“Lee Iacocca คือบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง เขาทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากมายให้กับ Ford และอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศเรา

Bill Ford พูดถึง Lee Iacocca ซีอีโอผู้ล่วงลับ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 92 ปี

 

Lee Iacocca อาจเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูหลายคนสักเท่าไหร่ แต่เขาก็คือบุคคลที่มีบทบาทสำคัญแห่งวงการรถยนต์ของสหรัฐฯ และเป็นผู้ให้กำเนิดมัสเซิลคาร์ชื่อของ Ford อย่างเจ้าม้าป่า Mustang อีกด้วย

เรียกว่าหากไม่มี Lee Iacocca เราอาจจะไม่มีวันได้รู้จักกับเจ้าม้าป่าคันนี้ก็เป็นได้

แต่การให้กำเนิด Mustang เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งในหน้าสมุดบันทึกของ Lee เท่านั้น

ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายของชายผู้ที่ถูกขนานขนามว่า “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการรถยนต์สหรัฐ” คนนี้

ซึ่งเรากำลังจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกันในบทความพิเศษชิ้นนี้กันครับ…

 

 

การเข้าสู่วงการรถยนต์ของเด็กชายจากครอบครัวผู้ลี้ภัย

Lee Iacocca เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปี 1924 เติบโตมาในครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวอิตาลี ที่เข้ามาอาศัยในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

Lee เข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่ Lehigh University ในรัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนที่จะเลือกเรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมที่ Princeton Universit ในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ดีกรีปริญญาโทด้านวิศวกรรมทำให้เขาได้งานที่ Ford Motor Company ในปี 1946 และเริ่มต้นงานที่นี่ในตำแหน่งวิศวกรในแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์

จากนั้นเจ้าตัวจึงขอย้ายไปทำงานด้านการตลาด โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขายในเมืองฟิลาเดลเฟีย

จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ของ Ford เมื่อปี 1970 ด้วยวัยเพียง 46 ปี

ซึ่งขณะนั้น ตำแหน่งของเขาเป็นรองเพียงหลานชายของผู้ก่อตั้งอย่าง Henry Ford II เท่านั้น

“เมื่อมองย้อนกลับไป ผมเติบโตมาจากครอบครัวผู้ลี้ภัย และในที่สุดผมก็สามารถประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย” Lee Iacocca เขียนไว้ในหนังสือ Autobiography ของเขาที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1984

 

 

ผลงานชิ้นสำคัญของ Lee ในตอนนั้นก็คือ การออกแคมเปญที่เรียกว่า “56 for 56” ซึ่งเป็นกลยุทธที่จะช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น

แคมเปญดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 1956 โดยใครที่สนใจจะเป็นเจ้าของรถ Ford สามรถวางเงินดาวน์ได้ 20% และผ่อนจ่ายเดือนละ 56 ดอลลาร์เป็นเวลา 3 ปีด้วยกัน ซึ่งถือเป็นไอเดียที่ดึงดูดลูกค้าได้อย่างมากในยุคนั้น

นั่นทำให้เขาได้ไต่เต้าไปอีกขั้น โดยการย้ายจากเมืองฟิลาเดลเฟียเข้าสู่สำนักงานใหญ่ของ Ford

นอกจาก 56 for 56 Lee ยังมีอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรถหลายรุ่น

และรถที่ทำให้เขาสร้างชื่อกับ Ford ก็คือม้าป่า Mustang นั่นเอง….

