เมื่อรถไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ ไขข้อสงสัย เหตุใดคนญี่ปุ่นจึงเช่ารถไปจอดไว้เฉยๆ!?

ญี่ปุ่นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของระบบขนส่งสาธารณะ ที่ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องที่สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบการเดินทางด้วยราง หรือรถไฟนั่นเอง

นอกจากระบบรางอันขึ้นชื่ออย่างรถไฟชิงกันเซนแล้ว คุณผู้อ่านทราบกันหรือไม่ครับว่า ธุรกิจการให้เช่ารถยนต์แบบคาร์แชร์ริ่ง ก็กำลังเติบโตอย่างมากด้วยเช่นกัน

สงสัยแล้วสินะครับ ว่าคาร์แชร์ริ่งที่เราจะพูดถึงอยู่นี้คืออะไร!?

และคำกล่าวที่ว่า “เป็นมากกว่ายานพาหนะ” หรือ “ซื้อรถมาจอดเฉยๆ” ฟังดูงงๆไหม?? แล้วคนญี่ปุ่นทำไปทำไม!? เชิญร่วมหาคำตอบได้ในบทความพิเศษชิ้นนี้จาก  Magcarzine.com ได้เลยครับ….

 

 

คาร์แชร์ริ่งคืออะไร

คาร์แชร์ริ่งคือบริการให้เช่ารถรูปแบบหนึ่ง ที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถเช่ารถในระยะเวลาสั้นๆ ได้ เริ่มขั้นต่ำก็คือ 15 นาที จนไปถึงการเช่าเป็นวันๆ

ผู้ใช้งานที่ทำการลงทะเบียนกับบริษัทคาร์แชร์ริ่ง สามารถใช้รถที่จอดไว้ตามจุดบริการต่างๆ ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้กับที่พักอาศัย สถานีรถไฟ หรือสามารถค้นหาพื้นที่จอดรถผ่านแอพพลิเคชั่น

และเมื่อต้องการใช้รถ ก็สามารถใช้บัตรสมาชิก หรือสมาร์ทโฟนแทนกุญแจรถได้

พอใช้เสร็จก็เอาไปจอดในจุดจอดที่ใกล้กับปลายทาง คืนรถเข้าสู่ระบบ ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว

นึกภาพง่ายๆ ก็เหมือนกับบริการเช่ารถจักรยานที่มีในบ้านเรา แต่กรณีนี้เปลี่ยนเป็นรถยนต์แทนนั่นเอง

 

 

จุดเด่นของรถเช่าแบบคาร์แชร์ริ่งคือ ความสะดวกในการใช้งาน ที่ทำให้สมาชิกสามารถใช้รถเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องทำการจองล่วงหน้าเหมือนกับการเช่ารถแบบเดิม แถมยังเปิดให้บริการตลอด 24 อีกด้วย

จากข้อมูลของมูลนิธิเพื่อการคมนาคมส่วนบุคคลและการขนส่งเพื่อสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นระบุว่า

ในปีล่าสุด มีผู้สมัครใช่บริการบริษัทคาร์แชร์ริ่งในประเทศญี่ปุ่นถึง 1,320,000 ราย ซึ่งเพิ่มมากถึง 5 เท่าในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

 

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงแค่ความสะดวกสบายเท่านั้น ที่ทำให้คาร์แชร์ริ่งกลายเป็นบริการยอดนิยมในญี่ปุ่น แต่สภาพสังคมของที่นี่ก็ยังมีส่วนด้วยเช่นกัน…

 

คนรุ่นใหม่กับคาร์แชร์ริ่ง

จากการรายงานของสื่อต่างประเทศ คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ ไม่ให้ความสนใจกับการเป็นเจ้าของรถยนต์เหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากมีเรื่องของค่าใช้จ่ายมาเป็นประเด็นสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จอดรถ ที่ทั้งหายากและมีราคาแพง (เราต่างก็รู้ว่าที่ในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นค่าที่ดินแพงมาก)

