ในการแข่งขัน Formula 1 สนาม Austrian Grand Prix เมื่อวันที่ 31 มิถุนายนที่ผ่านมา

ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เหล่าทีมงานของ Honda ถึงกับน้ำตาไหลออกมา อย่างในคลิปวิดีโอนี้…

 

 

มันเกิดอะไรขึ้น?

หากคุณไม่ได้ติดตาม F1 อาจจะไม่รู้ว่า นอกจากที่จะมีการมอบรางวัลให้นักขับผู้ชนะ 3 อันดับแรกแล้ว

ยังการมอบรางวัลให้กับ Constructor หรือ ผู้สร้างเครื่องยนต์ที่ถูกติดตั้งอยู่ในรถที่คว้าอันดับ 1 ในสนามนั้นๆ ได้

และถ้าย้อนกลับไปที่ Honda คว้ารางวัลนี้ได้ในครั้งล่าสุด มันคือเมื่อ 13 ปีที่แล้ว จากการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับทีม Red Bull

ด้วยระยะเวลาห่างหายไปนานขนาดนี้.. น้ำตาแห่งความปลื้มปิติจึงได้หลั่งไหลออกมาจากบุคลากรของ Honda

แล้วเหตุใด Honda ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ถึงห่างหายกับการคว้าอันดับ 1 ไปนานถึงกว่าทศวรรษ?

ลองมาติดตามเรื่องราวของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ที่ตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาในสังเวียน Formula 1 กันครับ…

 

 

ความต้องการแสดงพลังของชาวญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1964 ในขณะนั้นวงการ F1 ได้ถูกปกครองโดยทีมจากยุโรปทั้งสิ้น นำโดยอังกฤษ อิตาลี และเยอรมนี

Honda ที่ในตอนนั้นเพิ่งจะผลิตรถยนต์คันแรกของค่ายออกมาในปี 1963

พวกเขากำลังมีความทะเยอทะยานอย่างสูงว่า “เราชาวญี่ปุ่นก็มีดีไม่แพ้ชาวยุโรป”

“ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก หนึ่งในความฝันของผมคือการได้แข่งขันในกีฬาความเร็วทั่วโลก ด้วยรถที่ผมสร้างขึ้นมาเอง และจะต้องชนะเท่านั้น” Soichiro Honda บิดาของผู้ก่อตั้ง Honda เผย

พวกเขาจึงตัดสินใจก่อตั้งทีมที่ชื่อว่า Honda R&D Company ขึ้นมา เข้าสู่วงการ Formula 1 ทันที และใช้ทีมงานนำโดย Soichiro Honda เป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด (ยกเว้นนักแข่งที่เป็นชาวอเมริกัน)

 

Soichiro Honda กับรถแข่ง F1 ในยุคก่อตั้งทีม

 

แค่ความทะเยอทะยานมันไม่สามารถทำให้พวกเขาเป็นที่ 1 ในการแข่งนี้ได้ แต่เป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ การออกแบบตัวถัง และฝีมือของนักแข่ง ที่ต้องบอกว่า Honda ยังอ่อนประสบการณ์กว่าทีมอื่นๆ นัก

เหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายไปอีก ในปี 1968 ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในสนาม เป็นเหตุให้ Jo Schlesser นักแข่งในสังกัดของ Honda เสียชีวิต ทำให้บรรยากาศในทีมตอนนั้นเศร้าโศกเป็นอย่างมาก

การเสียชีวิตของ Jo บวกกับการที่ Honda อยากจะนำเงินไปลงทุนเปิดตลาดขายรถยนต์ที่อเมริกามากกว่าลงทุนใน F1

จึงทำให้ทีม Honda R&D Company ถูกยุบ หลังอยู่ในวงการได้แค่ 5 ฤดูกาลเท่านั้นเอง ช่างเป็นการเริ่มต้นอันน่าเศร้า…

 

 

การกลับสู่ F1 อีกครั้งในบทบาทใหม่

เวลาผ่านไป 15 ปี Honda ได้ตัดสินใจกลับเข้าสู่วงการ F1 อีกครั้งในปี 1983

แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้สร้างทีมขึ้นมาและจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองอีกแล้ว

แต่บทบาทใหม่ของพวกเขาคือการเป็นพาร์ทเนอร์ผลิตเครื่องยนต์เพื่อใช้สำหรับแข่งเท่านั้น

