ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2019 Tesla ได้ทำการจัดงานประชุมผู้ถือหุ้นขึ้น เรียกว่าวัน Autopilot Day โดยมีหัวข้อคืออัปเดตความเคลื่อนไหวของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ Tesla พัฒนาและวิจัยขึ้นมาด้วยตัวเอง

ซึ่งในงานนั้น Tesla ได้เผยว่าพวกเขามีแผนจะอัปเดตระบบที่เรียกว่า Full Self-Driving (FSD) ที่ช่วยให้รถ Tesla จะสามารถขับขี่ไปได้ด้วยตัวเองแบบสมบูรณ์ 100% ทั้งการเลี้ยวรถเอง เปลี่ยนเลนเอง เปิดไฟเลี้ยวเอง

(จากที่ปกติระบบ Autopilot ใน Tesla ยังใช้ได้แค่ถนนทางตรงยาวๆ เช่น ทางด่วน)

 

ทั้งนี้ Tesla ได้ปล่อยวิดีโอสาธิตของระบบ Full Self-Driving ออกมาด้วย

 

ทั้งนี้ไม่ใช่ว่ารถ Tesla ทุกคันจะได้ใช้ระบบนี้ เพราะการจะใช้ระบบ Full Self-Driving ได้นั้น จะต้องเพิ่มเงินติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่เป็นชิปตัวประมวลผลเข้ามา

โดยราคาของชิปในตอนที่เปิดตัวนั้นอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 31,000 บาท)

แต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้ถูกปรับเป็น 8,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 250,000 บาท)

ทำให้คนที่เสียเงินติดตั้งชิปประมวลผลก่อนที่ระบบจะพัฒนาเสร็จ ก็จะได้ราคาที่ถูกกว่าการมาติดตั้งทีหลังนั่นเอง

 

 

ล่าสุดหลัง ผ่านมาราวๆ หนึ่งปีครึ่ง ทาง Tesla ก็ได้ออกมาอัปเดตระบบ Full Self-Driving เวอร์ชั่น Beta มาให้กับเจ้าของรถ Tesla ที่ติดตั้งชิปประมวลผล FSD แล้ว

โดย Tesla จะเก็บข้อมูลของรถที่ใช้งานระบบ FSD บนท้องถนนจริง มาพัฒนาระบบตัวเต็มที่เปิดตัวตามมาหลังจากนี้ให้เสร็จสมบูรณ์

ซึ่งก็ทำให้ในตอนนี้ ได้มีผู้ใช้ Tesla มากมาย ได้ทำการถ่ายวิดีโอทดสอบระบบ FSD มาอัปโหลดลงบนยูทูบให้เราชมกันมากมาย

 

มาชมกันว่าระบบ FSD เมื่อใช้งานจริงแล้วจะเป็นอย่างไร

.

.

.

.

.

 

จากที่ดูการใช้งาน FSD รุ่น Beta บนถนนจริงแล้วก็พบว่าระบบทำออกมาได้อย่างที่คาดหวังไว้

โดยระหว่างใช้งานหน้าจอจะบอกว่ากล้องรอบคันของรถจับวัตถุอะไรได้บ้าง รวมถึงเลนถนน ไฟจราจร ป้ายจราจร และรถคันอื่นๆ รอบข้าง

รถจะวิ่งด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานที่ เช่นในเขตหมู่บ้านก็จะวิ่งไม่เกิน 30 กม./ชม.

ส่วนทางหลวงนั้นก็จำกัดไว้ที่ราวๆ 120 กม./ชม. (แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ) และแปรผันไปตามสภาพแวดล้อมรอบข้าง

แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอย่างเช่น การเว้นระยะห่างกับรถคันข้างหน้ามากขึ้นไปขณะรอเลี้ยวที่แยกไฟแดง หรือยังจับไม่เห็นเนินชะลอความเร็ว เป็นต้น

 

 

หลังจากที่ได้ปล่อย FSD Beta ออกมา Tesla ได้ปรับราคาของชิปประมวลผลขึ้นมาเป็น 10,000 ดอลลาร์ฯ (ราว 310,000 บาท) แล้ว

หลังจากนี้ก็ต้องรอชมกันครับว่า FSD เวอร์ชั่นสมบูรณ์จะออกมาเมื่อไหร่ และมันจะช่วยอำนวยความสะดวกของผู้ขับขี่ได้มากแค่ไหน

รวมถึงต่อจากนี้ Elon Musk มีโปรเจกต์จะใช้ระบบ FSD นี้ทำให้รถ Tesla กลายเป็นรถรับส่งแบบ Car Sharing ที่เรียกผ่านแอปฯ โดยไม่พึ่งคนขับ ก็ต้องรอดูว่าเขาจะทำโปรเจกต์นี้สำเร็จหรือไม่

เราก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ…

 

ที่มา : electrek

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...