หากพูดถึงรถอย่าง Mitsubishi Lancer คุณจะนึกถึงอะไร?

เชื่อว่าหลายคนที่ผ่านความรุ่งเรืองของรถรุ่นนี้มาในยุค 90s ไปจนถึงยุค 2000s จะต้องนึกถึงรถเก๋งซีดานที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว

แต่ถ้าหากย้อนกลับไปในอดีตช่วงยุค 70s – 80s นั้น Lancer ถูกสร้างขึ้นมาโดยจุดประสงค์ก็คือเป็นรถบ้าน คันเล็ก ประหยัดน้ำมัน

หรือให้สรุปก็คือ เป็นรถที่ ‘น่าเบื่อ’ สำหรับรถชอบรถซิ่งในสมัยนั้น

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อ Lancer Evolution ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

และเปลี่ยนภาพลักษณ์ความน่าเบื่อของ Lancer ทิ้งไปหมด จนถูกยกให้เป็น “ราชาแห่งสนามแข่งแรลลี”

Mitsubishi ได้เปลี่ยนรถที่น่าเบื่อให้กลายเป็นสุดยอดรถซิ่งได้อย่างไร วันนี้เราจะพาไปเปิดตำนานของ Lancer Evolution กัน…

 

 

Mitsubishi Lancer นั้นเปิดตัวโฉมแรกสุดออกมาเมื่อปี 1973 และอย่างที่กล่าวไปว่าเดิมทีมันคือรถบ้านธรรมดาๆ คันหนึ่งที่ไม่มีอะไรโดดเด่น

จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงยุค 80s ทางค่ายตราเพชรอยากที่จะพัฒนาภาพลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองให้มากขึ้น จึงตัดสินใจลงแข่งขัน Motorsport และกีฬาที่พวกเขาเลือกลงนั้นก็คือ การแข่งขันรถ Rally

แต่หลายคนอาจสังสัยว่าทำไมต้อง Rally??

ที่ Mitsubishi เลือกพัฒนารถเพื่อกีฬาประเภทนั่นก็เพราะว่า รถที่จะคว้าแชมป์ Rally ได้ มีแค่ความเร็วอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีช่วงล่าง เบรก และระบบอื่นๆ ที่ดีด้วย

และนั่นหมายความว่า “หาก Mitsubishi พัฒนารถเป็นแชมป์ Rally ได้ ก็เท่ากับว่าพวกเขามีรถดีในทุกๆ ด้าน”

เมื่อเป็นเช่นนั้น Mitsubishi Lancer ที่เป็นรถบ้าน จึงถูกจับมาปรับปรุงใหม่และถูกลงสังเวียนแข่ง

ซึ่งผลที่ได้ก็คือ มันพาให้ Mitsubishi ก็กวาดแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง ภาพลักษณ์ของแบรนด์จึงเปลี่ยนไปตามที่พวกเขาหวังเอาไว้ในตอนแรกมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

หลังคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง Mitsubishi จึงอยากจะส่งรถไปแข่งใน Rally Group B ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันที่เร้าใจที่สุดในตอนนั้น

แต่พวกเขาต้องการรถที่ดีกว่าเดิมจึงพัฒนารถแข่งคันใหม่ขึ้นมา โดยนำรถเก๋ง 2 ประตูอย่าง Mitsubishi Starion มาเป็นพื้นฐาน และพัฒนาระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All Wheel Drive เข้าไป

แต่กลับกลายเป็นว่า ก่อนที่รถจะพัฒนาเสร็จการแข่งขัน Rally Group B กลับถูกยกเลิกไป เนื่องจากในการแข่งขันปี 1985-1986 มีนักขับเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากเกินไป

Mitsubishi จึงต้องปรับเปลี่ยนแผน เอาระบบ AWD ที่พัฒนาขึ้น มาใส่ให้กับรถเก๋งอีกรุ่นของค่ายอย่าง Galant แทน กลายเป็น Galant VR4 และนำรถไปรถแข่งใน Rally Group A แทน

 

Mitsubishi Galant VR4 ในสนามแข่ง Rally

 

การแข่งขัน Rally ของ Mitsubishi ใน Group A ดำเนินไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1988 ไปจนถึงปี 1992

