สัมภาษณ์หัวหน้าแผนกเซลล์เชื้อเพลิง BMW “อีก 5 ปีข้างหน้า รถไฮโดรเจนจะมา และถูกกว่ารถน้ำมัน”

เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายคนอาจจะนึกถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEVs) หรือพวกปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) กันเป็นอันดับแรกๆ

รถทั้งสองแบบนั้น เป็นที่รู้จักมากกว่ารถแบบเซลล์เชื้อเพลิง(FCEVs) ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน และชื่อของ Toyota Mirai คงเป็นรถไฮโดรเจนรุ่นแรกๆ ที่คุณนึกออก…

 

อย่างไรก็ตาม ในวงการรถยนต์ พี่โตเองไม่ใช่ค่ายเดียวที่เชื่อมันกับ FCEVs แต่ทาง BMW เองก็ด้วยเช่นกัน

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Jürgen Guldner หัวหน้าแผนกเซลล์เชื้อเพลิงของยนตกิจบาวาเรีย ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์กับทาง Telegraph เกี่ยวกับทิศทางของพลังงานไฮโดรเจนในอนาคต และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ BMW

ซึ่งแนวทาวของ BMW กับพลังงานไฮโดรเจนจะเป็นอย่างไร เชื้อเพลิงไฮโดรเจนคือคำตอบของรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่??

Magcarzine.com ได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจเอาไว้ด้านล่างนี้แล้วครับ…

 

Jürgen Guldner หัวหน้าแผนกเซลล์เชื้อเพลิงของ BMW

 

ยืนยันปี 2022 BMW จะเปิดตัวรถยนต์ไฮโดรเจน ใช้พื้นฐาน X5

BMW ได้ก้าวเข้าสู่วงการเซลล์เชื้อเพลิงครั้งแรก ด้วยการร่วมมือกับทาง Toyota เมื่อปี 2015 ในการพัฒนารถยนต์กลุ่มนี้ ก่อนจะเปิดตัวรถต้นแบบ 5 Series GTs ซีดานไฮโดรเจนรุ่นแรกของค่ายในปีถัดมา

จากนั้นในปี 2019 พวกเขาได้เปิดตัว BMW i Hydrogen NEXT รถต้นแบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจนคันที่ 2 ของค่าย ซึ่งใช้พื้นฐานเดียวกับ BMW X5

และขณะนี้มีการยืนยันอย่างแน่นอนแล้วว่า มันจะเริ่มผลิตในปี 2022

 

BMW 5 Series GTs รถไฮโดรเจนคันแรก ของค่าย

 

รถไฮโดรเจนของ BMW ที่จะเปิดตัวในอีก 2 ปีข้างหน้า  ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของระบบขับเคลื่อนแต่อย่างใด ทราบเพียงแค่ว่า รถต้นแบบคันดังกล่าวสามารถทำระยะทางได้สูงสุด 482 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ

แต่นาย Jürgen Guldner ให้สัมภาษณ์ว่า ในเวอร์ชั่นผลิตจริงมันจะสามารถทำระยะทางได้ไกลสุด 563 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

และในอนาคตอาจจะมีการเอารุ่นใหญ่อย่าง X6 และ X7 มาทำเป็นเครื่องยนต์ไฮโดรเจนอีกด้วย

 

BMW i Hydrogen NEXT

 

ยืนยันว่า FCEVs ไม่ใช่คู่แข่ง BEVs แต่เป็นการเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภค

แม้จะมีข่าวเปิดตัว SUV ไฮโดรเจนในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ BMW ก็ไม่ได้มุ่งเน้นแค่รถกลุ่มนี้เท่านั้น ทางฝั่งของลูกผสมอย่างไฮบริดพวกเขาก็มีรถที่ทำตลาดอยู่หลายรุ่น

ทั้งยังมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่รุ่นล่าสุดของค่ายอย่าง BMW i4 ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ด้วย

(อ่าน BMW i4 รถยนต์ไฟฟ้า 523 แรงม้า วิ่งไกล 600 กม. คู่แข่ง Tesla Model 3 เตรียมเปิดตัวมีนาคมนี้)

 

สปายช็อต BMW i4 เวอร์ชั่นผลิตจริงในสติ๊กเกอร์พราง

 

