HUMMER คือรถที่ได้รับความนิยมที่อเมริกาอย่างมากในช่วงกลางยุค 90 ถึงกลางยุค 2000

เซเลบชื่อดังทั้งดาราและนักกีฬาในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็น บริทนีย์ สเปียร์, อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์, ไมค์ ไทสัน หรือ 50 Cent ต่างก็มี HUMMER ครอบครองอยู่ในโรงจอดรถของพวกเขา

ในช่วงปี 1999 ถึง 2000 มีหนัง Hollywood ถึง 32 เรื่องที่ Hummer ได้ไปโผล่บนจอ

แต่ผ่านไปไม่นาน แค่ปี 2010 เท่านั้นเอง Hummer กลับประสบปัญหาด้านยอดขายอย่างหนักจนถึงขั้นล้มละลายและหายไปจากตลาดรถยนต์อเมริกา

จนกระทั่งล่าสุดมีข่าวออกมาว่า HUMMER จะกลับมาอีกครั้งในฐานะ “รถยนต์ไฟฟ้า”

 

เกิดอะไรขึ้นกับรถคันดังกล่าว เหตุการณ์เบื้องลึกจะเป็นอย่างไร!?

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรับรู้เรื่องราวของ HUMMER ถึงจุดเริ่มต้น จุดสูงสุด จุดต่ำสุด และการกลับมาเกิดใหม่กันครับ

 

 

จุดเริ่มต้น: จากรถสงครามสู่ท้องถนน

ย้อนกลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้บริการ Jeep ในการผลิตรถสำหรับใช้งานในกองทัพ

แต่เมื่อเข้าสู่ยุค 80 รถของ Jeep เริ่มที่จะล้าสมัย กองทัพจึงอยากได้รถที่ดีกว่าเดิม มีกำลังมากกว่าเดิม บรรทุกคนได้มากกว่าเดิม และมีบอดี้เป็นเกราะที่แข็งแกร่งและปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม

 

ทางกองทัพจึงทำข้อตกลงกับพันธมิตรใหม่ AM General พร้อมให้เงินลงทุนมหาศาลเพื่อผลิตรถในสเปคตามที่กองทัพต้องการ

คอนเซปต์ของรถคันดังกล่าวคือ High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle หากนำมาย่อแล้วจะได้อักษรเรียกกันว่า HMMWV

รถคันดังกล่าวจึงถูกเรียกว่า HUMVEE 

 

 

เมื่อคนเหล็กอยากขับ HUMVEE จึงเกิดเป็น HUMMER

HUMVEE กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังกองทัพมีบทบาทใน สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Gulf War) ที่อเมริกา ร่วมกับคูเวตและอีกหลายประเทศ ทำสงครามกับอิรัก

 

ทำให้รถคันดังกล่าวไปเตะตาของ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ นักแสดงผู้โด่งดังสุดๆ ณ เวลานั้น จากบท ‘คนเหล็ก’ ในหนังเรื่อง The Terminator

เขาเผยวา HUMVEE ทำให้นึกย้อนกลับไปในวัย 18 ปีที่ได้ขับรถถังในช่วงที่เป็นทหารในกองทัพออสเตรีย

หนุ่มคนเหล็กจึงไม่รอช้า ติดต่อไปหา AM General เพื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้าของ HUMVEE

ในทีแรก AM General ปฏิเสธกลับมาเพราะรถคันดังกล่าวทำมาเพื่อกองทัพเท่านั้น แต่อาร์โนลด์ ก็ยังไม่ตัดใจพยายามตื๊อเรื่อยมา

สุดท้าย AM General ก็ใจอ่อน (บวกกับมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ) พวกเขาจึงสร้าง HUMVEE เวอร์ชั่นสำหรับประชาชนคนทั่วไปออกมา ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า HUMMER ในปี 1992

และคนที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าของรถคนแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ นั่นเอง

 

HUMMER เปิดตัวรถด้วยการมอบกุญแจรถคันแรกให้กับ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์

 

จุดสูงสุด:

หลังจากที่ประชาชนเห็น HUMVEE ในสงคราม และ HUMMER ในภาพยนต์หลายเรื่อง รวมถึงได้เห็นเซเลบหลายคนเป็นเจ้าของ

ชื่อเสียงของแบรนด์ก็แตกวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ทั่วแผ่นดินอเมริกา

 

จนกระทั่งในปี 1999 General Motors ได้ทุ่มเงินมหาศาลซื้อ Hummer เข้ามาอยู่ในสังกัด

จากเดิมที่ HUMMER H1 รุ่นดั้งเดิม เป็นการนำโมเดลของ HUMVEE มาเป๊ะๆ ทาง GM ก็เปิดตลาดใหม่ๆ ด้วยการออกรุ่น H2 ที่มีขนาดเล็กลงและราคาถูกลงจาก H1 ออกมา

