Honda Civic รถยนต์รุ่นแรกๆ ที่ถือกำเนิดในสายการผลิตของ Honda และยังสามารถ ทำตลาดต่อเนื่องยาวนานเกือบ 50 ปี

มันคือรถที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ในประเทศไทย ด้วยยอดขายถล่มทลายชนิดที่ว่าผลิตไม่ทันขาย ถึงขนาดต้องแย่งกันซื้อใบจอง!!

พูดชื่อ Civic ใครๆ ก็รู้จัก มันก็คือรถในพิกัดเก๋งซีดาน C-Segment ที่ขายดีในประเทศไทย

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ Honda เกือบจะไม่มีลมหายใจรอดมาทำ Civic ขายแล้ว

รถคันนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ตั้งแต่ย่อหน้าถัดไป MagCarZine.com จะพาคุณผู้อ่านไปเสพตำนานของรถขับหน้าขวัญใจมหาชนคันนี้ครับ…

 

 

“เราต้องการรถ เพื่อกู้สถานการณ์ของบริษัท”

หลังจากก้าวเป็นผลิตรถมอเตอร์ไซต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปี 1963 Honda จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการรถยนต์ ด้วยรถเล็กในกลุ่มรถเล็กแบบ Kei Car เนื่องจากประโยชน์ทางด้านภาษี ณ เวลานั้น

N360 ส่งให้ Honda ประสบความสำเร็จอย่างมากกับการทำตลาดรถยนต์ในกลุ่ม Kei Car จากนั้นพวกเขาจึงเริ่มขยับเข้าสู่ตลาดรถเก๋งขนาดเล็กด้วย Honda 1300 ในปี 1969

แต่แล้ว… ทุกอย่างที่ดูเหมือนจะไปได้สวย ก็ค่อยๆ แย่ลงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

Honda T360 รถยนต์คันแรกของ Honda

 

แม้จะประสบความสำเร็จกับ N360 ก็จริง แต่เมื่อทำตลาดได้สักพักลูกค้าหลายคนก็เริ่มบ่นถึงเรื่องคุณภาพในการผลิตของมัน ไม่นาน Kei Car ยอดฮิตก็ประสบปัญหาทางด้านยอดขาย

จนในที่สุด Masami Suzuki ผู้จัดการทั่วไปของแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Honda จึงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ ณ เวลานั้น

เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว Honda คงต้องบอกลาการทำตลาดรถยนต์ กลับไปเป็นแค่ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์เหมือนเดิม

 

Honda 1300 ในโรงงานผลิตที่ Suzuka

 

Suzuki บอกกับทีมงานว่า “ผมต้องการรายงานเกี่ยวกับรายละเอียดของรถรุ่นใหม่ที่เราควรพัฒนา สำหรับทำตลาดในญี่ปุ่นและทั่วโลก”  

และคำตอบที่ได้ก็คือ…

พวกเขาต้องสร้างรถที่ต้องเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และเป็นแบบฉบับของเจ้าสำนักอย่าง Soichiro Honda

ทีมพัฒนาโปรเจกต์รถรุ่นใหม่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม เพื่อให้ได้รถที่ดีที่สุดของ Honda และในที่สุดก็สรุปออกมาได้ว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ “รถยนต์ระดับโลกที่มีน้ำหนักเบา คล่องตัว และขนาดกระทัดรัด” 

 

 

โจทย์คือรถเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี. แต่มีน้ำหนักไม่เกิน 600 กก.

