สรุปคดีความ Elon Musk กับการโพสต์ทวิตเตอร์ ที่ทำให้เขาโดนปรับเงินกว่า 1,300 ล้าน!!

เชื่อว่า Elon Musk คือหนึ่งในบุคคลที่หลายคนที่ติดตามวงการยานยนต์จะต้องรู้จัก เพราะการที่เขาได้มาพลิกโฉมวงการยานยนต์ด้วย Tesla รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

แต่นอกจากสิ่งที่เขาทำในวงการยานยนต์แล้ว หลายคนก็น่าจะรู้ว่าเขาเป็นบุคคลที่ขี้เล่น กวนโอ๊ย จนถึงขั้นนำไปสู่เรื่องราวต่างๆ มาพอสมควร…

 

 

และล่าสุดมีรายงานออกมาจาก CNN เผยว่าหาก Musk จะทวีตหรือโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขและการดำเนินงานของ Tesla เขาจะต้องส่งเนื้อหาไปให้ทนายความตรวจสอบก่อน

มันฟังดูเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ ที่ใครสักคนจะโพสต์อะไรลงโซเชียล ถึงขั้นต้องส่งให้ทนายความเลยหรือ??

หากคุณสงสัยว่าก่อนเรื่องราวจะมาถึงจุดนี้ มีอะไรเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ติดตามกันได้เลยครับ…

 

 

ประเด็นแรก จะนำ Tesla ออกตลาดหุ้น ก่อนกลับลำ

ในช่วงกลางปีก่อน มีช่วงที่ Elon Musk ถูกวิจารณ์อย่างมาก ทั้งการโพสต์ด่านักดำน้ำในภารกิจถ้ำหลวง สูบกัญชาออกสื่อ รวมถึงการถูกฟ้องเพราะทวิตเตอร์เป็นเหตุ

ทุกอย่างเริ่มต้นในวันที่ 7 สิงหาคม 2018 เมื่อเขาทวีตว่า “กำลังพิจารณาซื้อหุ้น Tesla กลับคืนมาเป็นของตัวเอง ด้วยราคา 420 ดอลลาร์ต่อหุ้น”

 

 

ต่อมา เขาก็เขียนอธิบายลงในเว็บบล็อก Tesla ว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจจะทำจริง แต่เหตุผลที่มีแนวคิดแบบนี้ขึ้นมาเพราะพนักงาน Tesla ทุกคนมีหุ้นบริษัทอยู่ ขณะที่ราคาหุ้นก็ผันผวนตามใจนักลงทุนเกินไป

หากเขาซื้อหุ้นกลับและออกจากตลาดหลักทรัพย์ พนักงานจะได้โฟกัสกับงานของตัวเองอย่างเต็ม ไม่ต้องสนใจราคาหุ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ Musk ยังกล่าวว่าการออกตลาดหลักทรัพย์ ทำให้บริษัทโฟกัสเป้าหมายระยะยาวได้ดีกว่าเดิม ไม่ต้องมุ่งเน้นแต่กำไรระยะสั้นอีกด้วย เรียกได้มีข้อดีถึงสองต่อ

วันต่อมา Musk ถึงกับกล่าวว่าได้คุยกับกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย และพวกเขาก็พร้อมที่จะเป็นนายทุนให้

 

ถูกฟ้อง สูญเงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์และตำแหน่งประธานบอร์ดบริหาร

 

แต่… จากเหตุดังกล่าวทำให้ SEC (กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ของอเมริกา มองว่าการกระทำของ Musk เป็นการจงใจปั่นหุ้น Tesla ให้สูงขึ้น

จึงยื่นฟ้องเขาฐานฉ้อโกงหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ Musk ออกจากบอร์ดบริหารของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด

นั่นเพราะหลังจากการประกาศออกมา หุ้นของ Tesla พุ่งขึ้นมาสูงมากจริงๆ

จากเดิมมีราคาประมาณ 340 ดอลลาร์ต่อหุ้น ได้พึ่งขึ้นไปถึง 380 ดอลลาร์ต่อหุ้น บวกไปกว่า 11% เลยทีเดียว

