ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Haval (แบรนด์ในสังกัด Great Wall Motors) ได้ทำการเปิดตัว Haval Big Dog รถออฟโรดเอสยูวีรุ่นใหม่ออกมาที่งาน Chengdu Motor Show 2020

ซึ่งผ่านพ้นมาไม่ทันถึงเดือน ล่าสุดรถได้ถูกนำส่งให้กับดีลเลอร์ทั่วประเทศจีนแล้ว วันนี้เราจึงนำภาพรถคันจริงที่เห็นรายละเอียดชัดเจนกว่าเดิม มาให้ชมกันครับ…

 

 

ชื่อรุ่น Big Dog (หมาใหญ่) นั้นเป็นชื่อรุ่นภาษาจีนที่ใช้คำว่า “ต้าโก่ว” ซึ่งนับว่าเป็นชื่อรุ่นที่แปลกพอสมควรกับการเอามาตั้งเป็นชื่อรถ แม้กับคนจีนเองก็ตาม

โดย Haval ให้เหตุผลว่า ที่ใช้ชื่อรุ่นนี้เพราะก่อนหน้านี้ทางค่ายได้เปิดโหวตผ่าน WeChat ว่าอยากให้รถรุ่นนี้มีชื่อว่าอะไร

โดยชื่อรุ่นที่มีให้โหวตก็จะมีคำที่แปลเป็นไทยออกมาอย่างเช่น “หมาป่า” “ขวานศึก” หรือ “นักปีนเขา” ซึ่งสุดท้าย “หมาใหญ่” ก็เป็นชื่อรุ่นที่ถูกโหวตมากที่สุดนั่นเอง

 

 

สำหรับ Haval Big Dog เรียกได้ว่าเป็นการเปิดไลน์ใหม่ที่น่าสนใจของค่าย จากเดิมที่รถทุกคันในรุ่น H, F หรือ M ต่างก็มีแต่รถเอสยูวีที่เน้นการใช้งานทั่วไป ขับขี่ในเมือง

แต่ Haval Big Dog นั้นเป็นรถเอสยูวีคันแรกของค่ายที่ดีไซน์มาสำหรับออฟโรดจริงๆ โดยได้ Phil Simmons อดีตนักออกแบบของ Jaguar Land Rover มาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบรถคันนี้

Haval Big Dog มีขนาดมิติตัวถังอยู่ที่ 4,620 x 1,890 x 1,780 มม. (ยาว x กว้าง x สูง) ระยะฐานล้อ 2,738 มม. และระยะต่ำสุดจากพื้นที่ 200 มม.

 

 

Haval Big Dog มาพร้อมกับขุมพลังเบนซิน 1.5 เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 285 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบ Differential Lock ที่จะขาดไม่ได้สำหรับรถออฟโรด

และสื่อจีนระบุว่าจะมีรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบ กำลังสูงสุด 221 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 385 นิวตัน-เมตร ออกตามมาในอนาคตอีกด้วย

รถจะมีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Economy, Standard, Sports, Sand, Mud และ Snow

 

 

ราคาของ Haval Big Dog ที่ประเทศจีนยังไม่เปิดเผยออกมา ซึ่งคาดว่าเราจะได้ทราบกันอีกครั้งหลังจากนี้

 

ทั้งนี้ก็มารอลุ้นกันว่าในอนาคต GWM มีแผนจะนำรถรุ่นนี้มาประกอบที่โรงงานไทยและทำตลาดในบ้านเราหรือไม่

หลังจากที่เทคโอเวอร์โรงงานต่อจาก General Motors ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้มีการจดทะเบียนบริษัท Haval Thailand เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป หากมีอัปเดตเราจะนำมารายงานให้ทราบกันอีกครั้งครับ…

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

ที่มา : carnewschina

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...