หลังจากที่ Nissan Kicks ได้เปิดตัวในไทยเป็นที่เรียบร้อย แถมสร้างจุดเด่นด้วยการเอาเครื่องยนต์ e-POWER มาทำตลาดในบ้านเราเป็นครั้งแรก

ทีมงานได้พบว่า ยังมีใครหลายๆ คนที่ยังไม่เข้าใจระบบนี้ รวมถึงเกิดคำถามหลายๆ อย่างที่มีต่อระบบ e-POWER แต่หาคำตอบไม่ได้

วันนี้เราจึงจะพาผู้อ่าน ไปรู้จักกับ e-POWER ด้วยการอธิบายแบบที่เข้าใจง่ายที่สุด ซึ่งบทความนี้อาจจะคลายข้อสงสัยให้หลายได้ไม่มากก็น้อยครับ…

 

 

การทำงานของ e-POWER อธิบายแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ e-POWER กันก่อน

อธิบายให้เข้าใจกันแบบง่ายๆ จากเดิมที่ รถน้ำมัน นั้น ใช้เครื่องยนต์ในการส่งพลังไปที่ระบบขับเคลื่อนให้ล้อหมุน

 

แต่ e-POWER ก็คือการเอาเครื่องยนต์น้ำมัน มาใช้ในการปั่นไฟอย่างเดียว

เพื่อนำพลังงานไฟฟ้า ไปเก็บไว้ในแบตเตอรี

จากนั้นมอเตอร์ไฟฟ้า ก็จะดึงพลังงานจากแบตเตอรีไปขับเคลื่อนล้อ

 

หรือถ้าอยากดูแบบมีภาพประกอบก็สามารถดูได้ในวิดีโอนี้ที่เราได้ทำไว้ก่อนที่ Kicks จะเปิดตัว

รู้จัก e-Power ให้มากยิ่งขึ้น บอกว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ทำไมเติมน้ำมันได้

รู้จัก e-Power ให้มากยิ่งขึ้น บอกว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ทำไมเติมน้ำมันได้!?Nissan กำลังจะเปิดตัวรถยนต์ที่มาพร้อมกับขุมพลังใหม่ของพวกเขา e-Power ที่บอกว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าทางเลือกใหม่แต่สงสัยไหมว่า มันทำงานอย่างไร!? ทำไมชาร์จไฟไม่ได้? ทำไมต้องเติมน้ำมัน?เราจะพาคุณไปรู้จัก e-Power กันให้มากยิ่งขึ้น ผ่านคลิปวิดีโอนี้ครับ…

បាន​បង្ហោះ​ដោយ Magcarzine.com ข่าวสารยานยนต์ ให้คุณรู้จริงก่อนใคร នៅ ច័ន្ទ 30 មីនា 2020

 

 

แต่ด้วยการที่ทาง Nissan พยายามโปรโมทว่า e-POWER คือ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ หลายคนจึงสงสัยว่า…

e-POWER ก็คือรถ Hybrid ไม่ใช่หรือ?

คำตอบคือ ใช่ครับ

Hybrid นั้นแปลว่า ลูกผสม ถูกนำมาใช้เรียกรถที่มีทั้ง เครื่องยนต์ และ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (มอเตอร์+แบตเตอรี) ทำงานผสมกัน

ซึ่ง e-POWER ก็มีทั้ง เครื่องยนต์ และ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ผสมกัน

 

เพียงแต่ว่า มันเป็น Hybrid ในแบบที่แตกต่างกัน กับรถของค่าย Toyota ที่มีชื่อเสียงในรถประเภทนี้

ถ้าให้อธิบายความต่างแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ..

รถ Hybrid ของง Toyota นั้น เครื่องยนต์เป็นระบบขับเคลื่อนหลัก ส่วนระบบไฟฟ้ามีหน้าที่แค่ซัพพอร์ต

ส่วน e-POWER เครื่องยนต์มีไว้ซัพพอร์ต (ปั่นไฟ) ให้ระบบไฟฟ้าขับเคลื่อนรถ 

เราเรียกรถแบบนี้ว่าเป็นรถไฮบริดแบบอนุกรม หรือ Series Hybrid

 

e-POWER เป็น Series Hybrid รูปแบบด้านซ้าย

 

หากผู้อ่านเข้าใจกับการทำงานและความแตกต่างของ e-POWER แล้ว บางคนก็อาจจะยังมีคำถามอยู่

เราจึงขอหยิบคำถาม ที่พบเห็นบ่อยๆ มาไขข้อข้องใจกัน

 

1. แล้วจะเรียกว่า e-POWER ทำไม โปรโมทว่าเป็นรถไฟฟ้าทำไม ทั้งที่เป็นรถ Hybrid ?

นั่นเป็นเพราะ ถ้าเราพูดว่ารถ Hybrid เราก็ต้องไปนึกถึงรถ Hybrid จาก Toyota ใช่ไหม?

ซึ่ง e-POWER มันก็ทำงานแตกต่างกันกับ Hybrid ที่คนทั่วไปเข้าใจจริงๆ

ค่าย Nissan จึงต้องสร้างจุดขายขึ้นมาเพื่อให้คนสนใจและรู้ว่านี่มันคือของใหม่ ซึ่งมันก็คือเทคนิกด้านการตลาดอย่างหนึ่ง

อีกทั้งตอนคุณเหยียบคันเร่ง ฟีลลิ่งออกตัวที่ได้ก็จะเป็นการทำงานของมอเตอร์ แบบเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า ค่ายจึงเอาจุดนี้มาทำการโปรโมตได้นั่นเองครับ

 

2. e-POWER ประหยัดน้ำมันกว่า Hybrid หรือไม่ ?