Honda มีประสบการณ์แล้ว และรู้ว่าพวกเขาควรทำสิ่งที่ถนัดที่สุดนั่นก็คือการ “พัฒนาเครื่องยนต์อย่างเดียว”

ส่วนหน้าที่ของการออกแบบโครงรถ การหาตัวนักแข่งก็ให้เป็นหน้าที่ของทีมที่เข้าไปจับมือด้วยก็พอ

พวกเขาตั้งตาตั้งตาผลิตเครื่องยนต์สำหรับรถ F1 ให้ออกมาเร็ว แรง และทนทานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในที่สุดความพยายามของพวกเขาก็เป็นผล

ในปี 1986-1987 ทีม Williams สามารถคว้าแชมป์โลกจากการใช้เครื่องยนต์ของ Honda ได้สำเร็จ

รวมถึงปี 1988-1991 ที่ Honda ไปจับมือกับทีม McLaren ทีมก็เป็นแชมป์โลก 4 ปีติดต่อกัน

ทำให้ถ้านับรวมทั้ง 2 ทีม ก็พบว่าเครื่องยนต์ของ Honda เป็นแชมป์โลกถึง 6 สมัยติดต่อกัน เรียกได้ว่านี่คือยุคทองของพวกเขาอย่างแท้จริง

 

.

 

สูงสุดสู่สามัญ

Honda กลายเป็นแชมป์ 6 สมัยติดต่อกันในปี 1991 แต่มันก็ยังเป็นแชมป์สุดท้ายของ Honda ในยุค 90 อีกด้วย

ในปี 1992 Formula 1 ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎด้านเครื่องยนต์ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เครื่องของ Honda นั้นแรงเกินไป

เป็นผลทำให้แชมป์ด้านเครื่องยนต์ในปีนั้นตกไปเป็นของ Renault ที่จับมือกับทีม Williams

และหลังจบฤดูกาล 1992 ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เศรษฐกิจญี่ปุ่นตกต่ำลงอีกรอบ แล้วคราวนี้ปัญหาเดิมๆ อย่าง “ไม่มีเงินทุน” ก็กลับมาเล่นงานพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง

Honda ตัดสินใจออกจาก Formula 1 อย่างยากลำบาก แต่พวกเขาก็ต้องทำแบบนั้นอีกครั้ง

 

 

Honda ตัดสินใจหวนคืนสู่ F1 เป็นคำรบสองเมื่อปี 2000 ด้วยการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์เหมือนเดิม ให้กับทีม BAR และ Jordan

แต่จนถึงปี 2005 ผลงานของทั้งสองทีมเรียกได้ว่าย่ำแย่ เป็นได้แค่ไม้ประดับ เครื่องยนต์ของพวกเขาไม่สามารถสู้ Ferrari หรือ Renault ในตอนนั้นได้

ในปี 2006 Honda ได้ตัดสินใจก่อตั้งทีมขึ้นมาเองอีกครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

หลังจบฤดูกาล 2008 Honda ก็ตัดสินใจขายสิทธิ์ของทีมไป ลาวงการเป็นครั้งที่ 3

 

Jenson Button ผู้คว้าชัยมาให้ Honda ใน 2006 Hungarian Grand Prix

นั่นคือแชมป์ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาสามารถทำได้

 

“เครื่องยนต์ Honda เป็นแค่ระดับ Formula 2”

มาจนถึงตอนนี้ ผู้อ่านน่าจะเดาออกแล้วว่า Honda ต้องกลับเข้ามาสู่ Formula 1 อีกครั้ง ตามแพทเทิร์นเดี๋ยวเลิก เดี๋ยวกลับ เหมือนคู่รักที่รักๆ เลิกๆ (ฮา)

ในปี 2015 Honda ได้หวนมาจับมือเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับ McLaren ทีมที่เคยคว้าแชมป์ด้วยกันมา

แต่ครั้งนี้นับว่าเป็นงานยากของ Honda มาก เพราะเทคโนโลยีในเครื่องยนต์ F1 ได้พัฒนามาไกลมากจากที่พวกเขาเคยรู้จัก มากเสียจนแทบจะตามไม่ทัน

