เรียกได้ว่าในปีนี้มีข่าวของ Toyota GR Yaris ออกมาบ่อยมาก เพราะนี่คือรถที่ Toyota จริงจังกับการพัฒนาที่สุดในปีนี้

เนื่องจากพวกเขามีเป้าหมายคือการนำรถคันนี้คว้าแชมป์ในการแข่งขัน World Rally Championship (WRC) มาให้ได้ ด้วยการลงแข่งภายใต้ทีม Gazoo Racing ที่ Toyota กำลังปลุกปั้นอย่างมากในช่วงปีหลังๆ นี้

 

 

Toyota GR Yaris นั้นเป็นรถแบบ 3 ประตูที่ใช้พื้นฐานของ Yaris รุ่นธรรมดาเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและยุโรป (คนละพื้นฐานกับ Yaris ไทย) มาปรับใหม่หมดทั้งช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และเครื่องยนต์

โดยเป้าหมายก็อย่างที่กล่าวไปคือการใช้รถลงแข่ง WRC ซึ่งทางรายการมีข้อบังคับว่ารถที่จะเข้าแข่งได้จะต้องถูกผลิตออกมาขายทั่วไป ขายได้ในจำนวนมากกว่า 25,000 คัน ในระยะเวลา 12 เดือน

ทาง Toyota จึงใช้โอกาสนี้โปรโมทรถอย่างหนัก ซึ่งล่าสุดก็ได้ออกวิดีโอของการประกอบ GR Yaris ออกมาให้ชมกัน

 

วิดีโอการประกอบ GR Yaris

 

จากคำอธิบายใต้คลิปได้ระบุว่า GR Yaris มีฐานการผลิตอยู่ที่โรงงาน Motomachi ตั้งอยู่ในเมือง Toyota ที่ประเทศญี่ปุ่น (โรงงานเดียวกับที่ใช้ผลิต Toyota Crown, Lexus LFA, Lexus LC)

สิ่งที่น่าสนใจที่ Toyota เปิดเผยในวิดีโอนี้ว่าได้ผลิต GR Yaris ด้วยความร่วมมือจากนักแข่ง WRC ของทีมจริงๆ เพื่อให้รถออกมาดีที่สุดสำหรับนักแข่ง

และในด้านการผลิตยังเผยว่ามีการเปิดไลน์ผลิตใหม่ขึ้นมา เพื่อสร้างรถแข่งที่มีคุณภาพสูง ในรูปแบบการผลิตออกมาเป็นจำนวนมากให้ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

 

เราลองมาดูข้อมูลรถกันบ้าง

ชุดช่วงล่างใน GR Yaris เป็นการผสมผสานระหว่าง 2 แพลตฟอร์ม โดยด้านหน้าจะเป็น GA-B ที่ใช้กับ Yaris 2020 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

ส่วนทางด้านหลังจากเป็น GA-C มีการปรับเซ็ตใหม่เพื่อรองรับให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ GR-FOUR ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่

 

.

.

 

ขุมพลังของ GR Yaris ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตรเทอร์โบ 3 สูบ ให้กำลังสูงสุดที่ 272 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ GR-FOUR

ตัวเลขความเร็วและอัตราเร่งจากโรงงานถือว่าน่าสนใจไม่น้อย GR Yaris ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.5 วินาที

โดยที่ความเร็วสูงสุดนั้น จะถูกจำกัดไว้ที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

 

ทาง Toyota ได้เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้เป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ด้วยการจำหน่ายแบบพรีออเดอร์

ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกชุดพาร์ทด้านนอกได้ตามใจ สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.96 ล้านเยน หรือประมาณ 1,090,000 บาท (ไม่รวมภาษี) สำหรับรุ่น First Edition

ส่วนใครที่อยากอัพความแรงก็สามารถเลือกเป็นรุ่น High-performance First Edition ได้ โดยราคาจะอยู่ที่ 4.56 ล้านเยน หรือประมาณ 1,260,000 บาท

แต่น่าเสียดายที่รถคันดังกล่าวจะเปิดจำหน่ายแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ดังนั้นหากใครที่อยากเป็นเจ้าของรถคันนี้ก็ต้องอกหักกันไป หรืออาจจะต้องพึ่งพาการนำเข้ารถแต่ก็ต้องแลกมาด้วยภาษีนำเข้าอันมหาศาลครับ…

 

.

.

.

.

.

.

 

ภายในห้องโดยสาร

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา global.toyota

 

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...