แม้คำกล่าวที่ว่า “จีนคือตลาดรถไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก” จะเป็นข้อความที่คุณผู้อ่านเคยผ่านตา และอาจจะไม่ปักใจเชื่อกับประโยคดังกล่าวมากนัก

แต่อย่างนั้นก็ตามตัวเลขและสถิติต่างๆ ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของที่นี่ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่อาจปฏิเสธความจริงด้านนี้ได้เลย

(อ่านเพิ่มเติม: เหตุใดรัฐบาลจีน เตรียมออกนโยบายสวนกระแส ชะลอการเติบโตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ!?)

 

 

ประเทศจีนมีบริษัทสตาร์ทอัพเกิดขึ้นมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นคือ NIO ค่ายน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น

แม้จะเปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่ NIO กลับถูกสื่อต่างประเทศหลายเจ้านำไปเปรียบเทียบกับรุ่นใหญ่อย่าง Tesla จนบางเจ้าขนานนามว่า “TeslaKiller” หรือมองว่าบริษัทจะเบียดค่ายยักษ์ใหญ่ ให้พ่ายแพ้ไปได้เลยทีเดียว

อะไรคือสิ่งที่ทำให้บางคนเชื่อมั่นขนาดนั้น!? และคำกล่าวที่ว่านั้นจะเป็นจริงตามที่หลายคนคิดหรือไม่??

ร่วมหาคำตอบได้ในบทความพิเศษชิ้นนี้เลยครับ…

 

 

ทำความรู้จักกับ NIO กันก่อน

บริษัทสตาร์ทอัพรายนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดย William Li นักธุรกิจหนุ่มชาวจีน โดยเป็นบริษัทเล็กๆ ที่บริหารอยู่ภายใต้บริษัท Weilai อีกทีหนึ่ง

ค่ายรถจากเซียงไฮ้รายนี้ วางตัวเองเป็นรถในระดับหรูแห่งวงการรถยนต์ไฟฟ้า พวกเขาไม่ได้เพียงแค่นำเสนอนวัตกรรมสุดล้ำ และดีไซน์ที่สวยสะดุดตา (เรียกได้ว่าสลัดคราบความเป็นรถจีน กันเลยทีเดียว) เท่านั้น

แต่ยังมาพร้อมกับบริการหลังการขายที่ไม่มีค่ายรถรายไหนกล้าให้ อย่างการรับประกันคุณภาพตลอดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะขับไปนานแค่ไหนก็ตาม (สำหรับรถในรุ่น ES8)

 

William Li CEO ของ NIO

 

การตลาดของ NIO เรียกได้ว่าแทบจะถอดแบบมาจาก Tesla เลยก็ว่าได้

ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายรถผ่านระบบออนไลน์

หรือบริการชาร์จไฟฟรีที่เป็นเหมือนจุดขายของค่ายรถอเมริกันก็จะมีให้เห็นในบริการสำหรับรถของ NIO ด้วย

โดยผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิในการชาร์จไฟฟรีไม่เกิน 2 ครั้งต่อเดือน หรือไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี แต่สามารถอัพเกรดได้ด้วยการซื้อแพคเกจ Worry-free Power Plan

ซึ่งจะเพิ่มบริการชาร์จไฟ หรือสลับแบตเตอรี่ฟรีถึงหน้าบ้าน 15 ครั้ง/เดือน และมีโควตาชาร์จฟรีเดือนละ 1,000 kWh

 

 

เทคนิคการตลาดของ NIO ทำให้พวกเขาเติบโตอย่างมาก และสามารถดึงบริษัทยักษ์ใหญ่มาร่วมลงทุนได้สำเร็จ เพราะมองว่าบริษัทนี้จะมีอนาคต จะสู้กับยักษ์ใหญ่ได้แน่ๆ

จนในที่สุด ช่วงต้นปี 2018 เป็นเวลา 4 ปีหลังจากเปิดบริษัท เจ้ารถ ES8 SUV ขนาด 7 ที่นั่งขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของค่าย ก็ถูกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

 

 

ES8 การแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวของค่ายน้องใหม่รายนี้

NIO ES8  ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 240 kW ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.4 วินาที ทำระยะทางวิ่งได้ไกลสุด 354 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

แถมยังมีเทคโนโลยีไร้คนขับ ซึ่งนำ AI ชนิดเรียนรู้ได้เข้ามาใช้ด้วย เพื่อให้รถสามารถเรียนรู้รูปแบบการขับขี่เองได้

NIO ES8 ตั้งราคาจำหน่ายในประเทศจีนเริ่มต้นที่ 456,000 หยวน หรือประมาณ 2.06 ล้านบาท

ถูกกว่า Tesla Model X ที่วางจำหน่ายในประเทศจีน ตั้งราคาขายที่ 1.2 ล้านหยวน กว่าเท่าตัว

 