เมื่อฤดูกาลเปิดขึ้น ปรากฏว่าเครื่องยนต์ของ Honda นั้นพังเป็นว่าเล่น

สองนักแข่งของทีม McLaren ต้องออกจากการแข่งรวมกันไปถึง 12 ครั้ง

แถมประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ก็สู้ไม่ได้ นักแข่งทั้งสองคนทำอันดับได้เกินอันดับ 10 นับครั้งได้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น ตลอดทั้งฤดูกาลอันแสนยาวนาน

 

Honda ถูกวิจารณ์หนักมาก จากนักขับที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานคนหนึ่งในวงการอย่าง Fernando Alonso แห่งทีม McLaren ในขณะนั้น

“ผมรู้สึกเหมือนกำลังขับรถแข่งที่มีเครื่องยนต์อยู่ในระดับ Formula 2 เป็นเรื่องที่น่าอายมากๆ …”

นี่คือคำพูดของ Alonso ที่มีต่อเครื่องยนต์ Honda นับว่าเป็นคำพูดที่แรงเอามากๆ แต่มันก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะผลลัพธ์ที่ออกมา มันฟ้องทุกอย่าง…

หลังร่วมงานกันได้ 3 ปี Honda ก็ถูกยกเลิกสัญญาจาก McLaren หลังจบฤดูกาล 2017

 

 

โอกาสที่สอง…

การกลับมาครั้งนี้ แค่เริ่มต้นก็ไม่สวย โดนยกเลิกสัญญากลางอากาศเสียแล้ว

Honda จึงต้องหาทางกู้ชื่อเสียงกลับมาให้ไวที่สุด

เผอิญว่าตอนนั้น Toro Rosso ได้หมดสัญญากับพันธมิตรด้านเครื่องยนต์อย่าง Renault พอดี

Honda จึงเข้าไปเจรจาเป็นพาร์ทเนอร์ แล้วทั้งสองทีมก็จับมือกัน

Toro Rosso นั้นเรียกได้ว่าเป็นทีมลูกของ Red Bull Racing อีกต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นทีมที่ไม่เน้นผลการแข่งมากนัก

นักแข่งส่วนมากก็จะเป็นเด็กฝึกของ Red Bull ที่แข่งสะสมประสบการณ์เพื่อขึ้นไปทีมใหญ่อย่าง Red Bull ไม่ได้เป็นรุ่นเก๋าเหมือน Fernando Alonso ที่ McLaren

ทำให้ครั้งนี้ Honda ไร้ความกดดัน เมื่อไม่จำเป็นต้องเน้นอันดับ สิ่งที่พวกเขาต้องปรับแก้เครื่องยนต์ก่อนคือทำให้มันสเถียรมากขึ้นจนสามารถใช้แข่งขันจนจบได้โดยไม่พังไปเสียก่อน

ซึ่งพวกเขาก็ทำออกมาได้อย่างน่าพอใจ และถูกอกถูกใจทีม Toro Rosso เป็นอย่างมาก

 

 

และโอกาสดีๆ ก็มาถึง เมื่อในระหว่างฤดูกาล 2018 ได้เกิดเหตุการณ์เรียกเสียงฮือฮาจากสื่อและแฟนๆ ขึ้น เมื่อ Red Bull เกิดมีปัญหากับพันธมิตรด้านเครื่องยนต์อย่าง Renault

Red Bull ได้ประกาศว่าหลังจบฤดูกาล 2018 พวกเขาจะย้ายไปจับมือเป็นพันธมิตรเครื่องยนต์กับ Honda 

ทีมกระทิงแดงแห่งโลกตะวันตก เผยว่าแม้ Honda จะมีช่วงเวลาที่ไม่ดีนักกับ McLaren แต่หลังจากที่ทีมลูกอย่าง Toro Rosso ได้ทำงานร่วมกับ Honda ก็ทำให้ Red Bull เชื่อใจพวกเขา

การตัดสินใจของ Red Bull สร้างข้อกังขาให้กับเหล่าแฟนๆ เป็นอย่างมาก หลายเสียงต่างสงสัยว่าเครื่องยนต์ของ Honda จะไหวหรือ?