อ้างอิงจาก Eco Sticker ที่ทดสอบในมาตรฐานเดียวกัน

Nissan Kicks

สภาวะในเมือง : 27 กม./ลิตร (3.7 ลิตร/100 กม.)

สภาวะนอกเมือง : 22.2 กม./ลิตร (4.5 ลิตร/100 กม.)

สภาวะรวม :  23.8 กม./ลิตร (4.2 ลิตร /100 กม.)

 

Toyota C-HR Hybrid

สภาวะในเมือง : 24.3 กม./ลิตร (4.1 ลิตร/100 กม.)

สภาวะนอกเมือง : 23.8 กม./ลิตร (4.2 ลิตร/100 กม.)

สภาวะรวม :  24.3 กม./ลิตร (4.1 ลิตร /100 กม.)

จะพบว่า Kicks ได้เปรียบในการขับขี่ในเมือง แต่เมื่อนำไปเฉลี่ยกับนอกเมืองแล้ว C-HR นั้นทำได้ดีกว่าในผลรวม

 

3. รถมีอัตราสิ้นเปลืองพอๆ กัน แล้ว e-POWER มีอะไรที่แตกต่างจาก Hybrid ?

ฟีลลิ่งการขับขี่ของ Kicks จะเป็นแบบรถยนต์ไฟฟ้า

ระบบขับเคลื่อนจากมอเตอร์ทำให้ไม่ต้องมีเกียร์ เหยียบแล้วไม่ต้องรอรอบ

อีกทั้งยังมีระบบ One-Pedal ซึ่งก็คือการที่ไม่ต้องเหยียบเบรก ใช้แป้นคันเร่งควบคุมรถอย่างเดียว ถ้าจะเบรกก็แค่ยกเท้าออกจากคันเร่ง

(ซึ่งจุดนี้ถ้าอยากทราบความรู้สึกต้องไปทดลองขับรถคันจริงกันครับ)

 

4. แล้วทำไมไม่ทำให้รถชาร์จไฟได้ด้วยล่ะ ไหนๆ ก็มีทั้งมอเตอร์และแบตเตอรี ?

เหตุผลก็คือ แบตเตอรี e-POWER นั้นมีความจุน้อยมาก ทำไปก็ไม่คุ้มเท่าการเติมน้ำมันเข้าไปปั่นไฟ

แล้วทำไมไม่ใส่แบตที่ใหญ่ขึ้นล่ะ? ซึ่งก็เป็นเพราะจะทำให้ต้นทุนรถเพิ่มขึ้นนั่นเอง

เพราะแบตเตอรี คือสิ่งที่มีต้นทุนสูงที่สุดในบรรดาระบบไฟฟ้า

และถ้าใส่เข้าไป มันก็จะกลายเป็นรถ Plug-in Hybrid

ที่ปัจจุบันในไทยไม่มีรถ PHEV คันไหนขายต่ำกว่า 1 ล้าน และเป็นตลาดของค่ายรถยุโรป

ซึ่งค่ายอาจจะมองว่าแพงเกินไป และมันไม่ใช่ตลาดที่ Nissan ควรจะอยู่นั่นเอง (ลองจินตนาการว่าเปิดตัว Kicks ตัวล่างสุดมาเกินล้าน คงโดนด่าอีกแน่ๆ)

 

5. ทำไมไม่ทำเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไปเลย ?

มี Nissan LEAF ที่พัฒนาออกมาตั้งแต่ปี 2010 อยู่แล้ว

 

 

ปิดท้ายด้วยยอดขายรถ e-POWER ที่ญี่ปุ่น

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือในปีที่แล้ว ยอดขายของรถยนต์ในระบบ e-POWER นั้นขายดีมากที่ญี่ปุ่น

ในปี 2019 รถ 10 อันดับแรกที่ขายดีในญี่ปุ่นนั้น อันดับ 2 คือ Nissan Note ซึ่งที่ญี่ปุ่นนิยมใช้รุ่น e-POWER

รวมถึง Nissan Serena e-POWER ในอันดับ 6

ทำให้ทีมงานคิดว่า รถประเภทนี้มันต้องมีดี ที่สามารถทำยอดขายได้ดีในตลาดบ้านเกิดของค่ายได้

เพราะการขึ้นมาเทียบชั้นกับเจ้าตลาดอย่าง Toyota ได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกันครับ..

 

10 อันดับยอดขายรถญี่ปุ่นปี 2019

No photo description available.

 

แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเราจะมองอีกแง่ว่าตลาดรถที่ญี่ปุ่น มันเทียบกับบ้านเราไม่ได้เลย.. แบบนั้นก็ถูกอีก

เพราะก็มีหลายรุ่น ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในไทย อย่าง Prius อันดับ 1 และ Sienta อันดับ 3 ก็ใช่ว่าจะขายดีในไทยซะเมื่อไรล่ะ!?

ผมจึงคิดว่าถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องตัดสินใจกันอีกครั้งหลังจากได้ลองรถด้วยตัวเอง

ซึ่งก็อยากให้ผู้อ่านหลายๆ คน ที่มีข้อสงสัย ได้ลองรถในระบบ e-POWER ด้วยตัวเองเสียก่อนที่จะตัดสินมัน

 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายๆ คนเข้าใจ รวมถึงคลายข้อสงสัยในระบบ e-POWER กันมากขึ้นครับ

หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม คอมเมนต์ไว้ในเพจ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันกับทีมงาน และแฟนเพจผู้รู้คนอื่นๆ ได้เลยครับ…

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...