กรณีศึกษาเมื่อ “จีน” ยกเลิก “ตู้เก็บเงินทางด่วน” ทดลอง 3 ปี ช่วยชาติประหยัดน้ำมัน 9,000 ล้าน!!

รถติดหนึ่งปัญหาที่เมืองใหญ่ในหลายประเทศต้องเผชิญ รถติดไม่เพียงแค่ทำให้ผู้ใช้รถเสียเวลาในการเดินทางมากขึ้นเท่านั้น แต่มันยังตามมาด้วยปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แม้ในหลายประเทศจะมีการสร้างทางด่วนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ในช่วงที่การจราจรหนาแน่นวิธีการที่ว่านี้ก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

โดยเฉพาะปัญหาการจราจรหนาแน่นหรือ “คอขวด” บริเวณด่านเก็บเงิน คงจะเป็นเรื่องหนักใจของผู้ใชถนนหลายๆ คน

 

ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของอุปกรณ์ชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติหรืออีทีซี (ETC) เพื่อให้ผู้ใช้งานทางด่วนสามารถจ่ายเงินผ่านแอพลิเคชั่นได้

ETC คืออะไร?? มันสามารถช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้มากแค่ไหน และในบ้านเรามีการนำมาใช้ด้วยหรือไม่ เราจะขออธิบายผ่านบทความนี้ครับ…

 

 

ETC คืออะไร??

อุปกรณ์ชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Electronic Toll Collection เป็นอุปกรณ์ที่จะติดตั้งเอาไว้ที่ตัวรถ เพื่อใช้ในการจ่ายค่าผ่านทางตรงตามชื่อของมันนั่นแหละครับ

อุปกรณ์ที่ว่านี้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยการทำงานของมันก็คือตัวอุปกรณ์ซึ่งติดอยู่ที่รถ จะสั่งสัญญาณไปยังเครื่องรับ จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลในบัตร และทำการหักเงิน พร้อมกับเปิดที่กันให้รถผ่านได้อัตโนมัติ

เริ่มคุ้นกันรึยังครับ เพราะบ้านเราก็มีการนำเอาระบบ ETC มาใช่เหมือนกัน โดยจะมาในรูปแบบของ M-Pass ของกรมทางหลวง กับบัตร Easy Pass ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่เราคุ้นกันนั่นเองครับ

การประหยัดเวลานี้ อาจจะแค่เวลา 10 วินาที หรือไม่ถึง 30 วินาที สำหรับผู้ใช้หนึ่งคน

แต่เมื่อรวมกับยอดรถนับล้านคันต่อวัน มันคือเวลาที่มีค่ามหาศาล

และที่ประเทศจีนหลังจากทดลองมา 3 ปี พบว่าเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้สามารถช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้รถได้ถึง 52 ล้านชั่วโมง แถมยังลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 347,000 ตันด้วยกัน

ถ้าคิดเป็นตัวเงินง่ายๆ ก็คือ มันช่วยชาติประหยัดน้ำมันได้ปีละถึง 2,800-3,000 ล้านบาท รวมกันก็เกือบ 9,000 ล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว!!

 

 

 

ETC ช่วยจีนประหยัดค่าเชื้อเพลิง เตรียมใช้เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ายกเลิกตู้เก็บค่าทางด่วนภายในสิ้นปีนี้

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 สำนักข่าว China Xinhua News รายงานทางการจีนส่งเสริมให้ผู้ใช้รถติดตั้งอุปกรณ์ ETC พร้อมให้สิทธิพิเศษมากมาย

เช่น ขอลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เพื่อขอติดตั้งอุปกรณ์ฟรี, จัดส่งอุปกรณ์ให้ถึงหน้าบ้าน รวมทั้งเพิ่มส่วนลดค่าผ่านทางอีก 5 % สำหรับผู้ที่ใช้ระบบดังกล่าว

โดยพวกเขาตั้งเป้าให้รถยนต์ที่จดทะเบียนภายในประเทศกว่า 80% ติดตั้งอุปกรณ์ ETC ภายในสิ้นปีนี้ คิดเป็น 180 ล้านคัน

 

 

จากรายงานของกระทรวงคมนาคมประเทศจีน ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์ ETC ทั้งสิ้น 107 ล้านคัน

เพิ่มจากปี 2018 ที่มีเพียงแค่ 72 ล้านคัน

แผนการดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประสิทธิภาพในการสัญจรและลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าของจีนเช่นกัน

 

ไทยอีกไม่นานเกินรอ…

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าทาง สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เตรียมศึกษาระบบ ETC อยู่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจรสะสมบริเวณหน้าด่านเก็บเงิน และอาจพัฒนาเป็นด่านเก็บเงินแบบไร้ไม้กั้นในอนาคต

โดยจะเป็นการเรียกเก็บค่าผ่านทางย้อนหลัง ให้ผู้ขับขี่ใช้บริการก่อน และชำระค่าทางหลวงเป็นรอบบิลไป

ตามรายงานข่าว โครงการดังกล่าวอาจจะของบประมาณในปี 2563 เพื่อศึกษา และคาดว่าจะพร้อมให้บริการในปี 2564

แบ่งเป็น 4 เรื่องด้วยกันคือ

1. จัดหาหน่วยงานเพื่อมาบริหารจัดการ คล้ายกับบัตรแมงมุม (ระบบตั๋วร่วมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน)

2. หาเทคโนโลยีที่จะมาใช้กับระบบดังกล่าว ทั้งระยะเริ่มต้นและระยะยาวเพื่อให้เป็นมาตรฐาน

3. พิจารณาแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4. กำหนดระยะการเปลี่ยนผ่าน จากระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในปัจจุบัน เป็นแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะการปฏิบัติจะพิจารณาตามแผนแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี

 

 

โดยส่วนตัวคิดว่ามีการนำเอากระบบ ETC มาใช้อย่างเต็มรูปแบบในบ้านเรา ตามที่สนข. ระบุ คาดว่าอาจเกิดประโยชน์หลายทาง

ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางเพียงเท่านั้น แต่เมื่อรถสามารถระบายได้เร็วยิ่งขึ้น และไม่ต้องจอดเพื่อรอจ่ายค่าทางด่วน ปัญหาเรื่องของมลพิษก็อาจจะลดลงด้วยก็เป็นได้ครับ

แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง คอมเมนต์บอกกันได้เลยครับ…

 

ที่มา motorway, thaieasypass, dailynews

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!