เหตุใดจึงมีกระแสต่อต้าน “รถยนต์” ในเยอรมัน ทั้งนอนขวางรถไฟ-บุกมอเตอร์โชว์-ทำลายรถหรู

ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมา มหกรรมยานยนต์ครั้งสำคัญของยุโรปอย่าง Frankfurt Auto Show 2019 ได้เปิดฉากขึ้น ค่ายรถจำนวนมากต่างนำเทคโนโลยี รวมถึงคอนเซปต์คาร์ ออกมานำเสนอกันอย่างคึกคัก

แต่ทว่าในงานเดียวกันนั้น การปรากฎตัวของหญิงสาวรายหนึ่งที่ปีนขึ้นไปบนรถ SUV ในบูธของ BMW พร้อมป้ายประท้วงภาษาเยอรมัน ที่แปลความหมายได้ว่า “ผู้ทำลายสิ่งแวดล้อม”

นั่นกลับเรียกความสนใจจากสื่อต่างประเทศได้ไม่แพ้การเปิดตัวรถรุ่นใหม่

การประท้วงดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระแสทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในเยอรมันเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกัน เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

กลุ่มผู้ประท้วง ที่กำลังขวางทางรถไฟขนส่งสินค้าของ Volkswagen เมื่อเดือนสิงหาคม

 

ปั่นจักรยานประท้วง กระแสต่อต้านรถยนต์ที่เยอรมัน

ก่อนที่งาน Frankfurt Auto Show 2019 จะเปิดฉากขึ้น กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายกลุ่ม

รวมทั้งองค์กรที่เรามักจะคุ้นหูเมื่อพูดถึงเรื่องนี้อย่าง Greenpeace ได้ออกมาเสนอให้มีการแบนรถ SUV เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากอุตสาหกรรมยานยนต์

พวกเขาระบุว่าในปี 2018 อุตสาหกรรมยานยนต์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 9% จากปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์ขนาดใหญ่อย่างรถกระบะ และรถ SUV

ข้อเรียกร้องฝ่ายนักเคลื่อนไหวคือ ต้องการให้ยกเลิกการใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายในทันที และมีการจำกัดความเร็วบนถนนสูงสุดที่ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง

พร้อมกับเปลี่ยนรถในระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในปี 2035

 

การจัดกิจกรรมของ Greenpeace บริเวณพื้นที่จัดงาน Frankfurt auto show

 

ทางด้านกลุ่มผู้ประท้วงที่เรียกตัวเองว่า Sand im Getriebe หรือ Sand in the Gearbox (ในภาษาอังกฤษ) ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการงดเข้าร่วมงานจัดแสดงรถ เพราะนั่นคือการแสดงออกถึงความรักรถยนต์

โดยทางกลุ่ม ได้ประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจออกมาร่วมปั่นจักรยานเพื่อปิดถนน ในวันที่ 14 กันยายน วันเปิดงาน Frankfurt Auto Show 2019

ตามรายงานของสำนักข่าว AP มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมากถึง 20,000 คัน

และในวันเดียวกันนั้น ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่นักเคลื่อนไหวจาก Greenpeace ปีนขึ้นไปชูป้ายบนรถ SUV ในบูธ BMW ตามที่เป็นข่าวด้วย

 

กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน ที่จัดโดยกลุ่ม Sand in the Gearbox

 

การประท้วงแบบสันตินั้นอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ดันเกิดเหตุการณ์ทำลายรถหรูกว่า 40 คันที่เกิดขึ้นใกล้กับสถานที่จัดงาน สร้างความกังวลเกี่ยวกับความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น

จนทางสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งเยอรมัน หัวเรือใหญ่ในการจัดงานต้องประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย

 

การทำลายรถหรูที่ถูกโยงกับการประท้วง

วันที่ 26 สิงหาคม 2019 สื่อท้องถิ่นรายงาน เกิดเหตุทุบรถหรูกว่า 40 คัน ที่โชว์รูมแห่งหนึ่งในเมือง Kronberg ใกล้กับสถานที่จัดงาน Frankfurt Auto Show

กลุ่มนักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงที่เรียกตัวเองว่า Stones in the Gearbox ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และในบางส่วนของแถลงการณ์ได้พูดถึงงานแสดงรถด้วย

“ในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า มหกรรมโฆษณาชวนเชื่อหรือที่รู้จักกันในชื่อ International Motor Show (IAA) จะจัดขึ้นที่ Frankfurt ที่งานจะมีการจัดแสดงตัวการปล่อยมลพิษ และระบบขนส่งมวลชนที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เราสนับสนุนทุกการเคลื่อนไหวที่ต้องการขัดขวาง IAA …. มันถึงเวลาแล้วที่จะโยนก้อนหินใส่ห้องเกียร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ และขัดขวางการทำกำไรของพวกเขา”

 

รถหรูกว่า 40 คัน ที่ถูกทุบทำลาย โดยฝีมือของกลุ่ม Stones in the Gearbox

 

ด้วยความที่มีชื่อคล้ายกัน ทางโฆษกของ Sand in the Gearbox ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางทั้ง 2 กลุ่มนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด และพวกเขาไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหว

ซึ่งล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมือง Kronberg กำลังทำการสอบสวนเรื่องนี้อยู่ และขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการจับตัวคนร้ายแต่อย่างใด

 

กลุ่มต่อต้านรถยนต์ Aktion Autofrei

กลุ่ม Aktion Autofrei มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า “Car-free Action” เป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวเยอรมันอีกกลุ่ม ที่ออกมามีบทบาทในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

โดยการเคลื่อนไหวของ Aktion Autofrei ที่กลายเป็นข่าวดัง หนีไม่พ้นการขัดขวางขบวนรถไฟขนส่งสินค้าของ Volkswagen เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2019

และการนำป้ายผ้าพร้อมข้อความเรียกร้องให้ทางผู้ผลิตรถยนต์ หันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ไปพันรอบสัญลักษ์ลูกโลกที่พิพิทธภัณฑ์ของ Volkswagen ในเมือง Wolfsburg

 

การประท้วงที่พิพิทธภัณฑ์ของ Volkswagen ในเมือง Wolfsburg

 

การประท้วงดังกล่าวเป็นไปด้วยความสงบ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นาย David Neisser ประธานกลุ่ม Aktion Autofrei ได้เผยถึงสาเหตุที่จงใจเลือกค่าย Volkswagen ในเมือง Wolfsburg

เนื่องจาก ค่ายรถและเมืองดังกล่าวเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมัน

จุดประสงค์ของการเคลื่อนไหว ทางกลุ่มต้องการเรียกร้องให้เลิกใช้รถยนต์ในบริเวณใจกลางเมือง และสนับสนุนการขนส่งสาธารณะที่ไม่ปล่อยมลพิษ

ทั้งยังโจมตีว่ารัฐบาลเยอรมันนั้นล้มเหลวทางด้านการออกนโยบายจัดการสิ่งแวดล้อมอีก

 

การขัดขวางขบวนรถไฟขนส่งสินค้าของ Volkswagen  โดยกลุ่ม Aktion Autofrei

 

ในปี 2016 ประเทศเยอรมนีได้ลงนามในข้อตกลงที่จะแบนรถเครื่องยนต์สันดาปภายในปี 2030 ทั้งยังตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 95% ภายในปี 2050 ด้วย

ทางค่ายรถจากเมืองเบียร์หลายค่ายเอง ก็ให้ความร่วมมือที่จะแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษด้วย

ก่อนหน้านี้ทาง Daimler บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz ได้ออกนโยบายว่าจะมอบเงินติดตั้งอุปกรณ์ลดมลพิษ ให้กับลูกค้ารถดีเซลรุ่นเก่า เป็นเงินจำนวน 3,000 ยูโร หรือประมาณ 100,000 บาท

 

 

อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่ ประกอบกับที่ค่ายรถจากเยอรมันบางค่าย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อโกงค่าไอเสียรถยนต์

อาจเป็นสาเหตุที่สนับสนุนการเรียกร้องของกลุ่มนักเคลื่อนไหว และทำให้เกิดการต่อต้านที่รุนแรงเกิดขึ้นก็เป็นได้

ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะหาข้อสรุปที่ลงตัว และไม่นำไปสู่เหตุรุนแรงที่มากกว่านี้ จนถึงขั้นมีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลยนะครับ…

 

 

ที่มา

Bigger is not better – how SUVs are killing the climate

These 12 car companies are setting the world on fire

https://autofrei.noblogs.org/

https://www.thelocal.de/20190912/frankfurt-car-show-faces-protests-over-suvs-and

Frankfurt, Germany: Luxury Car Dealership Attacked in Kronberg – 40 Cars Trashed

https://www.caranddriver.com/news/a28871580/german-protest-groups-anti-car/

European countries banning fossil fuel cars and switching to electric

 

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!