 

Musk ออกมาโอดครวญว่าคำสั่งฟ้องไม่ยุติธรรมสำหรับเขา และเขาผิดหวังมาก

แต่สุดท้าย Musk ก็ขอยอมความและจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 40 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 1,300 ล้านบาท

แถมยังต้องลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารของ Tesla และห้ามกลับมาดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 3 ปี (แต่ยังดำรงตำแหน่ง CEO อยู่)

 

ถูกฟ้องเพราะทวิตเตอร์อีกครั้ง

แต่เรื่องราวของ SEC กับ Musk ยังไม่จบแค่นี้ และทวิตเตอร์ก็เป็นเหตุอีกครั้ง…

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา Musk ได้ทำการทวีตข้อมูลเรื่องจำนวนรถยนต์ที่ Tesla สามารถผลิตได้ในปีนี้ลงไปบนทวิตเตอร์

Musk กล่าวว่าในปี 2011 Tesla ผลิตรถได้ 0 คัน

แต่ในปี 2019 พวกเขาจะผลิตได้ 500,000คัน เฉลี่ยประมาณสัปดาห์ละ 10,000 คัน และจะสามารถส่งรถไปได้จริงๆ (ขายรถได้) 400,000 คัน

 

 

จากทวีตดังกล่าวทำให้ SEC ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพราะพวกเขามองว่าสิ่งที่ Musk ทวีตออกมาไม่มีข้อมูลประกอบว่าจะผลิตรถได้จำนวนที่ว่ามาจริงๆ จึงเข้าข่ายชี้นำตลาดหุ้นและทำการยื่นฟ้อง

ภายหลังทีมกฎหมายของ Tesla ก็ออกมายอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบทวีตดังกล่าว เพราะไม่ใช่ข้อมูลที่มีผลต่อตลาดหุ้น Musk แค่ลงข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้าแล้ว

 

จนกระทั่ง ศาลได้ออกคำสั่งให้ Musk และ SEC เจรจาหาข้อสรุปก่อนผลจะออกมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2019

SEC ได้ทำข้อตกลงให้ Musk ใช้ทวิตเตอร์ได้อย่างอิสระต่อไป แต่มีข้อแม้หนึ่งอย่าง…

ช้อแม้ที่ว่าคือ หากเขาต้องการทวีตเกี่ยวกับการเงิน ยอดผลิต-ยอดขาย-ยอดส่งมอบ ไม่ว่าจะตัวเลขจริง-คาดการณ์-ประเมิน หรือไลน์ธุรกิจใหม่ของ Tesla ที่จะส่งผลต่อตลาดหุ้น

เขาจะต้องส่งเนื้อหาไปให้ทีมกฎหมายของ SEC ตรวจสอบเสียก่อนจะทวีตออกไป

แต่หากเป็นเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้ เขาสามารถโพสต์ได้อย่างอิสระเหมือนเคย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ์ตูน เรื่องจรวดไปดาวอังคาร หรือกระทั่งภาพน้องแกะ ที่ชอบโพสต์อยู่ในช่วงหลัง

ซึ่งผลการตัดสินที่ออกมานั้น ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าจะส่งผลดีต่อทั้ง Musk และ Tesla ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะมีเหตุให้โดนปรับเพิ่ม หรือราคาหุ้นของบริษัทปั่นป่วนอีกต่อไป

 

และนี่ก็เป็นเรื่องราวคดีความทั้งทั้งสองครั้งของ Elon Musk ที่มีต้นเหตุเกิดมาจากทวิตเตอร์ แพลตฟอร์มโซเชียลซึ่งใครจะคิดว่า “การโพสต์” นั้นจะมีความเสียหายนับพันล้าน

ซึ่งทางเราก็หวังว่าจะไม่มีคดีความครั้งที่สามเกิดขึ้นอีก เพื่อให้เฮีย Musk ได้ทุ่มเทกับงานของเขา อย่างที่เขาฝันจะทำหลายๆ อย่างให้สำเร็จต่อไป

 

ที่มา: CNN, CNBC, @elonmusk, the verge

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...