ถึงแม้กระแสของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในบ้านเราจะไม่บูมมากนัก แต่สำหรับหลายประเทศทั่วโลกต้องบอกว่าตลาดนี้กำลังเติบโตขึ้นทุกวัน

ค่ายรถยนต์หลายค่ายเชื่อว่าในอนาคต ยานยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาทดแทนรถยนต์น้ำมัน อย่างแน่นอน

 

ปัจจุบัน มีหลายประเทศที่สนับสนุน EV อย่างเต็มตัว โดยได้ทำการร่างแผนสนับสนุน EV เอาไว้แล้วว่ารถยนต์ในประเทศจะต้องไม่ใช้ทั้งหมดภายในอีก 10-30 ปีข้างหน้า อย่างเช่นประเทศอังกฤษ และนอร์เวย์

ซึ่งแผนดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่เราต้องติดตามกันต่อไปในอนาคต..

…แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริงล่ะ? จะมีใครที่ได้รับผลกระทบบ้าง?

หนึ่งในผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนก็คงหนีไม่พ้น “ปั๊มน้ำมัน” อย่างแน่นอน แล้วพวกเขาจะทำอย่างไร!?

 

 

อยากอยู่รอดต้อง “ปรับตัว”

ถึงแม้ในอนาคตจะยังไม่แน่นอนว่า EV จะเติบโตขึ้นมาได้หรือไม่ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ผู้ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ ก็คือผู้จัดจำหน่ายน้ำมัน

ปัจจุบัน จึงมีผู้จัดจำหน่ายน้ำมันหลายค่ายได้ทำการ “ปรับตัว” 

 

ก่อนหน้านี้ Shell ประเทศอังกฤษก็ได้ประกาศติดตั้งแท่นชาร์จ ความเร็วสูง 150 kW ไว้ที่ปั๊ม Shell สาขาใหญ่บนถนน Queenstown Road

ก่อนที่จะติดตั้งแท่นชาร์จความเร็ว 50kW ในปั๊มน้ำมันของพวกเขา 34 แห่ง ทั่วประเทศในเวลาต่อมา

และ Shell ก็ประกาศว่าจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน เพราะเล็งที่จะเพิ่มแท่นชาร์จมากกว่า 100 แท่นทั่วสหราชอาณาจักรในอนาคตข้างหน้า

 

เมื่อไม่นานมานี้ Shell ในสิงคโปร์ ได้ประกาศติดตั้งแท่นชาร์จพลังงานสูง (Fast-charger) 50 kW ใน 10 สถานีทั่วประเทศ และจะพร้อมใช้งานภายในเดือนตุลาคม

 

 

Chevron บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกาก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เริ่มขยับเช่นกัน

พวกเขาได้ประกาศจับมือกับ EVgo บริษัทที่มีแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 1,200 แท่นทั่วอเมริกา

โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Chevron ได้ทำการตั้งแท่นชาร์จของ EVgo ไว้ในปั๊มน้ำมันของพวกเขา 5 แห่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่ EV เติบโตมากที่สุดในอเมริกา

และมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นในอนาคตข้างหน้า

 

 

Petro Canada บริษัทน้ำมันที่รัฐแคนาดาเป็นเจ้าของก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้ทำการนำแท่นชาร์จมาติดตั้งไว้ที่ปั๊มน้ำมันของพวกเขา

โดยช่วงเริ่มต้นได้มีการติดตั้งเอาไว้ 2 แท่นชาร์จเพื่อดูผลตอบรับ หากออกมาดีก็จะมีการเพิ่มแท่นชาร์จตามปั๊มน้ำมันมากขึ้น

 

 

แล้วประเทศไทยล่ะ?

ถึงแม้ของสถานการณ์ EV ในประเทศไทยจะยังไม่ใช้กันแพร่หลาย ด้วยหลายๆ เหตุผลที่เราต่างก็อาจจะทราบกันดี

แต่รู้กันหรือไม่ว่า ปตท. บริษัทปิโตรเลียมยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา ก็เริ่มปรับตัวแล้วเช่นกัน

เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ปตท. ได้ประกาศจับมือกับ EA Anywhere บริษัทที่มีแท่นชาร์จไฟมากที่สุดในประเทศไทย

เพื่อทำการติดตั้งแท่นชาร์จภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. 14 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

และได้ทำการติดตั้งไปเรียบร้อยแล้วเมื่อธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา

และถ้าหากกระแสยานยนต์ไฟฟ้าได้รับการตอบรับมากขึ้น พวกเขาก็จะพร้อมเริ่มต้นเพิ่มแท่นชาร์จ EV ในสถานีให้บริการน้ำมันอีกหลายแห่งทั่วประเทศ

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

 

ถึงแม้จะไม่มีใครบอกได้ว่ายานยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามาทดแทนรถยนต์น้ำมันเมื่อไหร่

แต่ถ้าหากวันนั้นมาถึง เชื่อว่าบริษัทที่เริ่มปรับตัวก่อนก็จะได้เปรียบมากกว่าบริษัทที่ยังไม่ได้ริเริ่มอย่างแน่นอน

เหล่าปั๊มน้ำมันที่กล่าวไปข้างต้นได้เตรียมตัวแล้วว่าวันใดที่ผู้คนไม่ต้องการปั๊มน้ำมันแล้ว อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีพื้นที่ที่สามารถเปลี่ยนเป็นสถานีชาร์จไฟได้

 

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นกรณีตัวอย่างมาก่อนแล้วกับอีกหลายๆ ธุรกิจ ที่ล้มไปในที่สุดหลังจากตามกระแสของผู้บริโภคไม่ทันนั่นเอง

และเชื่อว่าคงไม่มีบริษัทใหญ่ไหน จะยอมนิ่งเฉย หรืออยากจะล้มไปในเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตขึ้นมา

ตรงกันข้าม พวกเขากลับหาวิธีที่จะได้ประโยชน์จากมันมากขึ้นต่างหาก… แต่จะหาด้วยวิธีอย่างอื่น นอกจากการติดตั้งจุดชาร์จไฟได้หรือไม่ และจะหาได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง

ถึงจุดนี้ คุณคิดว่าอย่างไรครับ!?

 

ที่มา: reuters, shell.co.uk, forbes, electrekpttor

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...