เปิดตำนาน “เครื่องยนต์โรตารี่” จากความภูมิใจสูงสุดของ Mazda สู่เทคโนโลยีที่ถูกทิ้ง

เมื่อพูดถึง “เครื่องยนต์โรตารี่” บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่หลายคนก็พลันนึกถึง Mazda ค่ายรถยนต์จากเมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น

เพราะจะกล่าวว่า Mazda คือค่ายรถยนต์เพียงหนึ่งเดียวที่เอาจริงเอาจังกับการพัฒนาเครื่องยนต์ประเภทนี้มากๆ ก็คงไม่ผิดนัก

เครื่องยนต์โรตารี่ สามารถสร้างชื่อให้ Mazda ไปทั่วโลกและกลายเป็นเอกลักษณ์ของค่ายมาจนถึงทุกวันนี้

แต่สุดท้ายแล้วในเวลาต่อมา พวกเขากลับปิดสายการผลิตของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์โรตารี่ไปเสียอย่างงั้น

มาถึงตรงนี้ น่าจะมีสองคำถามเกิดขึ้นมาในหัวของผู้อ่าน

อย่างแรกคือ ทำไม Mazda ถึงรักและเชิดชูเครื่องยนต์โรตารี่มาก??

และคำถามที่สองคือ ทำไมพวกเขาถึงยอมทิ้งเทคโนโลยีที่ค่ายรักและเชิดชูลง??

วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันครับ…

 

แล้วเครื่องยนต์โรตารี่คืออะไร? มาเกี่ยวข้องกับ Mazda ได้อย่างไร

ก่อนอื่น มาทำความรู้จักเครื่องยนต์โรตารี่กัน

เดิมทีเครื่องยนต์โรตารี่ เกิดขึ้นมาในปี 1960 จากวิศวกรชาวเยอรมันนามว่า Felix Wankel ที่ทำงานอยู่กับค่าย NSU Motor (ค่าย Audi ในปัจจุบัน)

สิ่งที่เครื่องยนต์โรตารี่มีแต่เครื่องยนต์ทั่วไปไม่มีนั้น คือน้ำหนักที่เบากว่า และสั่นน้อยกว่า แถมยังแรงมากอีกด้วย ถึงแม้ความจุของกระบอกสูบจะน้อยก็ตาม ทำให้มันกลายเป็นที่สนใจของวงการยานยนต์ทั่วโลกเลยทีเดียว

 

 

เครื่องยนต์โรตารี่

 

แต่เครื่องยนต์ตัวนี้มันยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ เพราะอะไรเราลองไปดูการทำงานของมันกันก่อนครับ

 

การทำงานของเครื่องยนต์โรตารี่

 

เปรียบเทียบกับการทำงานของเครื่องยนต์ทั่วไป

 

จากภาพจะเห็นว่าการทำงานของเครื่องยนต์โรตารี่นั้นเป็นการหมุนด้วยลูกสูบทรงสามเหลี่ยมที่เรียกว่า “โรเตอร์”

และปัญหาคือเมื่อโรเตอร์หมุนไปนานๆ เข้า ผนังรอบๆ ห้องสูบจะเกิดการสึกหรอ จนทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ด้อยลง

 

ภาพขวา: ร่องรอยการสึกของผนังห้องสูบ

 

“โรเตอร์” ที่ทำหน้าที่เหมือนลูกสูบในเครื่องยนต์แบบลูกสูบชัก

 

ในวงการรถยนต์ จึงกล่าวได้ว่าเครื่องโรตารี่จากผู้กำเนิดของมันยังไม่สมบูรณ์นัก จนกระทั่งการเข้ามามีส่วนร่วมของ Mazda …

 

กำเนิดจ้าวแห่งเครื่องยนต์โรตารี่

NSU รู้ดีว่าเครื่องยนต์โรตารี่ยังมีจุดอ่อนให้ไม่สามารถนำมาใส่กับรถยนต์ที่ผลิตขายจำนวนมากได้ พวกเขาจึงเปิดหาพันธมิตรเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้

เมื่อ Mazda รู้ข่าว พวกเขาก็สนใจข้อดีของเจ้าเครื่องยนต์โรตารี่นี้ทันที พวกเขามองว่าเจ้านี่แหละคือเพชรเม็ดงามที่กำลังตามหา

พวกเขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่เยอรมนี เพื่อซื้อลิขสิทธิ์เครื่องยนต์นี้นำไปพัฒนาต่อที่บ้านเกิดญี่ปุ่น

Mazda ได้ทำการรวบรวม 47 วิศวกรหนุ่มระดับหัวกระทิ ก่อตั้งทีม Rotary Engine Research Department ขึ้นมา พร้อมทุ่มเงินเพื่อพัฒนาและวิจัยเครื่องยนต์โรตารี่โดยเฉพาะ