แต่ในช่วงนั้น ดูเหมือนว่าสนามแข่ง Rally นั้น เริ่มมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ทำให้ทุกทีมตัดสินใจนำรถที่เล็กและคล่องตัวกว่าเดิม มาลงแข่งขัน

Ford เอา Escort มาลงแข่งแทน Sierra

Subaru เอา Impreza มาลงแข่งแทน Legacy

Toyota เอา Corolla มาลงแข่งแทน Celica

และ Mitsubishi ก็ได้เอา Lancer มาลงแข่งแทน Galant

เมื่อ Mitsubishi Lancer ถูกพัฒนาเพื่อเป็นรถสำหรับแข่ง Rally แล้ว ตามกฎจำเป็นต้องผลิตรถออกมาขายให้ได้อย่างต่ำ 2,500 คัน ถึงจะแข่งใน Group A ได้

แต่ทางค่ายคิดว่าชื่อ Lancer ไม่สามารถสร้างอิมแพ็คต่อลูกค้าได้มากพอจะบอกว่านี่คือ Lancer ที่ไม่ใช่ Lancer รุ่นธรรมดา แต่เป็น Lancer ที่มี ‘วิวัฒนาการ’ (Evolution) ขึ้นไปอีกระดับ

และนั่นเองจึงทำให้พวกเขาปิ๊งไอเดียขึ้นมา เอาคำว่า Evolution มาต่อท้ายซะเลย และในที่สุดก็กลายเป็น Lancer Evolution ออกมา จากนั้นตำนานก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

 

Mitsubishi Lancer Evolution I

Lancer Evolution I ถือกำเนิดขึ้นในปี 1992

สิ่งที่มันถูกวิวัฒนาการไปจาก Lancer เดิมๆ นั้น หลักๆ ก็คือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์ที่ได้กลายมาเป็นเครื่องระดับตำนานในภายหลัง ถูกอัปเกรดไปเรื่อยๆ จนถึง Evo เจน 9 เลยทีเดียว

ซึ่งเครื่องยนต์ที่ว่านั้นก็คือ รหัส 4G63 ขนาด 2.0 ลิตรช เทอร์โบ แต่ใน Evo I นั้นเครื่องถูกจูนให้แรง 244 แรงม้า แรงบิด 309 นิวตัน-เมตร

Lancer Evo I ถูกวางขายเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น และถูกขายหมด 2,500 คันภายในเวลาไม่ถึง 3 วัน

 

Mitsubishi Lancer Evolution II

 

ต่อมาในปี 1994 Mitsubishi ได้เปิดตัว Lancer Evolution II ออกมา แต่ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากเพราะเป็นการปรับปรุงจาก Evo I เพียงเล็กน้อยในบางจุด

เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ในช่วงล่างให้เบาขึ้น ใส่สปอยเลอร์ที่ใหญ่ขึ้น ใช้ตัวถังรหัสใหม่ที่เบาขึ้นเล็กน้อย ปรับฐานล้อยาวขึ้น 10 มม. และ จูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น 10 แรงม้า เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ ในช่วงที่ Evo II ออกมา Mitsubishi เริ่มที่จะสู้กับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Subaru ไม่ได้แล้วในสนามแข่ง จนเสียฉายาเจ้าแห่งแรลลีไป

ทางค่ายจึงเร่งพัฒนารถให้ดีขึ้น Evo II จึงมีอายุในตลาดเพียงปีเดียว ก่อนที่ Evo III จะเปิดตัวออกมาในปีต่อมา

 

Mitsubishi Lancer Evolution III

 

ปี 1995 Lancer Evolution III ได้เปิดตัวออกมา มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมและพัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิมหลายจุด

รถยังคงใช้ตัวถังเดิม แต่มีการปรับช่องดักลมหน้าให้ใหญ่ขึ้น ช่องระบายอากาศกระจังหน้าใหญ่ขึ้น สเกิร์ตหน้าใหม่ กันชนใหม่ และมีการปรับช่วงท้าย สปอยเลอร์หลังใหม่ให้รถมี Downforce มากขึ้น และ Aerodynamic มากขึ้น

รวมถึงมีการใส่เทอร์โบที่ใหญ่ขึ้นทำให้รถมีแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 270 แรงม้า

