กขึ้นมา..

 

วิธีแรกคือการ นำแผงโซลาร์เซลล์มาติดให้รถเพื่อรับพลังงานแสงอาทิตย์มาชาร์จให้กับรถ ซึ่งวิธีนี้ Hyundai ได้ทำออกมาให้เห็นแล้วใน Hyundai Sonata รถที่ติดหลังคาโซลาร์ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาเมื่อ 2 เดือนก่อน

แต่ถึงอย่างนั้นพลังงานจากแสงอาทิตย์ก็ไม่เพียงพอกับการใช้งานของรถอยู่ดี

อ้างอิงจาก Hyundai Sonata พบว่าการรับพลังงานจากแดด 6 ชม. ทำให้รถวิ่งเพิ่มได้แค่เพียง 3.7 กม. เท่านั้น

การนำแผงโซลาร์มาติดตั้งให้รถจึงอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

 

ส่วนแนวคิดที่สองนั้นคือ ทำให้รถชาร์จแบตไร้สายได้เหมือนโทรศัพท์มือถือไปเลย

แต่ถ้าต้องจอดอยู่นิ่งๆ แล้วชาร์จแบบไร้สาย มันก็ไม่ต่างอะไรกับชาร์จแบบเสียบปลั๊กใช่ไหม?

ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ถนนเป็นที่ชาร์จไร้สายไปเลยตลอดทั้งเส้นทาง

แนวคิดดังกล่าวกำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้วโดยสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Electreon 

 

e-Road ถนนชาร์จรถไฟฟ้าแบบไร้สาย

.

อุปกรณ์ชาร์จไร้สายที่จะถูกฝังอยู่ในถนน

 

Electreon เป็นบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอิสราเอล ถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี 2013 มีสำนักงานตั้งอยู่ที่เมืองเทล-อาวีฟ

พวกเขาได้มีแนวคิดที่ชื่อว่า e-Road หรือก็คือการทำให้ถนนสามารถชาร์จแบตให้ยานยนต์ไฟฟ้าตลอดทั้งเส้นทาง

หลักการทำงานของ e-Road ก็เข้าใจง่ายเหมือนกับการชาร์จไร้สายของโทรศัพท์มือถือ

โดยปัจจัยหลักจะมีอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่

 

– ตัวส่งพลังงาน เป็นขดลวดทองแดงแบบพิเศษ มันจะถูกฝังอยู่ใต้ถนนเพื่อส่งพลังงานไปให้ตัวรับ

 

– ตัวรับพลังงาน จะติดตั้งอยู่ใต้ยานพาหนะซึ่งมันจะนำพลังงานที่ถูกส่งมาไปจ่ายให้กับมอเตอร์เหมือนกับแบตเตอรี่

 

– และเครื่องอินเวอร์เตอร์ จะถูกติดตั้งอยู่ข้างถนน คอยควบคุมการส่งพลังงานและทำหน้าที่สื่อสารกับรถที่อยู่ในเส้นทาง e-Road สำหรับระบบไร้คนขับ

 

แน่นอนว่าไอเดีย e-Road เป็นอะไรที่ฟังดูเยี่ยมยอด แต่มันก็มีข้อเสียที่หลายคนน่าจะเดากันออกนั่นก็คือ ต้องใช้งบมหาศาล ถึงจะเปลี่ยนถนนธรรมดาให้กลายเป็น e-Road ได้

Electreon จึงมุ่งมั่นที่จะใช้ e-Road ปฏิวัติระบบรถบัสสาธารณะก่อนเป็นลำดับแรก

เนื่องจากรถบัสหรือรถเมล์ประจำทางจะมีเส้นทางการวิ่งรถที่ถูกกำหนดเอาไว้ และเลนรถบัสก็มีแค่เลนเดียว ทำให้งบไม่บานปลายกับการสร้าง e-Road

และที่แรกที่เขาต้องการจะเปลี่ยนเป็นที่แรกก็คือขนส่งของเมืองเทล-อาวีฟ ที่ตั้งของ Electreon นั่นเอง

Electreon เผยว่า e-Road จะทำให้ต้นทุนของการที่เอารถบัสออกมาวิ่งตามเส้นทางลดลง 70% และค่าบำรุรักษารถลดลง 75% เมื่อเทียบกับรถบัสดีเซล แถมยังไม่สร้างมลพิษด้วย

 

 

