คงจะดีไม่น้อย หากรถยนต์สามารถรับรู้ได้ว่า ร่างกายของเรามีอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ง่วง หรือกระทั่งเมา

และท้องถนนคงจะปลอดภัยมากขึ้น ถ้าหากว่ารถยนต์ของเราสามารถสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ได้

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันของใครบางคนเท่านั้น แต่มันคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับรถยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิก EU อีก 3 ปีข้างหน้า!!

รายละเอียดของเรื่องนี้เป็นอย่างไร Magcarzine.com จะขอสรุปให้คุณผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายๆ ในบทความนี้ครับ

 

ความปลอดภัยของรถยนต์ ในสหภาพยุโรป

เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรป หรือ EU ได้บรรลุข้อตกลงในการแก้ไขกฎระเบียบความปลอดภัยของรถยนต์ โดยจะมีการอนมัติอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังการประชุมของสภา EU

กฎระเบียบดังกล่าวมีผลให้ ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป รถยนต์ที่จะจำหน่ายในประเทศสมาชิกจะต้องผ่านมาตรฐานตามที่กำหนด

เนื่องจากทาง EU ต้องการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถ คนเดินเท้าและผู้ใช้จักรยานในประเทศสมาชิก

 

 

กฎระเบียบความปลอดภัยของรถยนต์ฉบับใหม่ ได้เสนอข้อบังคับให้ทั้งรถยนต์, รถบรรทุก และรถโดยสารประจำทางทุกคันต้องผ่านเงื่อนไข 15 ข้อด้วยกันคือ

1. มีระบบเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ (ยกเว้นรถบรรทุก และรถโดยสารประจำทาง)

2. ระบบตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่

3. ระบบตรวจวัดความง่วง และความพร้อมของผู้ขับขี่

4. ระบบป้องกันการรบกวนผู้ขับขี่

5. กล่องบันทึกข้อมูลการใช้งานของรถ

6. สัญญาณเตือนเมื่อเบรคฉุกเฉิน

7. เพิ่มประสิทธิภาพของเข็ดนิรภัย

8. ขยายโซนศรีษะกระแทก เพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดการชนคนเดินเท้า หรือจักรยาน

9. ระบบความคุมความเร็วอัจฉริยะ

10. ระบบป้องกันรถออกนอกเลน (ยกเว้นรถบรรทุก และรถโดยสารประจำทาง)

11. ระบบป้องกันการกระแทกจากเสาด้านข้าง

12. กล้องมองหลัง หรือเซ็นเซอร์กะระยะ

13. ระบบตรวจเช็คลมยาง

14. ระบบแจ้งเตือนสำหรับผู้ใช้ถนน

15. ปรับปรุงตำแหน่งการมองเห็น (เฉพาะรถบรรทุก และรถโดยสารประจำทาง)

 

 

เมื่อรถยนต์ ไม่ต้อนรับคนเมา

จริงอยู่ว่าโดยธรรมดาแล้ว คนเมานั้นไม่ควรที่จะขับรถ และถึงแม้จะมีการออกกฎหมายที่เข้มงวด หรือรณรงค์อย่างไรก็ตาม เรายังคงเห็นคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวทั่วโลกอยู่ดี

แต่จากเงื่อนไขความปลอดภัยข้อที่ 2 ซึ่งระบุว่ารถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศสมาชิก EU จะไม่ต้อนรับคนเมาอีกต่อไป!!

 

 

ย้อนไปเมื่อปี 2008 องค์กรบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (NHTSA) ได้เริ่มต้นศึกษาและวิจัยนวัตกรรมที่เรียกว่า Driver Alcohol Detection System for Safety (DADSS) 

เทคโนโลยีที่จะทำให้คนที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด ไม่สามารถสตาร์ทรถได้ แล้วสงสัยไหมว่ามันทำงานอย่างไร!?