 

Mitsubishi Lancer Evolution IV

 

ปี 1996 Evo IV ก็ได้ออกตามมาย พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

Evo IV มีการเปลี่ยนตัวถังใหม่ เทอร์โบใหม่  มีการหมุนองศาเครื่องยนต์กลับหัว 180 องศา เพื่อแก้เรื่องบาลานซ์น้ำหนักของรถ

มีการเพิ่มระบบ Activ Yaw Control หรือระบบควบคุมแรงบิดล้อหลังใส่เข้ามาเป็นรุ่นแรกของโลก ให้รถเข้าโค้งได้ดีขึ้นในความเร็วสูง เครื่องยนต์ก็ถูกปรับให้ปรุงให้แรงขึ้นเล็กน้อยเป็น 276 แรงม้า

และเป็น Evo IV นี่เอง ที่ทำให้ Mitsubishi กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในเวที Rally หลังจากที่เสียท่า Subaru อยู่นาน

 

Mitsubishi Lancer Evolution V

 

ด้วยความยอดเยี่ยมของ Evo IV ทำให้ใน Evo V ที่ออกมาในปี 1998 ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก

นอกจากเพิ่มช่องรับลมให้ใหญ่ขึ้น และปรับเครื่องยนต์ให้มีแรงบิดเพิ่มมากขึ้น

 

Mitsubishi Lancer Evolution VI

 

Evo VI ที่ออกต่อมาในปี 1999 ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก

มีการปรับปรุงแอโรพาร์ทและระบบหล่อเย็นเครื่องให้ดีขึ้นตามมาตรฐานของ FIA ปรับปรุงระบบ Active Yaw Control ให้ดีขึ้น และปรับปรุงอะไหล่ในห้องเครื่องให้ทนทานมากขึ้น

เครื่องยนต์ก็ยังคงมีแรงม้าเท่าเดิม แต่ได้มีการปรับปรุงให้แรงบิดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ในยุคนี้คือยุคที่ Mitsubishi กลับมาเป็นราชาแห่งแรลลีอย่างแท้จริง เพราะได้แชมป์มาถึง 4 สมัยติดต่อกัน โดยผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยคือนักแข่งชาวฟินแลนด์นามว่า Tommi Makimen

ทำให้มีการออก Evo VI รุ่นพิเศษเพื่อเป็นเกียรติให้กับ Tommi ออกตามมาอีกด้วย

(อ่านเพิ่มเติม: เหตุใด “ฟินแลนด์” ประเทศเล็กๆ ที่มีคนแค่ 5 ล้าน จึงสร้างนักแข่งรถระดับโลก ขึ้นมาได้มากมาย..?)

 

Mitsubishi Lancer Evolution VI Tommi Mäkinen Edition

 

Mitsubishi Lancer Evolution VI

 

และในปี 2001 Evo VII ก็เปิดตัวออกมา โดยครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงตัวถังอีกครั้ง มาใช้ตัวถังเดียวกับ Lancer Cedia ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจากเจนก่อนๆ

เครื่องยนต์มีการปรับปรุงระบบไอเสียให้ดีขึ้น และปรับจูนให้มีแรงบิดที่สูงขึ้นอีกครั้งเป็น 385 นิวตัน-เมตร แต่แรงม้ายังคงเท่าเดิม และในเจนนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ได้มีรุ่นเกียร์อัตโนมัติเข้ามาให้เลือก

แต่ก็อยู่ได้แค่เจนเดียวเพราะกระแสตอบรับก็ไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

Mitsubishi Lancer Evolution VIII

 

ปี 2003 Evo VIII ได้เปิดตัวออกมา โดยเป็นครั้งแรกที่ Lancer Evo ถูกนำไปตลาดนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หลายแห่งทั่วโลก และก็ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างมากในอเมริกา

รถมีการปรับปรุงเครื่องยนต์อีกครั้งทั้งก้านสูบ ลูกสูบ ระบบหล่อเย็น และ เทอร์โบใหม่ ให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีกว่าเดิม ในรุ่นนี้มีรุ่นพิเศษออกมามากมาย ทั้งรุ่น RS แบบเกียร์ 5 สปีด และ 6 สปีด ที่ได้ล้อ Enkei และเบาะ Recaro