ไหนจะค่าน้ำมัน รวมไปถึงค่าประกันรายปี และค่าบำรุงรักษาที่จะต้องเป็นภาระเพิ่มอีกด้วย

นอกจากนี้พวกเขายังมองว่า รถยนต์ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมากนัก เนื่องจากมีรถสาธารณะอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทางไปทำงาน หรือเรียนอยู่แล้ว และโอกาสที่จะได้ขับรถยนต์ส่วนมากจะเป็นเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น

ซึ่งบริการคาร์แชร์ริ่งเองก็เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่หากอยากใช้เมื่อไหร่ก็ค่อยเช่าก็ได้นั่นเอง

 

 

ไม่เพียงเท่านั้น ค่าบริการของการเช่ารถแบบนี้ยังถือว่าถูกมากๆ อีกด้วย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะเริ่มต้นที่ 200 เยน(ประมาณ 56 บาท) ต่อ 15 นาที หรือประมาณ 230 บาทต่อชั่วโมง

หากลองนึกภาพตามดูแล้ว การให้บริการแบบนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ชีวิตในเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยสำหรับการใช้รถส่วนตัวได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริการเช่ารถแบบคาร์แชร์ริ่งจะได้รับความนิยมอย่างมาก ทางผู้ให้บริการหลายรายกลับพบว่า รถของพวกเขานั้นไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อการเดินทางแบบที่มันควรจะเป็น

แต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นแทน!!

 

บริษัทคาร์แชร์ริ่งงง รถมีคนเช่า แต่เลขไมล์ไม่ขยับ!?

Orix Auto Corp หนึ่งในผู้ให้บริการคาร์แชร์ริ่งในญี่ปุ่น ที่มีสมาชิกมากกว่า 230,000 ราย เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลในปี 2018 ที่ผ่านมา พบรถบางคันของพวกเขาถูกเช่าจริง แต่ทว่ามันกลับไม่เคยถูกขับไปไหนเลย

ข้อมูลดังกล่าวมาจากการตรวจสอบเลขไมล์ของรถที่ทาง Orix Auto นำมาให้บริการ พบว่ารถที่ปล่อยเช่าหลายคันมีเลขไมล์น้อยกว่าความเป็นจริง

“เราไม่ทราบได้แน่ชัดว่าพวกเขานำรถของเราไปใช้อะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้คือ ข้อมูลกำลังบอกเราว่า พวกเขาเช่ารถจริง แต่ไม่ได้ขับมันเลย” เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของ Orix Auto ให้สัมภาษณ์

 

 

เรื่องราวอันน่าสงสัยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงกับ Orix Auto Corp บริษัทเดียวเท่านั้น

แต่ทางบริษัท Times24 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสมาชิกมากกว่า 1.2 ล้านรายเองก็ด้วยเช่นกัน

และด้วยเหตุนี้เองทาง Times24 จึงทำการสำรวจจากผู้ใช้งาน เพื่อหาคำตอบของปริศนาครั้งนี้ และพบว่ารถของพวกเขาได้กลายเป็นมากกว่ายานพาหนะไปเสียแล้ว…

 

 

เมื่อรถเช่าเป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ห้องซ้อมร้องเพลงแร็พ จนถึงที่ชาร์จแบตมือถือ

จากผลสำรวจของ Times24 พบว่าผู้ใช้งานบางคนใช้รถเช่าของพวกเขาเพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น งีบหลับ ใช้เป็นที่ทำงาน หรือหากล็อกเกอร์สาธารณะเต็ม พวกเขาก็ควักกระเป๋าเช่ารถ เพื่อใช้เก็บของระหว่างวันกันเลยทีเดียว

และนอกจากนี้ ย้อนไปเมื่อปี 2011 ตอนที่เกิดสินามิครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น รถเช่าเหล่านี้ยังถูกใช้เป็นที่สำหรับติดเครื่องยนต์ เพื่อชาร์จแบตโทรศัพท์ในยามไฟฟ้าดับอีกด้วย

 

asahi

 