 

Lee กับรถ Ford Mustang ในปี 1974

 

Lee Iacocca หัวหน้าทีมพัฒนาม้าป่า

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณช่วงปลายปี 1950 เศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลพลอยได้ของการเป็นประเทศผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 2

ตลาดรถยนต์เองก็ได้รับผลผลอยได้ด้วยเช่นกัน ค่ายรถในสหรัฐฯ หลายค่ายปล่อยรถรุ่นใหม่ๆ ออกมาเป็นตัวเลือกให้ลูกค้ามากมาย มีทั้งคันใหญ่ที่มาพร้อมกับความหรูหรา ไปจนถึงรถแบบบ้านๆ ธรรมดา

แต่สิ่งที่ขาดหายไปสำหรับตลาดรถยนต์ในสหรัฐขณะนั้นก็คือ รถยนต์ขนาดกลาง สมรรถนะสูง ในราคาประหยัด ซึ่งแน่นอนว่านักการตลาดอย่าง Lee เองก็สังเกตุเห็นช่องว่างตรงนี้ด้วยเช่นกัน

“ผมต้องการพัฒนารถยนต์ที่ให้คุณสามารถขับไปคันทรีคลับในคืนวันศุกร์ได้ และยังเอาไปซิ่งในวันเสาร์ แถมยังใช้ไปโบสถ์ในวันอาทิตย์ได้อีกด้วย” Lee พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Ford Mustang

 

Chevrolet Bel Air ตัวแทนของรถจากยุค 1950

 

Ford Mustang คันแรกเปิดตัวในวันที่ 17 เมษายน 1964 มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 3 สปีด ตั้งราคาจำหน่ายที่ 2,368 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 75,000 บาทด้วยกัน

ถือว่าราคาถูกว่าเครื่องยนต์ 6 สูบที่วางจำหน่าย ณ เวลานั้น

ช่องว่างทางการตลาดที่ Lee มองเห็น มีขนาดใหญ่พอจนทำให้ Mustang ประสบความสำเร็จในทันที พร้อมกวาดยอดขายไปถึง 400,000 คันในปีแรกที่เปิดตัว

ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ Lee คนเดียวเท่านั้นที่สมควรได้รับคำชื่นชม แต่ยังรวมไปถึงทีมวิศวกร และทีมออกแบบด้วยเช่นกัน

(อ่านเรื่องราวของ Ford Mustang เพิ่มเติมที่ เปิดตำนาน 55 ปีแห่ง Ford Mustang ม้าป่าสุดเท่ ผู้ขึ้นแท่นรถคูเป้ขายดีที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน)

 

 

โปรเจกต์ Mustang ส่งผลให้ในปี 1970 Lee ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ของบริษัท และในเวลานี้เองที่ทำให้เขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกับหลานชายของผู้ก่อนตั้งบริษัทอย่าง Henry Ford II

ในช่วงปีแรกๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งคู่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันตั้งแต่เรื่องของบริษัทไปจนถึงเรื่องส่วนตัว

แต่แล้วหลังจากนั้น 8 ปีให้หลัง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากเจ้านายลูกน้องก็กลายเป็นคนที่เกลียดกัน ถึงขนาดที่ Lee เรียก Henry Ford II ว่า “ไอ้ปีศาจ”

 

 

Lee Iacocca กับ Henry Ford II

จุดแตกหักครั้งนี้ มากจากการปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงครั้งใหญ่ใน Ford ช่วงปี 1977-1978

จนนำไปสู่การประกาศไล่ Lee ออกจากตำแหน่งในปี 1978 ปิดฉากตำนานการทำงานกับค่ายยักษ์ใหญ่นานกว่า 32 ปีลง

ซึ่งสาเหตุของการไล่ออกในครั้งนี้คาดว่าน่าจะมาจากไม่ลงรอยกันของทั้งคู่ และทาง Henry Ford II เองไม่พอใจความเย่อหยิ่งของ Lee จนทำให้ควบคุมได้ลำบาก

แน่นอนว่าการสั่งปลดในครั้งนั้นทำให้ Lee โกรธอย่างมาก เขาตอบแทน Henry Ford II ด้วยคำสรรเสริญแบบจัดเต็ม 40 หน้ากระดาษในหนังสืออัตชีวประวัติ

