ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี เราได้เขียนบทความถึงเหตุการณ์ดราม่าในวงการยานยนต์ที่ Ferrari ได้ทำการฟ้องร้องทางคดีความกับลูกค้าที่ซื้อรถของพวกเขาไป ซึ่งสามารถอ่านเต็มๆ ได้ที่

สรุปเหตุการณ์ Ferrari vs ลูกค้า : เมื่อค่ายม้าลำพอง ‘ฟ้องลูกค้าตัวเอง’ เป็นกระแสวิจารณ์อย่างหนัก

ล่าสุดได้มีความเคลื่อนไหวของคดีความที่ Ferrari ฟ้อง Philipp Plein ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวเยอรมัน ตัดสินออกมาแล้ว เราจึงขอนำมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้งครับ

 

 

สำหรับใครที่ไม่ได้กดเข้าไปอ่านบทความเต็มที่เราแปะไว้ข้างบนก็ไม่เป็นไร เพราะเราจะมาสรุปเหตุการณ์คร่าวๆ ให้อ่านกันอีกครั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2019 Ferrari ได้ตัดสินใจฟ้อง Philipp Plein ดีไซน์เนอร์เจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง ดีไซน์เนอร์คนดังกล่าว นำ ‘รองเท้า’ แบรนด์ของตัวเอง ไปวางบนรถ Ferrari สีเขียวอร่าม

Ferrari ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ส่งจดหมายมาเตือนถึงรูปด้านบนเอาไว้ว่า

การนำรองเท้ามาวางคู่กับแบรนด์ทำให้ ‘ชื่อเสียงของแบรนด์ Ferrari มัวหมอง’ และ ‘ก่อให้เกิดความเสียหายต่อวัสดุรถ’

Ferrari เขียนไว้เพิ่มเติมในจดหมายอีกว่า “รูปภาพดังกล่าวมีสัญลักษณ์ของ Ferrari แสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ที่ขัดแย้งกับมุมมองของแบรนด์”

 

รูปที่ Philipp Plein โพสต์ลง Instagram ทำให้เกิดคดีความขึ้น

 

แต่จริงๆ แล้วดูเหมือนว่าการฟ้องครั้งนี้จะมีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยการที่ รองเท้าที่ถูกวางอยู่บนรถนั้น เป็นรองเท้าจากแบรนด์ของ Philipp Plein เอง

ก็เพราะมันมีสัญญาหนึ่งที่บริษัทรถทำไว้ ว่าสิทธิ์การผลิตเครื่องแต่งกายของ Ferrari นั้นเป็นของแบรนด์ Puma แต่เพียงผู้เดียว

ทำให้ Ferrari มองว่า การนำรองเท้าที่มีสีเดียวกับตัวรถ จะทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าจะมีการ Collab กันระหว่างสองแบรนด์ขึ้นมา

หลังจากนั้น Philipp Plein ก็เดือดมากและประกาศว่าจะสู้คดีกลับแน่นอน แต่ยังจากนั้นเขาก็ได้ลบรูปปัญหานั้นออกไป และเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้น

 

Philipp Plein กับ Ferrari 812 สีเขียวของเขา

 

อัปเดตล่าสุด

ปรากฎว่า Ferrari ได้ฟ้อง Philipp Plein จริงๆ จากการเอารองเท้าไปวางคู่กับรถ โดย Ferrari มองว่าละเมิดเครื่องหมายการค้าด้วยการนำไปโปรโมทสินค้าของตัวเอง

รวมถึงนำรถไปใช้แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม ตามที่ระบุไว้ในจดหมายที่ส่งมาก่อนหน้านี้

ซึ่งคดีความนั้นได้ถูกตัดสินโดยศาลเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และผลก็ออกมาโดยที่ Philipp Plein เป็นฝ่ายแพ้คดี และถูกตัดสินให้ต้องจ่ายเงิน 300,000 ยูโร (ราว 10.9 ล้านบาท) ให้กับ Ferrari !!

รวมถึงต้องลบรูปทั้งหมดบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียที่มีรูปหรือวิดีโอรถ Ferrari และถ้าเขาปฏิเสธที่จะลบ หรือโพสต์รูปหรือวิดีโอใหม่ที่ทำให้ Ferrari เสื่อมเสีย เขาจะต้องจ่าย 10,000 ยูโร (ราว 360,000 บาท) ต่อหนึ่งรูปหรือวิดีโอ

 

 

หลังคำตัดสินออกมาได้ทำให้ Philipp Plein เดือดอีกครั้งและออกมาโพสต์ภาพเขากับ Ferrari คันที่ทำให้เกิดคดีความบน Instagram ทันที

โดยเขาเขียนเอาไว้คร่าวๆ ว่า “ได้เห็นข่าวออกมาแล้วว่าตัวเองจะต้องจ่ายเงิน 300,000 ยูโร แต่มันยังไม่ใช่ชัยชนะของ Ferrari”

“ผมและทีมทนายเป็นคนตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว และการไต่สวนครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในปีหน้า และผมจะสู้เพื่อสิทธิ์ของผมต่อไป”

 

เขากล่าวเสริมว่าเขายินดีจะจ่ายเงินให้ทันทีโดยไม่ยื่นอุทรณ์ หากตกลงกันได้ว่า Ferrari จะนำเงินค่าปรับดังกล่าวบริจาค

“การสู้คดีความที่ใช้เวลา 1-2 ปีจะทำให้เสียเงินไปเปล่าประโยชน์ ผมได้เสนอให้ Ferrari บริจาคเงินจำนวนนั้นให้กับ George Floyd ไปแล้ว แต่พวกเขาปฏิเสธกลับมา”

 

Philipp Plein ทิ้งท้ายด้วยการเหน็บ Ferrari ว่าพวกเขาน่าจะตั้งใจกับการแข่งใน F1 เหมือนกับที่ตั้งใจยื่นฟ้องเขาบ้าง (เพราะในปีนี้ผลงานของ Ferrari ใน F1 เรียกได้ว่าย่ำแย่อย่างมาก)

เขาปิดท้ายด้วยการแท็กไปหา Ferrari พร้อมกับกล่าวว่าเป็นข้อความจากลูกค้าที่มีความจงรักภักดีมากที่สุดคนหนึ่ง

 

หลังจากนี้ เราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไรครับ…

 

ที่มา : carscoops, philippplein

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...