Jürgen Guldner ให้สัมภาษณ์ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า เชื้อเพลิงไฮโดรเจนจะทำให้รถของ BMW กลายเป็นรถที่ปลอดมลพิษ แต่มันยังจะไม่ใช่คู่แข่งของ BEV แต่จะเป็นตัวเลือกที่เพิ่มเข้ามา คล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

“ในอีก 20 ปีข้างหน้า รถเซลล์เชื้อเพลิงจะช่วยเปลี่ยนรถของพวกเราให้กลายเป็นรถที่ปลอดมลพิษ FCEVs จะเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับขุมพลังของรถยนต์ BMW

เราไม่คิดว่ามันจะเป็นคู่แข่งของ BEV แต่จะเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภคมากกว่า”

 

ภาพเรนเดอร์ BMW i4 อ้างอิงจากคอนเซปต์ source: Ben Summerell-Youde/Fox-Syndication : Car and Driver

 

อีก 5 ปีข้างหน้า “รถไฮโดรเจน จะถูกกว่ารถน้ำมัน”

ยอดขายของ Toyota Mirai ในเจเนอร์เรชันแรกที่ไม่ค่อยจะประสบควาสำเร็จเท่าที่ค่ายแพลนเอาไว้ คงจะสะท้อนให้เห็นถึงการไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเท่าที่ควร ทั้งจำนวนสถานีไฮโดรเจนที่ไม่ครอบคลุม และราคาของรถประเภทนี้ที่ค่อนข้างสูง

อย่างที่สหรัฐอเมริกา Toyota Mirai ตั้งราคาขายเอาไว้ที่ 58,500 ดอลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 ล้านบาท)

ซึ่งราคานี้สามารถซื้อทั้ง Toyota Prius และ Camry Hybrid พร้อมกันได้ถึง 2 คัน (แถมยังได้ตังทอนอีก 70,000 กว่า!!)

 

Toyota Mirai เจเนอร์เรชั่น 2 เตรียมเปิดตัวปลายปี 2020

 

แม้ราคาของรถเซลล์เชื้อเพลิงในปัจจุบันจะจัดอยู่ในขั้นที่เรียกว่ามหาโหด แต่ Guldner มองว่าในอีก 5 ปีข้างหน้ารถยนต์กลุ่มนี้จะมีราคาถูกกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป หรือรถน้ำมันอย่างแน่นอน

ทั้งนี้มาจากการทุ่มเทในการวิจัยและพัฒนาตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และการหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทนไทเทเนียมที่กำลังลดลง และมีราคาสูงขึ้น

“ปี 2025 เป็นอย่างช้าที่สุด หากคุณดูที่โครงการต่างๆ ซึ่งถูกตีพิมพ์ในญี่ปุ่นและเกาหลี มันแสดงให้เห็นว่า มีโอกาสที่รถไฮโดรเจน จะสามารถแข่งขันกับรถในปัจจุบันได้” 

 

 

นอกจากราคาแล้ว Guldner ยังคาดการณ์อีกว่า รถยนต์ไฮโดรเจนจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะจำนวนสถานีไฮโดรเจนจะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในปี 2025

“ตอนนี้สถานีไฮโดรเจนยังคงหาได้ยาก แต่ในอนาคตมันจะเพิ่มขึ้นอย่าต่อเนื่อง ทั้งที่ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี และแคลิฟอร์เนีย ผมคิดว่าจำนวนที่เพียงพอจะอยู่ราวๆ 800-1,000 แห่ง 

ตอนนี้ที่เยอรมนีมีสถานีไฮโดรเจนอยู่ 80 แห่งด้วยกัน แต่ทางรัฐบาลมีแผนจะเพิ่มเป็น 250-400 แห่งในปี 2025″

 

2020 Honda Clarity Fuel Cell รถพลังงานไฮโดรเจนอีกรุ่น ที่ทำตลาดในสหรัฐอเมริกา

 

ทั้งปัญหาโลกร้อน มลพิษทางอากาศ คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้บีบบังคับให้ค่ายรถยนต์ต้องมีการปรับตัว ด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์ที่ปล่อยมลพิษน้อยลงเรื่อยๆ ผ่านทางนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศ

และเชื่อว่าต่อจากนี้เราคงจะได้เห็นค่ายยักษ์ใหญ่อีกหลายค่าย ที่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของวงการยานยนต์ในอนาคตอย่างแน่นอนครับ…

 

 

ที่มา telegraph, toyota, autocar

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!