โปรเจ็กต์ดังกล่าวได้ทำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสภาเมืองเทล-อาวีฟ และ Dan Bus บริษัทผู้ให้บริการรถบัสประจำเมืองเทล-อาวีฟ รู้สึกมองเห็นถึงอนาคต

พวกเขาจึงร่วมมือร่วมใจ อนุมัติโครงการและให้เงินลงทุนกับ Electreon

โดยสภาเมืองได้ออกงบจำนวน 60 ล้านบาทในการสนับสนุนโปรเจ็กต์ดังกล่าว

ส่วน Dan Bus ก็ได้ทุ่มเงินจัดหารถบัสไฟฟ้าและลงทุนให้กับ Electreon เป็นเงินจำนวน 100 ล้านบาท

ซึ่งโปรเจ็กต์ดังกล่าวได้เริ่มติดตั้งบนถนนจริงเรียบร้อย โดยการเริ่มทดสอบติดตั้ง e-Road ความยาว 20 เมตรก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี

การทดสอบนั้นพบว่าพลังงานจากถนนมีความเสถียรถึง 91% เลยทีเดียว!!

 

 

นอกจาก Electreon จะมีบทบาทในประเทศอิสราเอลแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพวกเขายังได้ถูกเลือกจากรัฐบาลสวีเดนให้เปิดโปรเจ็กต์ e-Road อีกด้วย

สวีเดนมีแผนที่จะเปลี่ยนรถชัทเทิลบัสสนามบินมาใช้เป็นรถไฟฟ้า แล้วเผอิญว่า Dan Bus เป็นผู้ที่จัดจำหน่ายให้กับพวกเขาพอดี

 

Dan Bus จึงแนะให้ Electreon เสนอแผนงานเข้าไปเพราะโครงการ e-Road เหมาะกับแผนงานของรัฐบาลสวีเดนมาก

ปรากฏว่าทางสวีเดนได้เลือกจับมือกับ Electroen ซึ่งนำเสนอไอเดียถนนชาร์จไฟนี้ (ทั้งที่มีคู่แข่งอย่าง Alstom และ Volvo เสนอแผนงานเข้ามาเช่นกัน)

ตอนนี้ Electreon มีแผนที่จะทดสอบด้วยการสร้าง e-Road ตัวอย่างระยะทาง 1.6 กม. ในเส้นทางหลวงระหว่างเมือง Visby และสนามบินบนเกาะ Gotland

ก่อนที่จะเริ่มโปรเจกต์ใหญ่กว่านั้น ซึ่งก็คือการเปลี่ยนทางหลวงทั่วสวีเดนให้กลายเป็น e-Road ในท้ายที่สุด

 

 

Electreon เผยว่าเป้าหมายต่อไปที่วางเอาไว้ในอนาคตคือการปฏิวัติขนส่งสาธารณะโดยนำ ‘ระบบไร้คนขับ’ เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับ e-Road

เพราะเมื่อ e-Road ใช้งานได้จริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ หมายความว่ารถสาธารณะก็ไม่จำเป็นต้องหยุดวิ่งเพื่อเติมเชื้อเพลิง

และถ้าหากนำระบบไร้คนขับมาติดตั้งให้รถสาธารณะ หมายความว่ามันจะสามารถให้บริการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งเป้าหมายนี้ทางบริษัทได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะดำเนินแผนให้ได้ภายในปี 2030

Noam Ilan หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Electreon ได้พูดถึงแนวคิดดังกล่าวเอาไว้ว่า

“รถไร้คนขับในความคิดของเราคือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่จะมาให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง”

“เพราะรถจะไม่มีวันที่แบตหมดด้วย e-Road เราจึงคิดว่าให้รถติดตั้งเพียงแค่แบตเตอรี่ขนาดเล็ก ถึงใช้งานหนักแค่ไหนต้นทุนก็ไม่เสียเยอะ”

 

Noam Ilan ผู้ร่วมก่อตั้ง Electreon

 

พวกเขาจะไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นที่เป็นคำตอบ

แต่ต้องยอมรับว่าแนวคิดของ Electreon นั้นก้าวล้ำมาก และถ้าหากพวกเขาทำสำเร็จ มันจะเป็นการพลิกโฉมรถสาธารณะอย่างแท้จริง

แล้วคุณคิดอย่างไรกันครับ…?

 

แหล่งอ้างอิง: nytimes, electreon, israel21c, autofutures, electrive

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...