“ระบบไฮบริด” คืออะไร!? คุณอาจจะไม่เชื่อว่ามันเกิดมา 120 ปีแล้ว และยังคงก้าวล้ำในปัจจุบัน

ถึงแม้รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นกระแสใหม่แห่งวงการยานยนต์ในปัจจุบัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันค่อนข้างไกลตัวคนไทยอยู่พอสมควร

แต่ถึงอย่างนั้น รถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่ใช่ทางเลือกเดียวของคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เพราะยังมีอีกทางเลือกให้คนที่รักษ์โลก แถมมันยังใกล้ตัวคนไทยมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

นั่นก็คือ “รถยนต์ไฮบริด” ที่หลายค่ายใส่มาเป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้ ได้เลือกซื้อมาใช้งานกัน

รถยนต์พลังไฮบริดน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์หลายคนในประเทศไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะไม่รู้จักระบบนี้อย่างลงลึกมากนัก

วันนี้ MagCarZine.com จึงอยากพาทุกท่านไปรู้จักระบบดังกล่าวกันให้มากยิ่งขึ้นครับ…

 

รถยนต์ไฮบริดคืออะไรและทำงานอย่างไร?

คำว่า “ไฮบริด” แปลว่าลูกผสม ซึ่งระบบของมันก็ตรงตัวตามชื่อแห่งความ ‘ผสม’ นั่นก็คือระบบที่มีการติดตั้ง “มอเตอร์ไฟฟ้า” เข้ามาทำงานร่วมกับเครื่องยนต์นั่นเอง

ทำให้โดยหลักการแล้ว รถยนต์ไฮบริดก็จัดว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน แต่เป็นเพียงลูกครึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มๆ

แล้วการทำงานของระบบไฮบริดเป็นอย่างไร ต้องดูภาพนี้ประกอบก่อนครับ

 

รูปภาพจาก สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand)

 

จากภาพด้านบน จะเห็นว่ารถยนต์ไฮบริดนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

Hybrid Electric Vehicle (HEV) – รถยนต์ไฮบริดที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในตลาดรถเมืองไทยปัจจุบัน ตัวรถนั้นยังคงต้องเติมน้ำมันขับเหมือนเคย

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ รถสามารถดึงพลังงานไฟฟ้าเข้ามาทำงานในบางโอกาสตามที่ผู้ผลิตได้วางโปรแกรมเอาไว้ อย่างเช่นตอนที่รถออกตัว หรือขับขี่ในความเร็วคงที่

นั่นทำให้เครื่องยนต์หลักทำงานน้อยลง รถมีความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น รวมถึงปล่อยก๊าซไอเสียออกมาน้อยลงกว่ารถยนต์ธรรมดาอีกด้วย

 

การทำงานของระบบ Hybrid ในรถ Toyota

 

ส่วนรถยนต์ไฮบริดอีกประเภทคือ

Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) – เรียกได้ว่ามันเป็นรถยนต์ลูกครึ่งเครื่องยนต์-ไฟฟ้า ที่มีความเป็นรถไฟฟ้ามากกว่าแบบไฮบริดธรรมดา

โดยตัวรถนั้นจะติดตั้งแบตเตอรี่ที่ใหญ่มากขึ้น และสามารถรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าจากภายนอกได้ด้วยการเสียบปลั๊ก

หากชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้รถประเภทนี้ประหยัดน้ำมันได้มากเพราะตัวรถสามารถสลับวิ่งได้ระหว่างระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์

ด้วยเหตุนี้ ยังทำให้รถยนต์ประเภทนี้ปล่อยไอเสียออกมาน้อยยิ่งกว่ารถยนต์ไฮบริด มีความใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม (แต่ก็ยังไม่เท่ารถยนต์ไฟฟ้า 100%)

 

รูปภาพเปรียบเทียบรถยนต์แบบต่างๆ

 

ที่มาของยานยนต์ไฮบริด

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าระบบไฮบริดนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร มนุษย์ถึงได้คิดค้นมันขึ้นมา วันนี้เราจะพาไปไขคำตอบนั้นกัน…

คุณอาจจะไม่เชื่อว่ายานยนต์ไฮบริด เกิดขึ้นมาเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว

ถ้านับตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์กันจริงๆ ยานยนต์ไฮบริดคันแรกนั้นที่จริงแล้วเกิดมาตั้งแต่ปี 1899 โดย Ferdinand Porsche (ผู้ก่อตั้ง Porsche) ในชื่อ Lohner-Porsche

นั่นคือรถที่ใช้การทำงานในหลักการ “ไฮบริด” ได้เป็นคันแรกของโลก

ก่อนที่ต่อมาในปี 1904 Henry Ford จะทำการผลิตรถยนต์พลังงานน้ำมันออกมาจำหน่ายได้ในราคาที่ถูก ก็ทำให้ตลาดรถยนต์ไฮบริดนั้นพังทลาย จนถึงขั้นล่มสลายไปในทันที

ด้วยความที่ราคาของตัวรถนั้นสูงลิบ บวกกับที่ยุคนั้นก็ยังไม่มีปัญหามลพิษเหมือนตอนนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าระบบไฮบริดเกิดขึ้นมาเร็วเกินไปนั่นเอง

 

Lohner-Porsche รถยนต์ไฮบริดคันแรกของโลก

.

 

เวลาผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ ในที่สุดอะไรๆ ก็เป็นใจมากขึ้น

ในช่วงปี 1960 สหรัฐฯ จัดการประชุมเพื่อออกกฎหมายกระตุ้นให้ภาคเอกเช่นผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาเพื่อลดมลภาวะ

แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากเท่าไหร่นัก เพราะในยุคนั้น เรื่องของมลภาวะและราคาน้ำมันแพง มันเป็นเรื่องส่วนน้อยในสังคม

ใครจะไปแคร์ล่ะจริงไหม!?

จนกระทั่งเกิดวิกฤตน้ำมันขึ้นในปี 1973 ที่ทำให้น้ำมันทั่วโลกขาดแคลนและราคาพุ่งสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม 70%

วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้โลกเริ่มตระหนักได้แล้วว่าไม่สามารถพึ่งพาน้ำมันได้ตลอดไป

ผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้าจึงเริ่มทุ่มเงินหลายพันล้านในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งรถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมา

จนกระทั่งในปี 1997 รถยนต์ไฮบริดที่มาพลิกโฉมวงการก็ถูกปล่อยออกมาในชื่อ Toyota Prius

 

Toyota Prius เจเนอเรชั่นแรก

 

ก่อนหน้านี้มีหลายค่ายที่พยายามจะมาพลิกโฉมวงการด้วยรถยนต์พลังไฟฟ้า แต่ทุกค่ายก็แป้กสนิทไปตามๆ กัน

เพราะประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ไฟฟ้าตอนนั้นยังไม่สามารถเทียบกับรถยนต์ธรรมดาได้ เรียกได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นเร็วไปเช่นเดียวกับครั้งที่รถยนต์ไฮบริดได้เกิดขึ้นมาเมื่อปี 1899 ก็ว่าได้

แต่เมื่อ Toyota Prius ที่เป็นรถไฮบริดถูกปล่อยออกมา มันได้เข้ามาพลิกโฉมวงการรถยนต์อย่างสิ้นเชิง

เพราะระบบไฮบริดนั้นดูจะเหมาะสมกับตลาดในตอนนั้นมากกว่า ด้วยการที่มันยังคงใช้เครื่องยนต์น้ำมันอยู่ทำให้ประสิทธิภาพรถไม่ได้ด้อยไปกว่ารถอื่นในตลาดมากนัก แถมยังพิเศษกว่าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า

หลังจากนั้น Prius ก็ถูกวางขายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ได้สัมผัส Prius เป็นครั้งแรกในปี 2010

Prius กลายเป็นสัญลักษณ์ที่เมื่อคนนึกถึงรถยนต์ไฮบริด ก็จะต้องนึกถึง Prius เป็นอันดับแรก

ส่วน Toyota ก็กลายเป็นผู้นำด้านระบบไฮบริดที่อีกหลายค่ายต้องก้าวตาม

 

Toyota กลายเป็นผู้นำในด้านยานยนต์ไฮบริดเพราะประสบความสำเร็จเป็นเจ้าแรก

 