จากคอนเซปต์ที่ได้ นำไปสู่การพัฒนารถบนเงื่อนไขตัวถังแบบ 2 กล่อง (ห้องเครื่อง+ห้องโดยสาร) เครื่องวางหน้าขับเคลื่อนล้อหน้า

ต่างจากรถค่ายอื่น ณ เวลานั้นที่เป็นรถแบบ 3 กล่อง (ห้องเครื่อง+ห้องโดยสาร+กระโปรงท้าย) เครื่องวางหน้าขับเคลื่อนล้อหลัง

ส่วนเครื่องยนต์ต้องไม่แพ้ Honda 1300 และมีจุดเด่นรอบด้าน คือขับสนุก น้ำหนักเบา มีการกระจายน้ำหนักที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้ จึงนำไปสู่โจทย์การสร้างรถเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 600 กิโลกรัม

 

ประเด็นเรื่องของน้ำหนักถือเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับทีมวิศวกร เพราะการรีดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ

แม้แต่รถคันเล็กเครื่อง 360 ซีซี อย่าง Honda Life ยังหนักตั้ง 540 กิโลกรัม

ส่วน Honda 1300 ที่ใช้เครื่อง 1,300 ซีซี ก็ปาเข้าไปตั้ง 875 กิโลกรัม เกินกว่าที่พวกเขาที่ตั้งไว้เกือบ 300 กิโลกรัม!!

แต่แม้มันจะเป็นเรื่องยากแค่ไหน ทีมพัฒนาก็ต้องทำให้ได้เพราะโปรเจกต์นี้คือการเดิมพันทุกอย่างของ Honda

 

 

ทีมพัฒนาหาทุกวิถีทาง เพื่อให้รถเครื่อง 1,200 ซีซี มีน้ำหนักพอๆ กับ Kei Car พวกเขาลงทุนจ้างวิศวกรที่เคยมีประสบการณ์ในการลดน้ำหนักของเครื่องบินรบในช่วงสงครามเข้ามาร่วมทีม

ทีมพัฒนาใช้วิธีลดน้ำหนักของตัวรถ ด้วยการลดความหนาของเหล็กลงไปทีละ 0.1 มิลลิเมตร และในขณะเดียวกันก็ตรวจสอบโครงสร้างเพื่อให้ได้มาตรฐานความแข็งแรงด้วย

และนอกจากนี้ วัสดุทุกอย่างที่ใช้ในการสร้างรถคันนี้ยังถูกเลือกอย่างพิถีพิถัน เพราะน้ำหนักทุกกรัมล้วนมีความหมาย…

 

 

ในที่สุดรถที่ทีมพัฒนาเดิมพันทุกอย่างก็คลอดออกมา มันคือรถที่มาในตัวถังสไตล์แฮชแบ็ค 3 ประตู ช่วงล่างเป็นแบบอิสระ 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหลังแบบสตรัท แทนที่จะเป็นคานแข็งเหมือนรถขับเคลื่อนล้อหน้าทั่วไปในตอนนั้น

ส่วนน้ำหนักของตัวรถที่คาดหวังเอาไว้ก็ทำออกมาได้ใกล้เคียง รถต้นแบบคันนี้มีน้ำหนักอยู่ที่ 680 กิโลกรัม

และนอกจากจะได้ตามโจทย์ที่ตั้งไว้แล้ว สิ่งที่ได้จากความพยายามในการลดน้ำหนักนั่นก็คือการประหยัดน้ำมัน ส่วนการเลือกใช้ช่วงล่างแบบสตัท ยังทำให้ได้พื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังเพิ่มเข้ามาอีก

นั่นจึงทำให้รถคันนี้เหมาะกับการใช้งานในเมือง และสมกับชื่อที่ทีมพัฒนาตั้งชื่อให้มันว่า “Civic” ซึ่งแปลว่า “รถที่สร้างเพื่อผู้คนและเมือง”

 

แม้จะได้รถต้นแบบที่ทุ่มเทพัฒนาออกมาแล้ว แต่ Honda Civic ยังไม่พร้อมที่จะออกทำตลาด เพราะมันยังต้องผ่านด่านสำคัญนั่นก็คือทีมการตลาด และท่านประธาน Soichiro Honda

 

 

“ช่วงล่างอิสระ มันไร้ประโยชน์”

