คุณรู้หรือไม่ว่ารถคูเป้รุ่นใดขายดีที่สุดในโลก!?

ผลการสำรวจที่เผยแพร่โดย IHS Markit บริษัทผู้ให้บริการทางด้านข้อมูลจากประเทศอังกฤษ ระบุว่า Ford Mustang คือรถที่ครองแชมป์สองประตูยอดขายดีที่สุด

ที่สำคัญคือ พวกเขารักษาสถิตินี้มาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว

 

 

นอกจากครองแชมป์ขายดี รู้หรือไม่ว่าปีนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากนับเป็นการครบรอบ 55 ปี ของม้าป่าตัวนี้อีกด้วย

ซึ่งในโอกาสที่ประจวบเหมาะกันแบบนี้ Magcarzine.com ก็อยากจะขอพาผู้อ่านย้อนกลับไปทำความรู้จักกับตำนานของรถยนต์อีกรุ่นหนึ่ง ที่มีการผลิตมาอย่างยาวนานคันนี้

ก่อนที่จะยึดตำแหน่งรถสปอร์ตคูเป้ยอดขายดีถึง 4 ปีซ้อน!!

 

1964 กำเนิดม้าป่า ยุครุ่งเรื่องของมัสเซิลคาร์

Ford mustang เจเนอร์เรชั่น 1 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เมษายน 1964 มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 3 สปีด

ยุคนั้นเคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 2,368 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 75,000 บาทด้วยกัน ซึ่งถือเป็นราคาที่คนงบไม่เยอะสามารถเอื้อมถึงได้

Mustang ถูกวางให้เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหา “รถสมรรถนะดี ในราคาประหยัด” ในสมัยนั้น กลายเป็นช่องว่างทางการตลาดให้พวกเขาแทรกเข้าไป

เนื่องจากว่าในยุคนั้นหากคุณต้องการรถแรงๆ ล่ะก็ อาจจะต้องข้ามขั้นจากรถบ้านธรรมดาๆ ไปที่รถหรูเลย

ซึ่งแน่นอนว่าทั้งขนาดของตัวรถและราคาก็กระโดดไปมากด้วยเช่นกัน

 

Cadillac eldorado biarritz ปี 1957

 

ช่องว่างตรงนี้เองที่ทำให้ Ford ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว Mustang พร้อมกวาดยอดขายไปได้ถึง 22,000 คัน

และจบปีแรกที่ยอดขายราวๆ 400,000 คัน มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ตอนแรกเพียง 100,000 คันเท่านั้น

(เยอะกว่าถึง 4 เท่าเลยทีเดียว!!)

 

 

สิ่งทีทำให้ Mustang ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัว ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น หากลองไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ในวงการรถยนต์ของสหรัฐจะพบว่า

อิทธิพลของการแข่งแดรก (Drag Racing) ในช่วงต้นปี 1960 ก็ส่งผลต่อกระแสความนิยมของมัสเซิลคาร์ด้วยเช่นกัน ก่อนที่มันบูมสุดๆ ในช่วงยุคปี 1964

ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ Mustang เปิดตัวออกมาพอดิบพอดีกัน พร้อมราคาที่พอจะจับต้องได้ และเครื่องยนต์ที่ปรับแต่งได้ง่าย ก็ทำใหันถูกใจสายซิ่งในยุคนั้นอย่างมาก

 

 

***เกร็ดน่ารู้***

Mustang ได้มีโอกาสปรากฎตัวครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ ในปี 1964 (ปีเดียวกับที่เปิดตัว) โดยรถในเจเนอร์เรชั่นแรกถูกนำไปร่วมเข้าฉากในหนัง 007 Goldfinger

ซึ่งฉากเด่นของมันในหนังเรื่องนี้ก็คือ การไล่ล่าในเทือกเขาแอลป์ ระหว่าง Mustang และ Aston Martin DB5 ของสายลับ 007

 

 

เจเนอร์เรชั่นที่ 6 และความปังตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัว

Ford Mustang เจอร์เรชั่นที่ 6 เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบอายุ 50 ปีของ Mustang