พนักงานบริษัทวัย 31 ปีรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าง Asahi ว่า เขาใช้รถของบริษัทคาร์แชร์ริ่งเป็นที่กินข้าวเที่ยงบ้าง ใช้งีบหลับบ้าง เนื่องจากค่าเช่ารถนั้นมีราคาถูกพอๆ กับร้านเน็ตคาเฟ่อีกต่างหาก

“ผมเช่ารถสำหรับใช้เป็นที่กินข้าวเที่ยงที่ซื้อมาจากซูปเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากหาที่กินไม่ได้ และโดยส่วนมากสถานที่ที่ผมมักจะใช้งีบหลับตอนที่ออกมาพบลูกค้าในเมือง ก็คือร้านเน็ตคาเฟ่

แต่การเช่ารถเพื่องีบมันก็ราคาพอๆ กัน แค่ไม่กี่ร้อยเยนเท่านั้นเอง (50-100 บาท)” 

 

 

ด้วยราคาที่ถูก (ประมาณ 100 บาทต่อครึ่งชั่วโมง) และจุดให้บริการที่มากกว่า 12,000 จุดทั่วญี่ปุ่น จึงทำให้รถเช่าเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมาก

แต่ทว่ามันกำลังมีแนวโน้มที่จะถูกใช้งานผิดจุดประสงค์มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน

ผลการสำรวจจากบริษัท NTT Docomo ผู้ให้บริการคาร์แชร์ริ่งรายหนึ่ง ได้ทำการสำรวจในกลุ่มลูกค้า 400 คนเมื่อปี 2018

และพวกเขาพบว่า 1 ใน 8 ของลูกค้า จะมีการเช่ารถเพื่อจุดประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเดินทาง

โดยการใช้ผิดจุดประสงค์ที่พบมากสุดคือ การใช้เป็นที่งีบหลับ

รองลงมาคือใช้เป็นที่คุยโทรศัพท์กับเพื่อน ครอบครัว หรือติดต่องาน

 

นอกจากนี้ NTT Docomo ยังพบการใช้รถเช่าทำเรื่องแปลกๆ อย่างอื่นอีกเช่น

– ใช้เป็นที่สำหรับดูทีวี

– ใช่เปลี่ยนชุดในงานฮาโลวีน

– ฝึกพูดภาษาอังกฤษ และร้องเพลงแร็พ

– หรือแม้แต่ใช้นวดหน้าก็มี

ซึ่งโดยสรุปแล้ว NTT Docomo มองว่าผู้ใช้งานส่วนมากมีความรู้สึกว่าพื้นที่ในรถนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัว จึงทำให้มันถูกใช้เพื่อจุดประสงค์แปลกๆ เหล่านี้

 

 

เมื่อเริ่มต้นนั้น บริการคาร์แชร์ริ่งถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลงไป

และปัญหาใหญ่ที่ผู้ให้บริการหลายรายกำลังเจอก็คือ การขาดรายได้จากพฤติกรรมเหล่านี้ เนื่องจากยิ่งเช่านาน ยิ่งขับไปไกล ยิ่งมีรายได้มากขึ้น

แต่พอลูกค้าใช้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แม้จะไม่ผิดกฎข้อใดก็ตาม ย่อมทำให้พวกเขาคาดหวังรายได้จากการปล่อยเช่าระยะยาวได้น้อยลงเช่นกัน

 

สิ่งนี้ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่น ทั้งการใช้รถยนต์เช่าเพื่อนั่งกินข้าวคนเดียวในรถ ใช้งีบหลับระหว่างวัน หรือกระทั่งแต่งหน้าเสริมสวย

มันแสดงให้เห็นถึง “โลกส่วนตัว” อันเป็นที่ขึ้นชื่อของชาวแดนอาทิตย์อุทัย และวัฒนธรรมดังกล่าว ก็สะท้อนออกมาผ่านพฤติกรรมการเช่ารถไปใช้ในกิจกรรมเหล่านี้ ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว…

 

 

ที่มา asahi, origami-book, japanfs

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!