โดยปกติแล้ว ก่อนที่จะออกมาเป็นรถต้นแบบได้ นอกจากทีมวิศวกรและทีมพัฒนายังต้องมีฝ่ายการตลาดและหัวเรือใหญ่อย่าง Soichiro Honda ที่ร่วมออกความคิดเห็นด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้รถที่ดีที่สุด

แต่สำหรับกรณีของ Civic นั้นแตกต่างออกไป เพราะคุณ Suzuki ได้ให้อิสระกับทีมพัฒนาอย่างเต็มที่ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้รถคันนี้เกือบจะถูกทําแท้งก่อนที่จะได้คลอด ทันทีที่ Soichiro Honda ได้เห็นช่วงล่างของมัน

 

Soichiro Honda กับ Honda N360

 

ท่านประธานเรียกพบเหล่าวิศวกรทันทีที่รู้ว่ารถใช้ช่วงล่างอิสระแทนที่จะเป็นคานแข็งแบบที่เขาชอบ เพราะมันจะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น แถมยังมีขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยากกว่ามาก

และนั่นทำให้คุณ Mamoru Sakata ผู้พัฒนาช่วงล่างของ Honda Civic ถูกส่งเข้าห้องประชุมเพื่ออธิบายเหตุผลกับท่านประธานด้วยตัวเอง

การเผชิญหน้ากับประธานบริษัท ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Sakata ก็พยายามนำเสนอข้อดีของช่วงล่างแบบอิสระด้วยความเชื่อมัน และบอกกับท่าประธานว่า นี่คือช่วงล่างที่จะทำให้ Civic เป็นรถยนต์ระดับโลกได้

แต่หัวเรือใหญ่ของ Honda ก็ยังคงยืนยันคำเดิม และตอบกลับมาว่า “ช่วงล่างอิสระที่ด้านหลัง มันไร้ประโยชน์”

 

ช่วงล่างของ Honda Civic เจน 1

 

Sakata ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมันของเขา และทีมผู้บริหารของ Honda ก็ช่วยคุยกับท่านประธานให้ พร้อมช่วยยืนยันว่า มันจะทำให้ Honda Civic แตกต่างจากคู่แข่งและได้รับความนิยมแน่นอน

จนในที่สุด Soichiro จึงยอมให้ทีมพัฒนาให้ใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ

แต่.. อุปสรรค์ของ Honda Civic ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะยังเหลือฝ่ายการตลาดที่ยังไม่ได้เห็นรถต้นแบบ จนกระทั่งมันเสร็จเป็นรูปร่าง

 

ประตูบานที่ 3 ที่คุณว่า มันอยู่ตรงไหน??

ในการประชุมกับทีมการตลาดก่อนจะออกวางจำหน่าย เมื่อทีมพัฒนาบอกว่านี่คือรถในตัวถังแบบสามประตู ก็ถูกตั้งคำถามกลับมาทันทีว่า “ประตูบานที่ 3 ที่คุณว่า มันอยู่ตรงไหน??”

คำถามที่ได้รับมาอาจฟังดูเหมือนเป็นคำถามง่ายๆ และออกจะดูตลกด้วยซ้ำสำหรับทีมพัฒนา

แต่ในอีกมุมหนึ่งมันคือเสียงสะท้อนจากลูกค้า ที่อาจเข้าไม่ถึงรถแฮชแบ็คสามประตูที่พวกเขากำลังจะสื่อ และนั่นหมายความว่า รถคันนี้อาจไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวังไว้

 

 

Shinya Iwakura ผู้รับผิดชอบในการออกแบบ Honda Civic ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่ออธิบายถึงแนวคิดในการออกแบบให้ทั้งทีมการตลาดและสื่อยานยนต์ของญี่ปุ่นเข้าใจ

เขาบอกว่า ตัวถังแบบ 3 ประตูเมื่อมองด้านข้างตัวรถจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ทำให้เวลาที่มองรถทั้งด้านหน้าหรือด้านข้างก็จะรู้สึกได้ถึงความแข็งแรงเหมือนกำปั้นของลูกผู้ชาย