รถในเจเนอร์เรชั่นล่าสุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การฉลองครบรอบครึ่งศตวรรษของเจ้าม้าป่าเท่านั้น แต่ยังทำสถิติยอดขายได้อย่างน่าตื่นเต้นอีกด้วย

 

 

ปีแรกที่เปิดตัวตัว Ford ส่ง Mustang เจเนอร์เรชั่นที่ 6 ออกจำหน่ายทั่วโลก 98,000 คัน

ก่อนที่จะทำยอดขายทะลุ 150,000 คันทั่วโลก ในอีก 1 ปีถัดมาตามการรายงานของ IHS Markit

ในปี 2018 ที่ผ่านมายอดจำหน่าย Ford Mustang ทั่วโลกอยู่ที่ 113,066 คัน ทำให้มันคว้าแชมป์รถสปอร์คูเป้ขายดีที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน

และหากนับรวมยอดขายของ Mustang เจเนอร์เรชั่นล่าสุดนับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว ก็พุ่งทะลุ 500,000 คันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

***เกร็ดน่ารู้***

หลังจากเปิดตัวรถในเจเนอร์เรชั่นที่ 6 Ford ได้ผลิตรถรุ่นพิเศษหลายรุ่นด้วยกันไม่ว่าจะเป็นรถสมถรรณะสูง

อย่าง Mustang Shelby GT350 และ Mustang Shelby GT 500 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 5.2 ลิตร ซูปเปอร์ชาร์จ ให้แรงม้าถึง 700 แรงม้า ที่ถูกยกให้เป็นรถที่แรงทีสุดที่ Ford เคยผลิตมา

นอกจากนี้ยังมี Ford Mustang Bullitt ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 ซึ่งใช้สีเดียวกับรถของตัวเอกในเรื่อง Bullitt ปี 1968 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของหนังเรื่องนี้

 

 

สาเหตุทำ Mustang เจเนอร์เรชั่นที่ 6 ประสบความสำเร็จ

Mustang ในเจเนอร์เรชั่นล่าสุด ยังคงยึดมั่นในสโลแกน “การออกแบบที่บ่งบอกถึงตัวคุณ” ซึ่งเป็นสโลแกนที่ใช้ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1964

โดยสิ่งที่สะท้อนถึงปรัชญาดังกล่าวก็คือสีตัวถังรถที่มีให้เลือกมากถึง 11 เฉดสี แถมยังมีสีพิเศษอย่าง Orange Fury และสี Kona Blue ที่สำหรับรุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี

นอกจากนี้ยังมีล้อแม็กตั้งแต่ขนาด 17-20 นิ้ว พร้อมลายต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกตามความพึงพอใจอีกด้วย

 

 

แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ตัวถังด้านนอกเท่านั้น แต่ในส่วนของเครื่องยนต์เองก็มีให้เลือกมากมายด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

เครื่องยนต์ V6 3.7 ลิตร , EcoBoost 4 สูบ 2.3 ลิตร, เครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตรในรหัส GT และเครื่องยนต์ V8 5.2 ลิตร ในรุ่น GT 350  (ปัจจุบันเครื่องยนต์ V6 3.7 ลิตรถูกยกเลิกการผลิตแล้ว)

ซึ่งในส่วนนี้เองก็ส่งผลค่าตัวของ Mustang มีให้เลือกมาก ตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 26,395 $ ไปจนถึง 67,135$ หรือประมาณ 843,000-2,140,000 บาท (ราคาจำหน่ายจากเว็บไซค์ Ford USA ไม่รวมภาษี)

 

 

อย่างไรก็ตามหากลองสังเกตดีๆ ล่ะก็ นับตั้งเปิดตัวครั้งแรกตลอดระยะเวลา 55 ปีที่ผ่านมา เจ้าม้าป่าตัวนี้ยังคงคอนเซปต์ตัวถังสปอร์ตคูเป้แบบ 2+2 และความดุดันไม่เคยเปลี่ยน

ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนมักจะนึกถึงมันเป็นชื่อแรกๆ เมื่อพูดถึงมัสเซิลคาร์สักหนึ่งคันก็เป็นได้

คุณคิดว่าอย่างไร ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันต่อได้เลยครับ…

 

 

ที่มา motortrend, ford, ihsmarkit, medium, jamesbondlifestyle

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!