INFO : ตำแหน่ง “วางเครื่องยนต์” หน้า-กลาง-หลัง แตกต่างกันอย่างไร?

 

การออกแบบรถยนต์นั้น ค่ายรถสามารถเลือกได้ว่าจะวางตำแหน่งเครื่องยนต์ไว้ตำแหน่งไหนของรถ ทั้งด้านหน้า / กลางรถ / หรือท้ายรถ

แต่การวางในแต่ละตำแหน่งนั้น มีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันอย่างไร และทำไมปัจจุบันรถเครื่องวางหน้าถึงเป็นที่นิยมที่สุด เราได้สรุปมาให้แล้วครับ…

 

 

1. เครื่องวางหลัง

 

ในอดีตช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ธุรกิจรถยนต์ได้เฟื่องฟูขึ้นมา นำโดย Volkswagen Beetle รถเครื่องวางหลัง ขับเคลื่อนล้อหลังที่ทำยอดขายได้มหาศาล

ทำให้หลายคนมองเห็นว่ารถเครื่องวางหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง คือสูตรสำเร็จที่ทำออกมาแล้วทำให้รถขายได้ จึงทำให้เกือบทุกค่ายรถยนต์ในเวลานั้นสร้างรถประเภทนี้มาขายจนเต็มตลาด

แม้จะถูกกล่าวขานว่าขับสนุกเร้าใจ แต่ต่อมาได้มีการพบว่ารถประเภทนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการให้เกิดอุบัติเหตุจากอาการท้ายปัด เทรนด์การผลิตรถจึงเปลี่ยนไปเป็นเครื่องวางหน้าที่ปลอดภัยกว่านั่นเอง

 

2. เครื่องวางหลัง

 

หลังเทรนด์เปลี่ยนการสร้างรถเปลี่ยน ค่ายรถยนต์พบว่าสูตรสำเร็จใหม่คือรถเครื่องวางหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า ที่มีข้อดีทั้งรถปลอดภัยขึ้น ต้นทุนการผลิตถูกลง และออกแบบให้ภายในกว้างขึ้นได้

หลังจากนั้นการผลิตรถบ้านที่ใช้งานทั่วไปก็เปลี่ยนมาเป็นรถเครื่องวางหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้ากันเกือบหมดทั้งอุตสาหกรรมมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้มีรถอีกประเภทที่เครื่องวางหน้า แต่ขับเคลื่อนล้อหลัง นั่นก็คือรถประเภท มัสเซิลคาร์ / โพนี่คาร์ จากค่ายอเมริกัน จนกลายมาเป็นสเน่ห์และธรรมเนียมปฏิบัติของรถประเภทนี้มาจนถึงปัจจุบัน

 

3. เครื่องวางกลาง

 

รถเครื่องวางหลังถูกพัฒนาขึ้นมาในแนวคิดที่ว่า “จะทำอย่างไรให้รถมีการควบคุมที่ดีที่สุด” และคำตอบก็คือการเอาเครื่องวางไว้ตรงกลาง ให้น้ำหนักกระจายไปทั่วรถ ไม่หนักไปด้านใดด้านนึง

ซึ่งมันก็ทำให้รถประเภทนี้มักจะเป็นรถประสิทธิภาพสูง รถซูเปอร์คาร์ ที่มีเบาะนั่ง 2 ที่นั่ง เพราะพื้นที่สำหรับวางตำแหน่งเบาะหลังถูกเอาไปวางเครื่องยนต์แล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น Koenigsegg รถไฮเปอร์คาร์เครื่องวางกลาง 4 ที่นั่งคันแรกของโลกได้เปิดตัวออกมาเมื่อไม่นานมานี้เพื่อแก้ข้อเสียของรถประเภทนี้ ซึ่งก็เป็นข้อบ่งบอกว่าการพัฒนารถยนต์นั้นไม่มีขีดจำกัด ก็ต้องรอดูว่าในอนาคตจะมีรถเครื่องวางกลาง 4 ที่นั่งออกมาอีกหรือไม่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : Koenigsegg Gemera ไฮเปอร์คาร์ไฮบริด 1,700 แรงม้า เปิดราคาในไทย 110 ล้านบาท* (รวมภาษีนำเข้า)

 

และนี่ก็เป็นความแตกต่างของการวางเครื่องยนต์ที่ต่างจากในรถยนต์

แบบไหนที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด และรถในฝันของคุณเป็นรถประเภทไหน หวังว่าบทความนี้จจะช่วยให้คำตอบได้ครับ

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...