ครั้งนี้ Honda จึงเหมือนแบกภาระอันหนักอึ้งเอาไว้บนบ่า เพราะทีมที่เขาร่วมงานด้วยครั้งนี้คือทีมระดับ Top 3 ในลีกที่มีเป้าหมายคือการเป็น “แชมป์”

นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถทำผิดพลาดซ้ำสองได้เหมือนครั้งที่ร่วมงานกับ McLaren ได้อีกแล้ว…

 

 

หลังจาก F1 ฤดูกาล 2019 ผ่านพ้นไป 8 สนาม ฝันร้ายของ Honda ได้ค่อยๆ จางหายไป

Max Verstappen นักแข่งมือ 1 ของ Red Bull สามารถซิ่งรถจบอันดับ 3-5 ได้ตลอดทุกการแข่งขันโดยเครื่องยนต์ไม่มีปัญหาถึงขั้นต้องรีไทร์จากการแข่ง

จนกระทั่งใน Austrian Grand Prix ที่เป็นการแข่งขันสนามที่ 9 ในที่สุด สิ่งที่ Honda รอคอยมา 13 ปี ก็มาถึง…

Max Verstappen สามารถซิ่งรถที่ส่งพลังด้วยขุมพลัง Honda เข้าเส้นชัยอันดับ 1 ได้สำเร็จ

และที่น่าเหลือเชื่อคือ Max Verstappen ได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งอันดับ 2 แต่เขาออกตัวได้ไม่ดีทำให้ถูกแซงอันดับหล่นไปที่ 7

แต่ด้วยความบ้าพลังของทั้งนักขับผู้อยู่หลังพวงมาลัย บวกเข้ากับเครื่องยนต์ นักแข่งหนุ่มชาวฮอลแลนด์ก็ไล่แซงคู่แข่งคันแล้วคันเล่าจนกระทั่งคว้าอันดับ 1 มาได้อย่างสุดระทึก

 

 

The Power of Dreams

ระหว่างที่ Max Verstappen ขึ้นโพเดียมไปรับถ้วยรางวัล เขาได้ทำการ “ชี้ไปที่โลโก้ Honda” ที่อยู่บนเสื้อของเขา

การกระทำดังกล่าว เหมือนเป็นการบอกให้ผู้คนรับรู้ว่านอกจากฝีมือส่วนตัวของเขาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาคว้าอันดับ 1 มาได้ก็คือ “เครื่องยนต์ของ Honda”

“ผมอยากจะบอกคำขอบคุณตัวโตๆ ให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วมในทีม และแน่นอนว่า Honda ก็ด้วย พวกเขาเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วงปีหลังๆ มานี้ แต่ชัยชนะในวันนี้มันเหลือเชื่อมาก”

Max ได้ให้สัมภาษณ์หลังคว้าชัยมาได้

 

 

Takahiro Hachigo ซีอีโอของ Honda กล่าวหลังจากที่คว้าชัยร่วมกับทีม Red Bull เอาไว้ว่า…

“การได้กลับมาชนะใน Formula 1 อีกครั้งมันเป็นอะไรที่น่ายินดีมาก โดยเฉพาะกว่าที่พวกเขาจะมาถึงจุดนี้ มันไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลยนับตั้งแต่กลับมาสู่กีฬานี้ในปี 2015” 

“Formula 1 คือสิ่งที่คุณ Soichiro Honda ผู้ก่อตั้งของเราเฝ้าฝันมาตลอด และมันก็อยู่ใน DNA ของบริษัท”

“เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาตลอด 5 ปีนี้… ผมแทบจะพูดไม่ออกถึงความพยายามอย่างมหาศาลของเหล่าเจ้าหน้าที่ Honda ทุกคนที่มีส่วนในชัยชนะครั้งนี้”

 

ถึงแม้มันจะเป็นการชนะแค่ครั้งเดียว แต่มันก็เป็นชัยชนะที่มีความหมายอย่างมหาศาลให้กับชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งที่พยายามอย่างหนักมาตลอด

Honda กล้าที่จะฝัน และพวกเขาก็ใช้ความฝันนั้นเป็นแรงพลักดันให้ความฝันของพวกเขาไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป

 

“The Power of Dreams” หรือ “พลังแห่งความฝัน” สโลแกนประจำแบรนด์ของ Honda จึงเป็นคำที่สามารถบอกตัวตนของพวกเขาได้ดีที่สุดเช่นกัน…

 

 

แหล่งอ้างอิง: japantimes, hondaracingf1, espn

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...