หากพูดถึงการแข่งขันดริฟท์รถ โลเคชั่นที่หลายคนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้นมหานครโตเกียว เพราะอิทธิพลจากหนังเรื่อง The Fast and the Furious: Tokyo Drift ก็เป็นได้

 

หญิงสาวคนนี้มีนามว่า Kisaragi Awano เธอเป็นหนึ่งในนักแข่ง D1 Lights Grand Prix ลีกการแข่งขันรถดริฟท์ของประเทศญี่ปุ่น

แต่ที่พิเศษกว่านั้นเธอไม่ใช่นักขับธรรมดา แต่เป็นนักขับสาวที่ถูกตั้งฉายาว่า “Tokyo Drift Queen” เลยทีเดียว

แต่เธอมีที่มาอย่างไร ถึงได้กลายมาเป็นนักแข่งในกีฬาที่มีผู้หญิงน้อยคนเลือกจะเหยียบเข้ามา? มาติดตามเรื่องราวของเธอกันได้เลยครับ…

 

 

Kisaragi เผยจุดเริ่มต้นในการมาเป็นนักแข่งว่า เธอเริ่มหลงไหลเรื่องรถเมื่อตอนมัธยมต้น เมื่อมีโอกาสได้ดูการแข่งขัน Formula 1 จากนั้นเธอมีความฝันว่าอยากจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์

หลังจากเรียนจบมัธยมปลายความคิดว่าอยากเป็น Race Queen (พริตตี้ของทีมแข่งรถ) จึงเข้ามาในหัว และเธอก็ไปออดิชั่นจนได้ทำงานดังกล่าวสมใจ

 

และเมื่อได้ทำงานใกล้ชิดกับวงการยานยนต์ ทำให้เธอเริ่มรู้ว่ามีการแข่งขันรถหลายชนิดในวงการ หนึ่งในนั้นคือ D1 Grand Prix หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการแข่งขันดริฟท์ของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

เดิมที ความคิดที่จะไปเป็นนักแข่งยังไม่ได้อยู่ในหัวของเธอ  เธอแค่ชอบดูการแข่งขันดริฟท์มาก และไปดูแข่งทุกครั้งไม่เคยพลาด

และเมื่อเธอไปดูบ่อยทำให้นักแข่ง D1 เริ่มจำเธอได้และทักว่า “เฮ้ ฉันเคยเห็นคุณมาก่อนนี่”

จากนั้นเธอก็มีโอกาสได้คลุกคลีกับนักแข่ง D1 มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอเริ่มมีความคิดขึ้นมาว่า

จากที่เป็นพริตตี้เฉยๆ มันเริ่มน่าเบื่อ จึงอยากที่จะลองลงไปดริฟท์ในสนามบ้าง!!

 

 

โดยปกติแล้วการจะเข้าแข่งขัน D1 Grand Prix ได้ จะต้องเริ่มจากระดับต่ำสุดที่ต่ำกว่า D1 ลงมา 4 ซีรีส์

ผู้เข้าร่วมจะต้องมีรถ ถุงมือ และหมวกกันน็อคเป็นของตัวเอง ในการลงแข่ง และการจะขึ้นไป D1 ได้ก็ต้องคว้าชัยชนะและไต่ลำดับขึ้นไปเรื่อยๆ

แต่สำหรับ Kisaragi เธอต้องเริ่มจากซีรีส์ที่มีแต่นักขับผู้หญิง

จนปัจจุบันเธอได้ขึ้นมาอยู่ในระดับ D1 Lights Series ซึ่งเป็นซีรีส์ต่ำกว่า D1 แค่ระดับเดียว และมีนักขับทั้งหญิงและชายแข่งขันกันโดยไม่จำกัดเพศ

และเมื่อเธอไต่ขึ้นมาถึง D1 Lights Series  เธอก็ได้รับใบอนุญาติว่าเป็นนักแข่งขันมืออาชีพอย่างเต็มตัว

 

 

เธอเสริมว่าปกติแล้วในการแข่งขันดริฟท์นิยมใช้รถสปอร์ต 2 ประตูคันเล็กๆ และช่วงล่างเตี้ย อย่างเช่น Nissan Silvia หรือ Nissan 180SX

แต่รถที่ Kisaragi เลือกเป็นรถคู่ใจนั้นคือ Toyota Cresta ที่เป็นรถซีดาน 4 ประตู ที่ถูกปรับแต่งมาสำหรับแข่งขันดริฟท์

เธอไม่ได้เผยเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกใช้รถรุ่นนี้ แต่เธอปรับแต่งรถของเธอหลายจุด

เช่น บริเวณเบาะหลังที่ถูกนำออกไปหมดเลยเพื่อให้รถเบาที่สุดเพื่อการดริฟท์ที่ลื่นไหล เทียบเท่ากับรถ 2 ประตู

นอกจากนี้ เธอเผยว่าผู้หญิงนั้นมีกำลังไม่เท่าผู้ชาย ทำให้แขนของเธอล้าเวลาที่ต้องบังคับเบรกมือ

เธอจึงติดตั้งระบบเบรกไฮโดรลิกในรถของเธอ เพราะมันช่วยให้ลดแรงในการดึงเบรกมากขึ้น

ส่วนด้านหลังของรถนั้นก็ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เพราะเธอต้องทำรถให้เบาที่สุดเพื่อการดริฟท์ที่ลื่นไหล

 

Toyota Cresta ของ Kisaragi

 

Kisaragi กล่าวว่าด้วยความที่มีนักแข่งหญิงระดับมืออาชีพน้อยในวงการ คนดูมักจะแปลกใจเสมอเมื่อรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง หลังจากเห็นเธอดริฟท์เสร็จ แล้วลงจากรถมา

และด้วยการที่เป็นผู้หญิงในกีฬาที่ผู้ชายเป็นใหญ่แบบนี้ เธอเคยถูกดูถูกอยู่บ้างในช่วงแรกที่เป็นนักแข่ง

นักแข่งหญิงนั้นมักจะออกจากวงการไปเมื่อแต่งงานหรือท้อง เธอจึงถูกถามว่า “เธอก็คงอยู่ไม่นานนักหรอก” หรือ “อ้าว นี่ยังแข่งอยู่อีกหรือ?”

แต่เธอกล่าวว่าเธอคุ้นชินกับคำเหล่านั้นแล้ว และปัจจุบันก็เริ่มเป็นที่ยอมรับและไม่ถูกดูถูกแบบนั้นอีกแล้ว

เธอกล่าวปิดท้ายว่า…

แม้จะโดนดูถูกมาตั้งแต่แรก แม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการฝึก แม้จะไม่ใช่งานที่ได้แต่งตัวสวยๆ อย่างเดิม แต่เธอไม่เคยเสียใจเลยสักนิดที่ได้มาเป็นนักแข่งดริฟท์มืออาชีพในทุกวันนี้

 

 

สำหรับใครที่อยากติดตามผลงานของเธอก็สามารถเข้าไปตามเพจการแข่งขัน D1 Lights Series เอาไว้ได้เลยครับ

ส่วนใครที่อยากติดตามโซเชียลมีเดียส่วนตัวของเธอก็มีให้ครบทุกช่องทางทั้ง Facebook: 粟野如月 / Kisaragi Awano, Instagram: kisa_awn และ Twitter: kisaragi_awano ให้เข้าไปติดตามกันได้เลยครับ

 

ที่มา: Asian Boss, 粟野如月 / Kisaragi Awankisa_awn, kisaragi_awano

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...