ทั้ง 47 คนได้ถูกขนานนามว่า “ซามูไรทั้ง 47 คน” เพราะพวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจอย่างหนัก ในการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี่ให้สมบูรณ์

ในตอนนั้น Kenichi Yamamoto หัวหน้าของทีมวิจัยได้บอกกับซามูไรทั้ง 47 คน ว่า “นับตั้งแต่วินาทีนี้ เครื่องยนต์โรตารี่จะต้องอยู่ในหัวของพวกนายตลอดเวลา ไม่ว่าจะหลับหรือตื่น”

บ่งบอกถึงความหนักแน่นของ Mazda ที่คาดหวังไว้กับเครื่องยนต์โรตารี่เอาไว้สูงจริงๆ

 

ทีมวิจัยที่ถูกขนานนามว่า “ซามูไรทั้ง 47 คน”

 

ซามูไรทั้ง 47 คนกับการหาวิธีแก้ไขปัญหาของเครื่องโรตารี่

 

แต่การจะทำให้เครื่องยนต์โรตารี่สมบูรณ์ตามที่ใจหวัง ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหารอยสึกหรอจากการหมุนของโรเตอร์ได้เสียที

ในองค์กรณ์ Mazda ตอนนั้นมองว่าพวกเขากำลังเสียเงินและเวลาไปเปล่าๆ

ความกดดันที่ถาโถมใส่ทีมวิจัยก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่สุดท้ายแสงสว่างก็เกิดขึ้นในปี 1963 เพราะในที่สุดทีมวิจัยก็พบทางออกของปัญหา

เมื่อพวกเขาได้ค้นพัฒนาแผ่นซีลเอามาปิดตรงมุมแหลมๆ ของโรเตอร์ที่กระทบกับผนังห้องเครื่อง ด้วยวัสดุอะลูมิเนียม-คาร์บอน

ปรากฏว่าซีลชิ้นนี้ช่วยแก้ปัญหาเดิมไปอย่างหมดจด แม้เครื่องยนต์โรตารี่จะใช้งานไป 100,000 กม. ก็ไม่เกิดการสึกหรอตรงผนังของห้องเครื่องแล้ว

Mazda จึงไม่รอช้า ผลิตรถยนต์โดยใช้เครื่องโรตารี่ออกขายในเวลาต่อมา

 

ยุครุ่งเรื่องของเครื่องยนต์โรตารี่

หลังจากนั้น Mazda ก็เริ่มมีชื่อเสียงในแถบประเทศฝั่งตะวันตก ด้วยเครื่องยนต์โรตารี่ที่มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่พัฒนาขึ้นมาใช้งานได้ในตอนนั้น

รถรุ่นแรกที่ Mazda ติดตั้งเครื่องยนต์โรตารี่เข้าไปและผลิตออกมาขายจำนวนมากคือ Mazda Cosmo Sport ที่ค่ายตั้งใจทำออกมาให้เป็นรถสปอร์ตคันแรงในปี 1967

หลังจากนั้นในปี 1978 รถที่ทำให้พวกเขารุ่งเรืองสุดๆ อย่าง Mazda RX-7 เจนแรกก็ถูกวางจำหน่าย

RX-7 ประสบความสำเร็จสุดๆ เพราะถูกใจขาซิ่งในยุคนั้นอย่างมาก ด้วยเครื่องยนต์โรตารี่ที่นอกจากจะแรงแล้ว ยังมีเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์

ต่อมาไม่นาน Mazda ก็พัฒนาเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น และทำการปล่อย RX-7 เจนต่อๆ ไป ออกมา

 

Mazda RX-7 เจนแรกสุด

 

Mazda RX-7 โฉมสุดท้ายปี 1991-2002

 

ในปี 1991 Mazda ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมา ในการแข่ง เลอมังส์ 24 ชั่วโมง ปี 1991 ด้วยรถแข่งรหัส 787B ที่ติดตั้งเครื่องยนต์โรตารี่ 700 แรงม้า และมีโรเตอร์ทำงานถึง 4 ตัว

การแข่งขันรายการนี้นับว่าเป็นจุดสูงสุดของค่ายรถยนต์เลยก็ว่าได้ เพราะมันคือการแข่งขันอันทรหด

เป็นการวัดว่าเครื่องยนต์จะสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ ในขณะที่รถก็ต้องมีความเร็วควบคู่ไปด้วย

แต่รถรหัส 787B ก็เอาอยู่และสามารถคว้าแชมป์มาให้กับ Mazda ได้ในที่สุด

การคว้าชัยของ Mazda ทำให้พวกเขาเป็นค่ายญี่ปุ่นค่ายแรก และค่ายเดียวที่สามารถคว้าแชมป์ในรายการนี้มาได้ ก็ยิ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับ Mazda ขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ยังทำให้ Mazda ดังเป็นพลุแตกทันทีในแถบยุโรปและอเมริกา ยอดขายรถ RX-7 พุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ ด้วยจุดเด่นที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น ซึ่งก็คือ… เครื่องยนต์โรตารี่ นั่นเอง

จึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมเครื่องยนต์โรตารี่จึงกลายเป็นเอกลักษณ์และถูกเชิดชูจาก Mazda เป็นอย่างมาก

 

รถแข่งรหัส 787B ที่คว้าแชมป์มาให้กับ Mazda

 

โลกที่เปลี่ยนไป จุดจบของเครื่องยนต์โรตารี่

มาถึงจุดนี้หลายคนคงสงสัยว่าแล้วทำไม Mazda ถึงยอมปิดไลน์การผลิตของรถเครื่องยนต์โรตารี่ไปหมดแล้วในปัจจุบัน?

สาเหตุนั้นเกิดจาก “โลกที่เปลี่ยนไป”

หลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ RX-7 ค่ายก็เข็นรุ่นต่อไปอย่าง RX-8 ออกมาวางจำหน่ายในปี 2002 แต่มันก็ต้องถูกปิดไลน์การผลิตไปในภายหลัง

เผอิญว่าในช่วงนั้น ตลาดรถยนต์ของทางยุโรปมีความเข้มงวดมากขึ้นเรื่อง “การปล่อยไอเสีย” จากรถยนต์

มีการกำหนดไว้ว่ารถที่จะวางจำหน่ายในบางประเทศได้ จะต้องปล่อยไอเสียไม่เกินที่กำหนดไว้ ซึ่งเหมือนเป็นการจี้จุดอ่อนของเครื่องยนต์โรตารี่เข้าเต็มๆ

เครื่องยนต์โรตารี่นั้น ถึงแม้ว่าจะมีข้อดีที่น้ำหนักเบา นิ่ง มีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังเป็นเอกลักษณ์ และสามารถลากรอบได้สูงถูกใจขาซิ่ง

แต่จุดอ่อนของมันคืออัตราการกินน้ำมันที่ซดหนักมากๆ รวมถึงค่าไอเสียที่ปล่อยออกมาเยอะอีกด้วย

มันจึงถูกตีตราไว้ว่าเป็น เครื่องยนต์ที่ไม่มีความรักษ์โลก

Mazda จึงพยายามอย่างหนักปรับเครื่องยนต์โรตารี่ให้ลดการปล่อยมลพิษออกมา แต่เครื่องยนต์ก็ต้องสูญเสียความแรงที่เป็นเอกลักษณ์ไป ทำให้แฟนๆ ผิดหวังสุดๆ กับ RX-8 รุ่นใหม่ๆ ที่ปล่อยออกมา

สุดท้ายแล้ว Mazda RX-8 ก็ถูกปิดไลน์ผลิตลงในปี 2011

และเครื่องยนต์โรตารี่ก็ไม่ถูกนำมาใส่ในรถรุ่นใหม่ๆ อีกเลยนับตั้งแต่นั้น…

 

Mazda RX-8 Spirit R รถรุ่นพิเศษที่ Mazda ทำมาส่งท้ายก่อนปิดตำนานซีรีส์ RX

 

“พวกเรายังคงฝันที่จะได้เห็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังโรตารี่”

ประโยคด้านบนคือคำพูดของ Akira Marumoto ซีอีโอคนปัจจุบันของ Mazda ที่ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้กับสื่อต่างประเทศเมื่อช่วงต้นเดือนนี้เอง (*มิถุนายน 2019)

เขากล่าวต่อว่า “แต่สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้มีมากมาย เราจึงต้องวางเรื่องของเครื่องยนต์โรตารี่เอาไว้ก่อน และผมบอกไม่ได้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่”

บทสัมภาษณ์นี้ก็แทบจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าด้วยโลกที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้ Mazda ต้องปรับตัวตาม

 

ถึงแม้พวกเขาจะทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารี่ จนกลายมาเป็นความภาคภูมิใจของค่าย และสร้างชื่อเสียงมาให้อย่างมาก

แต่ในยุคที่โลกกำลังมุ่งไปทางเรื่องของมลพิษ และการประหยัดพลังงาน มากกว่าเรื่องของความแรง

ยุคที่โลกกำลังแข่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า จนสร้างยอดขายมากกว่ารถยนต์เชื้อเพลิงในหลายๆ ประเทศ

เมื่อเครื่องยนต์โรตารี่ไม่เหมาะกับโลกในยุคปัจจุบัน พวกเขาจึงต้องยอมทิ้งเทคโนโลยีอันภาคภูมิใจเอาไว้เบื้องหลังนั่นเอง

 

เรียบเรียงโดย: จิตริน พฤกษางกูร

แหล่งอ้างอิง: Mazda, motor1,

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...