 

DADSS มีส่วนประกอบหลักอยู่ 2 ส่วนคือ

1. เครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จากลมหายใจ

เครื่องนี้จะติดตั้งไว้บริเวณคอพวงมาลัย หรือข้างประตูฝั่งคนขับ จะทำหน้าที่วัดระดับแอลกอฮอล์จากอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งทำให้มันสามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้โดยที่ไม่ต้องเป่า (ตัดปัญหาคนขับลักไก่ไปได้เลย ฮ่า)

 

2. เซ็นเซอร์วัดปริมาณแอลกอฮอล์แบบสัมผัส

เซ็นเซอร์ตัวนี้จะถูกติดตั้งไว้ที่ปุ่ม Push Start ของรถ โดยมันจะวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดผ่านนิ้วมือของผู้ขับขี่

ซึ่งหากเครื่องตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเกินกว่ากฎหมายของสหรัฐฯ คือ 0.08% รถจะไม่สามารถสตาร์ทติดได้

 

คลิปวิดีโอแสดงการทำงานของระบบ DADSS

 

เงื่อนไขอื่นของรถยนต์ที่น่าสนใจ ในกฎหมายนี้

สำหรับกฎระเบียบความปลอดภัยฉบับใหม่นี้ ได้ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Active และ Passive

ซึ่งนอกจากเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในรถยนต์แล้ว สิ้งที่น่าสนใจของเงื่อนไขทั้ง 15 ข้อยังมีอีกมาก เช่น…

กล่องบันทึกข้อมูลการใช้งานของรถ ที่จะทำหน้าที่บันทึกการใช้งานของรถ คล้ายกับกล่องดำของเครื่องบินนั่นเอง

กล่องทำที่ว่านี้ไม่เพียงแค่บันทึกเหตุการณ์ที่เป็นประโยชน์สำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเมื่อเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ข้อมูลที่ได้ ยังเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ในการนำไปพัฒนาเรื่องของความปลอดภัยได้อีกด้วย

 

กล่องบันทึกข้อมูลของรถยนต์

 

ระบบเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ เป็นระบบที่จะช่วยแจ้งเตื่อนผู้ขับขี่ หรือทำการชะลอความเร็วและช่วยเบรคให้อัตโนมัติ เมื่อระบบตรวจพบว่ารถอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ผู้ขับขี่ไม่ได้แตะเบรคหรือชลอความเร็ว

 

ระบบตรวจวัดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ ระบบนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันรถหว่างกล้องภายในรถ และเซ็นเซอร์ตรวจวัด เพื่อดูว่าผู้ขับขี่มีอาการง่วง หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงหรือไม่

จากนั้นจะทำการแจ้งเตือน ทั้งยังทำงานร่วมกับระบบเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะได้อีกด้วย

 

คลิปวิดีโอแสดงการทำงานของ ระบบเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ

 

ปัจจุบันมีค่ายรถหลายค่ายที่ให้ความสนใจในการพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ ตัวอย่างเช่น Volvo ค่ายรถจากสวีเดนที่เปิดตัวเทคโนโลยีกล้องภายในรถ ที่จะทำหน้าที่ตรวจวัดพฤติกรรมของผู้ขับขี่ และเตรียมจะติดตั้งกับรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

หรือระบบเบรคฉุกเฉินอัจฉริยะ ที่ถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กับระบบรถยนต์ไร้คนขับของหลายๆ ค่ายด้วยเช่นกัน

 

กล้องมองภาพภายในของ Volvo

 

จริงอยู่ว่ากฎระเบียบความปลอดภัยรถยนต์ฉบับใหม่ของ EU ที่กำลังจะประกาศอย่างเป็นทางการนี้ อาจจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตให้กับผู้ใช้รถ คนเดินเท้าและผู้ใช้จักรยานได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่บางคนยังเป็นกังวลก็คือ ราคาของรถที่จะต้องเพิ่มตามไปด้วย

นอกจากนี้เงื่อนไขบางอย่างที่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างของรถ ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาวิจัย และบางเงื่อนไขทาง สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ของยุโรปเองก็ได้เสนอให้ทาง EU พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ว่ามีความจำเป็นหรือไม่

 

 

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่น่าสนใจของกฎระเบียบความปลอดภัยรถยนต์ฉบับใหม่คือ มันจะเป็นการยกระดับความปลอดภัยให้ของรถยนต์ในอนาคตได้หรือจริงหรือไม่… คิดอย่างไรกันครับ!?

 

ที่มา acea, dadss, europawire, autoblog, europa

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!