ก่อนหน้า แทบจะไม่มี SUV ให้เราเลือกซื้อในตลาดเลย..

แต่ทุกวันนี้ หากใครกำลังมองหารถในกลุ่ม SUV สักคันล่ะก็ ตัวเลือกที่มีมากมายในตลาดรถยนต์บ้านเรา คงจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ไม่น้อย

ผลการสำรวจจาก JATO Dynamic บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลยานยนต์ระดับโลกเผยว่า ตลาดรถยนต์กลุ่มนี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2018 รถในกลุ่ม SUV มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากถึง 36.4% คิดเป็นยอดขายอยู่ที่ 29.77 ล้านคัน!!

ความนิยมรถยนต์ในกลุ่มนี้สะท้อนออกมาเป็นตัวเลือกที่มากมายอย่างที่เห็น และหากสังเกตดีๆ ยังมีค่ายรถหรูอย่าง Lamborghini, Rolls-Royce หรือ Porsche เอง ก็ปล่อยรถ SUV เพื่อขอแจมส่วนแบ่งจากตลาดที่กำลังโตด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ค่ายรถหรูทุกค่ายที่จะคิดเหมือนกันหมด ซึ่ง McLaren เองคือหนึ่งในค่ายรถที่ไม่เห็นด้วยกับการลุยตลาด SUV และมองว่าการไหลไปตามกระแสนั้นมันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย!?

สถานการณ์ของ SUV ในตลาดโลก ณ เวลานี้เป็นอย่างไร!?

ค่ายรถหรูค่ายไหนที่เข้ามาร่วมแจมบ้าง!?

และความเห็นของ Mcศaren ต่อปรากฎการณ์นี้เป็นอย่างไร!?

บทความนี้คือคำตอบของคำถามทั้งหมดครับ…

 

 

ตลาด SUV โตขึ้นแค่ไหน??

ย้อนไปเมื่อประมาณ 17 ปีที่แล้ว(2002) ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นทั่วโลก รถ SUV ขนาดใหญ่คือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากอัตราการบริโภคน้ำมัน ที่สวนทางกับเงินในกระเป๋าของผู้คน ณ เวลานั้น

ตัวอย่างของผลกระทบที่ว่านี้ก็เช่น การยกเลิกโปรเจกต์ SUV สุดหรูในเครือ GM ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของโลกในตอนนั้น ทั้ง 3 รุุ่นอย่าง Yukon, Suburban, และ Escalade ไปจนถึงการอำลาวงการของ Hummer ค่ายรถอเมริกันที่เน้นทำตลาดรถยนต์กลุ่มนี้

เมื่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยเริ่มดีขึ้น จากรถในกลุ่ม SUV ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่รุ่นในตลาด ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน กลับเพิ่มมากขึ้นชนิดที่ว่ามีการเปิดตัวรุ่นใหม่กันแทบจะทุกปี

ตามรายงานของธนาคารแห่งอเมริกา ในปี 2014 มีรถ SUV ที่ทำตลาดในสหรัฐอยู่ 70 รุ่น

เพิ่มเป็น 96 รุ่นในปัจจุบันปี 2019

และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 149 รุ่นภายในปี 2023

 

Hummer H3

 

ความนิยมของรถ SUV เริ่มกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี 2010 แต่การกลับมาคราวนี้ ไม่ได้มีเฉพาะรถ SUV ขนาดใหญ่แบบในอดีตอีกต่อไป แต่มีการแบ่งกลุ่มย่อยอีกมากเช่น รถ SUV ขนาดเล็ก, ขนาดกลาง, ครอสโอเวอร์

จากผลสำรวจจาก JATO เผยว่าในปี 2018 ยอดขายรถยนต์ SUV ทั่วโลกอยู่ที่ 29.77 ล้านคัน ซึ่งเป็นยอดขายที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มอื่น (โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 1.9 ล้านคัน)

รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า รถ Compact SUV ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยกวาดยอดขายไปได้ถึง 41% จากทั้งหมด

ตามมาด้วย SUV ขนาดกลาง 25% และลำดับสามคือรถ SUV ขนาดเล็กที่ 22%

 

ภาพจาก: jato.com

 

เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศจีนคว้าแชมป์ยอดขาย SUV ที่ 10,353,880 ล้านคัน แม้ยอดขายรถในกลุ่มนี้ที่จะลดลง 3% ก็ตาม ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของสหรัฐที่ 7,745,552 คัน

ตลาดที่กำลังโตนี้ทำให้ค่ายรถจำนวนมากหันมาสนใจ และรวมทั้งค่ายรถหรูหลายๆ ค่าย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดูแคลน SUV ก็ขอมีเอี่ยวกะเค้าด้วยเหมือนกัน…

 

ค่ายรถพรีเมียมขอแจม

นอกจาก Land Rover และ Jeep ที่ทำตลาดรถยนต์กลุ่มนี้อยู่แล้ว นับตั้งแต่ปี 2010 หลัง Porsche เปิดตัว Cayenne ในเจเนอร์เรชั่นที่ 2 มี SUV จากค่ายหรูอีกไม่น้อยที่ทยอยเดินมา

ไม่ว่าจะเป็น Bentley Bentayga ปี 2015 และ Lamborghini Urus กับ Rolls-Royce Cullinan ในปี 2018

แต่ละค่ายก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น Lamborghini Urus ที่ชูจุดรถ SUV แบบสปอร์ตคันแรกของโลก ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตรที่ให้แรงม้าสูงสุดถึง 650 แรงม้า

ส่วน Cullinan จาก Rolls-Royce เองก็ชูจุดเด่นที่ความหรูหรา พร้อมค่าตัวเริ่มต้นที่สูงถึง 32.9 ล้านบาท!!

