การตั้งชื่อของผลิตภัณฑ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ผู้ผลิตควรคำนึงถึง ไม่แพ้การออกแบบ หรือประโยชน์ในการใช้งานของสินค้าชิ้นนั้น

แต่บางครั้งการตั้งชื่อที่กำกวม หรือไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ 100% มันอาจจะทำให้เกิดกรณีที่ลูกค้ารับรู้และเข้าใจผิดไปได้

ล่าสุดสื่อต่างประเทศรายงานผลการสำรวจชิ้นหนึ่ง ที่ช่วยยืนยันว่า “การตั้งชื่อ” นั้นมีผลต่อ “การรับรู้ของผู้บริโภค” มากแค่ไหน

โดยใจความสำคัญของผลสำรวจชิ้นนี้ระบุว่า การตั้งชื่อของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ มีผลต่อความไว้ใจของผู้ขับขี่ และอาจมากจนเกินไป จนทำให้พวกเขาคาดหวังความสามารถของมันเกินกว่าที่ควรจะเป็น!!

 

 

ผลการสำรวจชิ้นนี้เป็นของ Insurance Institute for Highway Safety สถาบันประกันภัยความปลอดภัยบนทางหลวง จากสหรัฐอเมริกา หรือ IIHS

โดยได้ทำการสอบถามผู้ใช้รถกว่า 2,000 คน เกี่ยวกับระบบไร้คนขับระดับ 2 จากค่ายรถหลายค่ายไม่ว่าจะเป็น

– Autopilot ของ Tesla

– Traffic Jam Assist ของ Audi กับ Acura

– Super Cruise ของ Cadillac

– Driving Assistant Plus ของ BMW

– ProPilot Assist ของ Nissan

 

 

เว็บไซต์ IIHS ระบุว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีระบบใดในรายชื่อเหล่านี้ ที่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในเลน และรักษาความเร็วได้เองได้ โดยไม่ต้องมีคนขับคอยควบคุมแบบสมบูรณ์

แต่ในการสำรวจครั้งนี้กลับพบว่า กว่า 48% เชื่อว่าระบบ Autopilot ของ Tesla มีความปลอดภัย และสามารถปล่อยมือขับขณะขับได้

ในขณะที่ 6% ถึงขั้นเชื่อว่าปลอดภัยพอที่จะนอนหลับขณะใช้โหมด  Autopilot แล้วปล่อยให้รถขับเคลื่อนไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

ส่วนระบบ Traffic Jam Assist  ดูเหมือนชื่อนี้จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าน้อยที่สุด ในบรรดาทั้ง 5 ชื่อ

 

กราฟแสดงข้อมูลผลสำรวจครั้งนี้

 

นอกจากนี้ IIHS ยังได้สำรวจความเข้าใจเกียวกับสัญลักษณ์ต่างๆ ของระบบไร้คนขับระดับ 2 ของรถ Mercedes-Benz E-Class ปี 2017 ที่ใช้ชื่อว่า Driver Pilot 

ซึ่งระบบนี้ มีการทำงาน 2 รูปแบบก็คือ ระบบควบคุมความเร็ว กับระบบป้องกันรถออกนอกเลนติดมาให้

โดยพบว่าผู้ใช้งานส่วนมากรู้ว่าระบบทั้ง 2 นี้ช่วยอะไรได้บ้าง แต่ไม่เข้าใจการทำงานของมัน

ส่วนผู้ใช้บางกลุ่มไม่ทราบว่าระบบเหล่านี้ยังทำงานอยู่หรือไม่ และไม่ทราบว่าสัญลักษณ์แสดงผลที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้ง 2 นี้มีความหมายว่าอย่างไร

 

 

สรุป…

จากงานวิจัยนี้ พวกเขามองว่าการที่ตั้งชื่อระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติต่างชื่อกัน ก็ย่อมส่งผลให้ผู้ใช้มีความ “ไว้วางใจ” ต่อระบบนั้นไม่เท่ากันอีกด้วย แม้ว่าความจริงแล้วพวกมันจะทำงานได้ใกล้เคียงกันก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เราทราบว่า ผู้ใช้รถบางกลุ่มนั้นไม่ค่อยได้สนใจฟังก์ชันพิเศษของรถตนเองมากนัก

หรือบางกลุ่มก็อาจจะถึงขั้นไม่ทราบเลยว่า ระบบพิเศษที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถ ใช้งานอย่างไร แสดงผลตรงไหน ซึ่งตรงจุดนี้อาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ควรให้ความสำคัญมากขึ้น

โดยเฉพาะถ้ามันเกี่ยวข้องกับ “ความปลอดภัย” หรือ “ชีวิตของลูกค้า” โดยตรงนั่นเอง

 

ที่มา engadget

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!