ทั้งเรียก Henry Ford II ว่า “เด็กที่ถูกพ่อแม่ตามใจ” บ้าง บอกว่าหลานชายของผู้ก่อตั้งหวังจะทำการปฏิวัติบริษัทบ้าง หรือบอกว่าเขาเอาแต่สนใจแต่ ไวน์ ผู้หญิง และการร้องเพลงเท่านั้น

ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าทั้งหมดมาจากความโกรธที่ถูกไล่ออกจากบริษัทในครั้งนั้น

 

Lee Iacocca กับ Henry Ford II

 

หลังออกจาก Ford Lee เดินเตะฝุ่นรองเท้ายังไม่ทันจะเปื้อน 2 สัปดาห์ต่อมา เขาเข้ารับงานซีอีโอที่ Chrysler ซึ่งภารกิจที่เขาได้รับก็คือ การพาบริษัท ให้รอดพ้นจากวิกฤติการเงิน ที่กำลังขาดทุนอย่างหนักถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐให้ได้

และต่อจากนี้เอง ตำนานบทใหม่ของ Lee ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแม้ว่า ณ เวลานั้นตัวเขาเองจะเข้าใกล้วันเกษียณแล้วเต็มที

“จริงๆ ผมยังไม่อยากเกษียณตัวเองตอนอายุ 54 หรอกนะ ผมยังไม่อยากถูกขับออกจากวงการรถยนต์หรอก” Iacocca ให้สัมภาณ์ ณ เวลานั้น

 

 

สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ Chrysler

แม้จะขาดทุนอยู่มากจนเกือบล้มละลาย แต่ทันทีที่ Lee เข้ามารับตำแหน่ง เขาก็สามารถพา Chrysler รอดพ้นวิกฤติครั้งนั้นมาได้

แถมในปี 1984 Lee ยังทำให้บริษัทมีกำไรมากถึง 2,400 ล้านเหรียญ

ซึ่งนับหากเวลาแล้ว Lee ใช้เวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น สามารถชุบชีวิตบริษัทที่ต้องพึ่งเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมาอุดหนุนการล้มละลาย ให้กลับมาผงาดได้อีกครั้ง

 

 

ความสำเร็จที่ Chrysler เป็นอีกครั้งที่ Lee แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศในการบริหารของเขา

ในปี 1983 Chrysler ปล่อยรถในกลุ่มของมินิแวนหรือรถตู้ขนาดเล็ก อย่าง Plymouth Voyager กับ Dodge Caravan ออกมา ภายใต้แนวคิดที่ว่า “รถตู้ขนาดเล็กที่ราคาไม่แพง ที่สามารถใช้งานได้มากกว่ารถทั่วไป”

และเมื่อรวมกับการโฆษณาทางทีวีที่ประกาศว่า หากใครที่มาลองขับรถมินิแวนของ Chrysler แล้ว กลับเปลี่ยนใจไปซื้อรถจากค่ายอื่น ทางค่ายจะแถมเงินอีก 50 ดอลลาร์ให้ไปดาวน์รถใหม่ด้วยเลย!!

จึงทำให้ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายอย่างมาก

 

Lee และ Plymouth Vager T-115 รถมินิแวนจาก Chrysler ที่เปิดตัวในปี 1983

 

นอกจากการช่วยกอบกู้บริษัทแล้ว Lee ยังมีส่วนในการเข้าซื้อกิจการของ American Motors Corp. ทำให้ได้ Jeep เข้ามาเป็นส่วหนึ่งของทางค่าย

Lee ใช้เวลาที่ Chrysler นาน 14 ปี ก่อนประกาศเกษียณตัวเองในปี 1992 และหันมาทำงานทางด้านการช่วยเหลือสังคมแทน

สื่อต่างประเทศยกให้ Lee เป็นผู้บริหารที่มีชื่อเสียง และคือบุคคลอันทรงคุณค่าที่สุดคนหนึ่งแห่งวงการรถยนต์สหรัฐอเมริกา….

 

เรียบเรียงโดย: ณฐกร หอมรื่น

ที่มา topgear, bloomberg, biography, Chrysler

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!