ทางเลือกของคนรักษ์โลกในประเทศไทย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น รถยนต์ไฟฟ้านั้นเคยออกมาก่อนกาล แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะถึงเวลาแล้วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตสุดๆ

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้านั้นเข้าถึงเพียงแค่ไม่กี่ประเทศ อย่างเช่น อเมริกา, จีน และนอร์เวย์ เป็นต้น

ด้วยความจริงที่ต้องยอมรับว่า รถยนต์ไฟฟ้า ยังไม่สามารถเข้าถึงตลาดในหลายๆ ประเทศในโลกได้ ซึ่งประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น

ทำให้รถยนต์ไฮบริด ดูจะเป็นทางเลือกที่จับต้องได้ง่ายกับผู้ใช้รถที่มีใจในรักสิ่งแวดล้อมในไทย มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า

ยกตัวอย่างให้เห็นกันชัดๆ คือ Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้า 100% มีราคา 1,990,000 บาท

ซึ่งเงินจำนวนนี้คุณสามารถไปถอย Accord คือ Camry ตัวท็อป แถมยังประหยัดกว่าถึง 2 แสนบาท

ไม่เพียงแค่นั้น หากเมื่อพูดถึงตลาดโลก รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะบูมขึ้นมาก็จริง แต่ก็ยังมีคนที่มีใจรักในเครื่องยนต์ดั้งเดิม แต่ก็มีความรักษ์โลกควบคู่ไปด้วย รถยนต์ไฮบริดจึงตอบโจทย์พวกเขามากกว่า

 

2019 Honda Accord Hybrid

Urban roads and traffic; Shutterstock ID 1231415056; Purchase Order: –

 

ระบบไฮบริดกำลังส่งอิทธิพลต่อวงการซูเปอร์คาร์

มาจนถึงตอนนี้ ผู้อ่านคงรู้จักระบบไฮบริดกันไปเยอะแล้ว ซึ่งส่วนมากมันจะถูกติดตั้งในรถระดับที่ใช้งานทั่วไป

จนกระทั่ง เกิดจุดเปลี่ยนขึ้นในปี 2011 เมื่อ BMW ได้ทำการเรียกเสียงฮือฮาด้วยการปล่อยคอนเซปต์รถ “ซูเปอร์คาร์ขุมพลังไฮบริด” ออกมาในงาน Frankfurt Motor Show

ปรากฏว่าเมื่อพลังงานไฟฟ้าถูกติดตั้งเข้ามาช่วยเสริมกำลังให้เครื่องยนต์ที่แรงจัดอยู่แล้วของซูเปอร์คาร์ เกิดเป็นความลงตัวขึ้นมา

นับตั้งแต่นั้นค่ายซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari, Porsche และ McLaren ก็เดินตามรอย BMW โดยการพัฒนาไฮบริด ซูเปอร์คาร์ของตัวเองขึ้นมา

ทำให้ระบบไฮบริดจะกลายเป็นบทบาทสำคัญในวงการซูเปอร์คาร์ต่อจากนี้อย่างแน่นอนครับ…

 

BMW i8 รถที่นำเทรนด์ไฮบริดมาสู่ซูเปอร์คาร์

 

McLaren P1 ไฮบริดซูเปอร์คาร์จากค่ายสัญชาติอังกฤษ

 

Ferrari SF90 ไฮบริดซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายม้าลำพอง

 

และนี่ก็เป็นข้อมูลเชิงลึกของระบบไฮบริด ที่คาดว่าจะมีบทบาทอยู่ในวงการยานยนต์ทั่วโลกไปอีกหลายสิบปี ทางเราหวังว่าผู้อ่านความรู้เพิ่มเติมไปไม่มากก็น้อย

ถ้าหากถูกใจ ต้องการติชม หรือต้องการอ่านบทความเจาะลึกยานยนต์ในด้านใด ผู้อ่านสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นบนแฟนเพจ MagCarZine ทั้งบนหน้าเว็บไซต์และเฟซบุ๊กได้เลยครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนจบครับ…

 

เรียบเรียง: จิตริน พฤกษางกูร

ที่มา: carsdirect, toyota, drivetribe

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...