ผลก็คือ HUMMER H2 กลายเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ในเวลาต่อมา ทำให้ค่ายออก H3 ที่มีขนาดเล็กและถูกกว่า H2 มาสู่ตลาดอีก

ส่งผลให้ในปี 2006 ยอดขาย Hummer พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวน 70,000 คัน เป็นปีที่รุ่งเรืองที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์มา

 

 

จุดตกต่ำ: เมื่อโลกเปลี่ยนไป

แม้ HUMMER จะทำยอดขายได้ถล่มทลาย แต่ต้องบอกว่ารถไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของชาวอเมริกันในวงกว้างนัก

ด้วยการที่ HUMMER เป็นรถที่มีคาแร็กเตอร์ความเป็น ‘อเมริกัน’ ในตัวสูงมาก

มันเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักตัวเยอะ ซดน้ำมันดุ ตามแบบฉบับรถอเมริกันขนานแท้ ส่งผลให้รถ ‘ปล่อยไอเสีย’ ออกมาเยอะมากเช่นกัน

 

ด้วยการที่ช่วงกลางยุค 2000 ปัญหาภาวะเรือนกระจกเริ่มรุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มคนที่ตระหนักถึงการรักษ์โลก เริ่มไม่พอใจกับการมีอยู่ของ HUMMER

ไม่เพียงแค่นั้น ด้วยการที่ HUMMER มีต้นกำเนิดมาจากสงคราม ทำให้รถมีภาพลักษณ์ในเชิงลบต่อชาวอเมริกันที่ ‘ต่อต้านสงคราม’ ในช่วงหลังเข้าไปอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อปัจจัยทั้งสองมาผนวกเข้าด้วยกัน ผลลออกมาทำให้ HUMMER กลายเป็นรถที่เกิดกระแสต่อต้านแรงมาก

ถึงขั้นไปจอดที่ไหนก็เสี่ยงที่จะโดน ทุบกระจก ขูดรถ เจาะยาง พ่นสี และเคยร้ายแรงถึงขั้นจุดไฟเผารถกันเลย

 

 

แค่นั้นยังไม่พอ การที่สหรัฐฯ ประกาศสงครามกับอิรักอีกครั้งทำให้เกิดวิกฤติราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ใช้รถที่ซดน้ำมันดุแบบ HUMMER ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเต็มๆ มันจึงกลายเป็นรถที่ไม่น่าเป็นเจ้าของมากขึ้นไปอีก สำหรับชาวอเมริกันชนชั้นกลางที่ไม่ได้มีเงินเติมน้ำมันเหลือเฟือ

กลายเป็นเหมือนเรื่องตลกร้าย รถที่ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นมาได้เพราะสงคราม กลับถูกเล่นงานให้ตกต่ำลงจากอีกหนึ่งสงคราม

ผลสุดท้าย ในปี 2009 เมื่อ General Motors ที่กำลังประสบปัญหาอยู่เช่นเดียวกัน ได้ประกาศล้มละลายและประกาศว่า HUMMER คือหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกปิดตัวลงร่วมกับ Saturn, Pontiac และ SAAB

 

(เพิ่มเติม: ก่อนจะปิดตัว มีข่าวแว่วมาว่า HUMMER จะถูกขายไปให้กับเครือ Sichuan Tengzhong จากจีน แต่การเจรจาไม่ลงตัว)

 

 

การเกิดใหม่

หลังหายไปหนึ่งทศวรรษ ล่าสุด General Motors ได้ออกมาประกาศแล้วว่า HUMMER จะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เป็น “รถกระบะไฟฟ้า” ในชื่อ GMC Hummer EV

ซึ่งเบื้องหลังการกลับมานี้ คงหนีไม่พ้นการที่ GM ต้องการจะร่วมวงตลาดรถกระบะไฟฟ้า ตามรอยคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Ford รวมถึงตัวอันตรายอย่าง Tesla และสตาร์ทอัพหน้าใหม่อย่าง Rivian

ในทีเซอร์ที่ปล่อยมา เผยว่ารถจะแรงถึง 1,000 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 15,574 นิวตันเมตร และทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ (0-96 กม./ชม.) ได้ภายใน 3 วินาที!!

และการกลับมาครั้งนี้ GM มั่นใจว่าปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ของรถฆ่าสิ่งแวดล้อมจะไม่ตามมาหลอกหลอนอีกต่อไป

 

แต่ HUMMER จะสามารถกลับมารุ่งเรืองอย่างในอดีตหรือไม่ เราจะได้รู้กันเมื่อรถเปิดตัวออกมา ซึ่งตามกำหนดการณ์นั้นคือวันที่ 20 พฤษภาคม 2020 และมีแผนจะส่งมอบรถในปี 2021 ที่จะถึงนี้ครับ…

อีกไม่นานเราคงได้รู้กันครับ…

 

 

แหล่งอ้างอิง: autocar, vox, businessinsider

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...