 

Lamborghini Urus

 

ค่ายจากฝั่งซูปเปอร์คาร์ ไม่ได้มีแค่ Lamborghini เพียงค่ายเดียวเท่านั้น แต่ทาง Ferrari เองก็มีข่าวว่าซุ่มพัฒนาโรปเจกต์ SUV ด้วยเช่นกัน

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของรถปริศนา ที่คาดว่าจะเป็น SUV คันใหม่ของค่ายม้าลำพองออกมา

และล่าสุดพวกเขาก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่า มีแผนที่จะพัฒนารถในกลุ่มนี้จริงๆ พร้อมเตรียมแผนเปิดตัว Purosangue ซึ่งเป็นชื่อของ SUV รุ่นใหมที่เตรียมจะเปิดตัวในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

 

 

อย่างไรก็ตามแม้ Lamborghini และ Ferrari กำลังให้ความสนใจกับกระแสของ SUV แต่ทาง McLaren เองกลับไม่คิดแบบนั้น และไม่คิดจะเข้าสู่ตลาด SUV อย่างแน่นอน

 

“รถ SUV จะทำให้เราเสียตัวตน..”

ธรรมดาของทุกสังคมย่อมมีคนคิดต่าง และในวงการยานยนต์เอง Mclaren ก็คือคนคนนั้น

แม้จะมีข่าวลือว่าทางค่ายเองเตรียมที่จะปล่อยรถยนต์รุ่นใหม่ ที่คาดว่าจะเป็นรถ SUV

แต่ในที่สุดหัวหน้าทีมออกแบบจากค่ายรถหรูจากอังกฤษก็ออกมายืนยันว่า จะไม่มีทางเห็น SUV ติดโลโก้ McLaren อย่างแน่นอน

“ผมตอบได้ง่ายๆ เลยว่า “ไม่” ภารกิจหลักของเราคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้ลูกค้า นั่นหมายความว่าเราจะไม่ยอมเสียจุดยืนนี้

รถในสไตล์ SUV ไม่สามารถทำลูกค้าของเราได้รับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างที่เราหวัง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ตัวเลือกของเรา” Mark Roberts หัวหน้าทีมออกแบบของ McLaren ให้สัมภาษณ์

 

Mark Roberts หัวหน้าทีมออกแบบของ Mclaren

 

นอกทีมออกแบบแล้ว Darren Goddard ผู้อำนวยการฝ่าย Sports Series ของ McLaren ก็ออกมายื่นยันแบบเดียวกัน พร้อมเผยว่า การหันมาทำรถ SUV นั้นเป็นเพียงการไล่หายอดขายเท่านั้น แถมยังทำให้สูญเสียตัวตนอีกด้วย

“ไม่มีอะไรที่น่าพูดถึงสำหรับรถ SUV พวกเขาก็แค่ต้องการเพิ่มยอดขายก็เท่านั้นเอง มันทำให้สูญเสียตัวตน ลองเทียบกันระหว่างรถทั่วๆ ไปกับรถที่ถูกผลิตออกมาแบบพิเศษดูสิ มันต่างกันมากเลยนะ” Goddard ให้สัมภาษณ์

 

อย่างไรก็ตามการให้สัมภาษณ์ของทั้ง Goddard และ Roberts ไม่ได้เป็นแค่ราคาคุยเท่านั้น เพราะแม้ไม่ต้องพึ่งรถ SUV แต่ขายของ McLaren เองก็ถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของกลุ่มรถหรู

โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา พวกเขากวาดยอดขายไปได้ถึง 4,806 คัน มากกว่าทาง Rolls-Royce ที่ทำได้ 4,107 คัน

และเป็นรองเพียง Lamborghini ซึ่งทำยอดขายเป็นประวัติศาสตร์ที่ 5,750 คัน

 

 

แนวทางของ McLaren ในการผลิตรถนั้นค่อนข้างจะชัดเจน เพราะไม่เพียงแค่การปฏิเสธ SUV เท่านั้น แต่ในขณะที่คู่แข่งต่างๆ ต่างมีข่าวเกียวกับซูปเปอร์คาร์พลังไฟฟ้า แต่ทางค่ายกลับไม่มีแผนจพทำอีกด้วย

ซึ่งก็เป็น Goddard คนเดิมที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ซูปเปอร์คาร์ไฟฟ้า (EV) ของพวกเขาจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะหาวิธีที่จะทำให้รถ EV มอบความรู้สึกเหมือนกับขับรถเครื่องยนต์สันดาปฯ ได้

จุดยืนในการผลิตรถของ Mclaren นั้นน่าสนใจไม่น้อย และในอนาคตหากพวกเขายังคงหนักแน่นในจุดยืน ไม่ว่ากระแสโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร..

เราคงจะได้เห็นรถเจ๋งๆ จากค่ายแห่งเกาะอังกฤษรายนี้อีกหลายรุ่น ที่ไม่ไหลตามตลาดเลยก็เป็นได้ครับ

 

ที่มา caranddriver, jalopnik, jato, nytimes, motor1 (2)

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!