ในที่สุดความพยายามของผู้ออกแบบก็ได้ผล ดีไซน์ของ Honda Civic เริ่มได้รับเสียงวิจารณ์ในด้านบวก สื่อบางคนที่เคยเห็นรถแฮชแบ็คจากต่างประเทศถึงกับบอกว่า “หากคุณไม่เข้าใจ Civic คุณก็ไม่เข้าใจรถเลย”

 

Shinya Iwakura และแนวคิดการออกแบบ Honda Civic เจน 1

 

1972 Civic เจน 1 นี่คือ “Car of the Year”

11 กรกฎาคม 1972 Honda Civic ในเจนแรกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากใช้เวลาพัฒนากว่า 2 ปี โดยเลือกเปิดตัวด้วยตัวถังแบบ 2 ประตู (ประตูบานหลังเป็นแบบครึ่งเดียว) และตามมาด้วยตัวถัง 3 ประตูในอีกสองเดือนถัดมา

ทางด้านขุมพลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ OHC 8 วาล์ว 1,169 ซีซี ความแรงมีให้เลือกแบบ 60 แรงม้า และ 69 แรงม้า

ในการเปิดตัวครั้งแรกรถรุ่น 2 ประตูยังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่รุ่น 3 ประตูทำให้ Honda Civic ได้รับความนิยมถล่มทลาย ทำยอดขายได้ถึง 21,000 คันภายใน 5 เดือน

และเพิ่มเป็น 80,000 คันในปี 1972 ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่คือกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่กำลังขยายตัว ณ เวลานั้น

 

 

Honda Civic เจเนอร์เรชั่นแรกประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คว้ารางวัล Japan Car of the Year จากนิตยสาร Motor Fan ตั้งแต่ปี 1972-1974 สร้างประวัติศาสตร์รถยนต์รุ่นแรกที่กวาดรางวัลนี้ได้ถึง 3 ปีซ้อน

ไม่เพียงเท่านั้น ในตลาดต่างประเทศ Honda Civic ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ในช่วงปี 1976 ถึง 1978 มันคือรถนำเข้าที่ทำยอดขายสูงสุดในแคนาดา และทำสถิติได้ติดต่อกันนานถึง 28 เดือน

ส่วนในตลาดสหรัฐก็สร้างปรากฎการณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ CVCC ที่ทำให้มันเป็นรถรุ่นแรกของโลกที่ผ่านมาตรฐานไอเสีย อันเข้มงวดของแคลิฟอร์เนีย

รวมถึงรางวัล Car of the Year ของนิตยสาร Road Test Magazine แซงหน้ารถนำเข้าจากยุโรปและแบรนด์อื่น ทั้งยังเป็นรถญี่ปุ่นคันแรก ที่ติดอันดับ European Car of the Year อีกด้วย

 

 

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการรถเพื่อกู้สถานการณ์ของบริษัท จนเป็นที่มาของรถยนต์ระดับโลกด้วยรางวัลมากมายที่มันได้รับ หากจะบอกว่า Honda Civic เป็นรถรุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Honda ก็คงจะไม่ผิดนัก

แต่อย่างไรก็ตามนี่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นของรถขับหน้าขวัญใจมหาชนคันนี้เท่านั้น เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปีในสายการผลิต Honda Civic ยังมีเรื่องมันๆ อีกเพียบ..

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างปรากฎการณ์ด้วยเครื่องยนต์ CVCC ในสหรัฐ การสร้างกระแส Civic EG (เจน 5) ในบ้านเรา ไปจนถึงจุดกำเนิดของ Civic Type R รถขับหน้าที่เร็วที่สุดในโลก

 

เอาเป็นว่าครั้งหน้าหากมีโอกาสล่ะก็ MagCarZine.com จะจัดบทความแบบนี้มาให้อ่านกันอีกแน่นอนครับ…

 

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!