รุ่น GSR ที่ได้ล้อ Enkei เบาะ Recaro เบรก Brembo พวงมาลัย Momo sports และออปชั่นอีกมากมาย

มีรุ่นพิเศษใหม่ชื่อรุ่น MR (Mitsubishi Racing) ที่มีให้เลือกทั้งเกียร์ 5 สปีด และ 6 สปีด ที่ปรับปรุงช่วงล่างให้ดีขึ้น และได้หลังคาแบบอลูมิเนียมทำให้รถมีศูนย์ถ่วงที่ดีกว่าเดิม

 

Mitsubishi Lancer Evolution VIII MR

 

Mitsubishi Lancer Evolution IX

 

ปี 2005 Evo IX ได้เปิดตัวออกมาโดยยังคงใช้ตัวถังและเครื่องยนต์ตัวเดิม

แต่ได้มีการเพิ่มระบบ MIVEC เข้าไปในเครื่องยนต์ และเปลี่ยนดีไซน์ของเทอร์โบให้ดีขึ้น ผลทำให้เครื่องมีแรงบิดสูงขึ้น ช่วงล่างก็เปลี่ยนใหม่ให้ดีขึ้นเพื่อให้รองรับแรงบิดที่สูงขึ้นด้วย และในโฉมนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ Lancer Evo ถูกดัดแปลงตัวถังเป็นรถวากอนออกมาด้วย

 

Mitsubishi Lancer Evolution IX Wagon

 

 

Mitsubishi Lancer Evolution X โฉมสุดท้าย ก่อนปิดตำนาน

 

ปี 2007 Evo X ได้เปิดตัวออกมา โดยครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ในช่วงเวลานั้น Mitsubishi กำลังเข้าสู่ยุคตกต่ำทางด้านการเงิน ทำให้พวกเขาตัดสินใจตัดงบปิดทีมแข่ง Rally ที่สร้างชื่อมานาน

และเมื่อไม่มีการแข่ง Rally แล้ว นั่นหมายความว่า Lancer Evo โฉมใหม่นี้ก็ไม่ได้มีจิตวิญญานของการเป็นรถเจ้าทางฝุ่นถูกใส่เข้ามาด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวถังของ Lancer ถูกออกแบบจากฝั่งยุโรปแทนที่จะเป็นฝั่งญี่ปุ่นเหมือนรุ่นก่อนๆ รวมถึงได้เปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 4G63 ที่อยู่คู่กับ Evo มาถึง 9 เจน มาเป็นเครื่องรหัส 4B11 แทน

ซึ่งก็ยังเป็นข้อครหามาถึงทุกวันนี้ในหมู่แฟนคลับว่า Evo X นั้น สมควรจะถูกนับเป็น Evo หรือไม่…

 

 

Evo X นั้นถูกลากขายอยู่ในตลาดถึง 9 ปี โดยไม่ได้มีการปรับโฉม ก่อนที่ Mitsubishi จะตัดสินใจยุติการผลิตลงในปี 2016 และหันไปเน้นขายรถ SUV เต็มตัว

ซึ่งก่อนการอำลาตลาด ในปี 2015 นั้นมีการออกรถ Final Edition ออกมาด้วย โดยรถมีแรงม้าเพิ่มมา 12 แรงม้า และออปชั่นอื่นๆ อย่าง ล้อ Enkei เบรก Brembo เป็นต้น และก็เป็นการปิดตำนานของ Lancer Evolution ลงอย่างถาวร

 

 

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของ Lancer Evolution รถที่ครั้งหนึ่งถูกยกให้เป็นราชาแห่งสนามแรลลี และเป็นรถที่คนรักรถนั้นฝันอยากจะได้มันมาขับสักคัน

แต่ก็น่าเสียดายที่การเงินและความนิยมรถที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน ทำให้ Lancer Evolution ต้องหายไป

แต่ไม่แน่ว่า ในอนาคต หากกระแสของความนิยมรถเปลี่ยนไปอีกครั้ง เราอาจจะได้เห็น Lancer Evolution กลับมาสร้างตำนานอีกครั้งก็เป็นได้ คุณคิดอย่างไรกันครับ…?

 

ที่มา: caranddriver, wikipedia, donutmedia

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...