NIO ES8

 

Tesla Model X

 

ถัดจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกของทางค่าย ช่วงสิ้นปี 2018 มีรายงานว่า NIO ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กพร้อมเปิดขายหุ้น โดยทำการระดุมทุนในวันเปิดตัวได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าจะต่ำกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้ในตอนแรกคือ 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย

และตลอดปี 2018 หุ้นของ NIO มีมูลค่าการซื้อขายมากถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินราว 240,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

 

 

ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของ NIO เลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นสหรัฐเท่านั้น แต่ทางค่ายยังเปิดตัว NIO ES6 ซึ่งเป็น SUV ขนาดเล็ก ออกมาท้าชนกับ Audi Q5, BMW X3 และ Mercedes GLC 

โดยตั้งราคาขายที่ 52,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 ล้านบาท)

 

NIO ES6

 

การเติบโตอย่างก้าวกระโดด ยิ่งทำให้ NIO กลายเป็นที่สนใจของสื่อมากขึ้น รายการ 60 Minutes รายการข่าวจากสหรัฐอเมริกา ก็ยังเคยทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับพวกเขา

William Li ผู้บริหารของ NIO ไม่ปฏิเสธฉายาที่สื่อยกให้บริษัทของเขาเป็นผู้พิชิต Tesla พร้อมให้สัมภาษณ์ในรายการโดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า

“Tesla ก็เหมือนกับเสื้อผ้าของนางแบบบนแคทวอล์ค มันอาจจะดูสวยงาม แต่เราไม่สามารถใส่ได้ทุกวันหรอก”

และตัวเขาเองก็ยอมรับว่า Tesla เป็นเหมือนกับสาวนางแบบ ส่วน NIO เหมือนสาวข้างบ้าน ที่สวยและเข้าถึงได้ง่ายกว่า

 

 

จากข้อมูลทั้งหมด ประกอบกับการยกเอายอดการผลิตรถของ NIO ซึ่งมีรายงานว่าปีที่ผ่านมาพวกเขาสามารถผลิตรถยนต์ได้มากถึง 10,000 คัน

ในขณะที่ Tesla ไม่ได้มีการเปิดเผยยอดของการผลิตของโรงงานในประเทศจีนออกมาแต่อย่างใด ก็ทำให้บางคนอดสงสัยไม่ได้ว่า Tesla กำลังจะถูกฆ่าด้วยบริษัทน้องใหม่รายนี้หรือไม่

 

แต่ในความเป็นจริง NIO คือ TeslaKiller จริงๆ งั้นหรือ??

แม้ในวันนี้ NIO จะมีมูลค่าบริษัทประมาณ 80,000 ล้านบาท

ขณะที่ Tesla มีมูลค่ากิจการถึง 1.2 ล้านล้านบาท ต่างกันเกือบ 15 เท่า!!

แต่หลายคนก็จับตามองถึงการเติบโตของค่ายน้องใหม่นี้ ว่าน่าสนใจไม่แพ้เจ้าตลาดของอเมริกาเลย

อย่างไรก็ตาม.. มีบทความจากทีมวิเคราะห์ของธนาคาร Berenberg จากประเทศเยอรมนี ที่ได้ชี้ให้เห็นว่า เราควรหยุดเปรียบเทียบ NIO เป็น TeslaKiller ได้แล้ว

เพราะทั้ง 2 บริษัทนั้นไม่ได้แข่งขันกันโดยตรง

ซึ่งจากการวิเคราะห์ของธนาคาร Berenberg สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

– ทีมวิเคราะห์มองว่า NIO ไม่ได้เป็นอุปสรรค์สำคัญของ Tesla เนื่องจากมีข้อจำกัดทางการตลาดอย่างอื่น และสินค้าของทั้ง 2 บริษัทมีความคาบเกี่ยวกันอยู่

 

– ก่อนหน้านี้ที่ราคาของ Tesla แพงกว่าเพราะการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศ แต่หลังมีการเดินสายการผลิตรถรุ่นอื่นๆ ที่โรงงานในเซียงไฮ้จะทำให้ราคาของ Tesla ปรับลงอีก (ซึ่งก็มีการปรับลดไปอีกรอบแล้วจริงๆ)

 

– มีรายงานว่า Baillie Gifford & Co ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Tesla (รองจาก Elon Musk) ก็ถือหุ้นใน NIO ด้วยถึง 11 % ด้วยเช่นกัน เท่ากับว่า พวกเขาจะไม่ยอมให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งตายไปจากตลาดแน่ๆ

 

และถึงแม้ว่าจะไม่มีการรายงานตัวเลขยอดการผลิตของ Tesla ในประเทศจีนเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ Tesla ก็มียอดขายในเมืองจีนถึง 1,750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 8% ของยอดขายทั่วโลก

ซึ่งตัวเลขนี้หากจะคิดเป็นจำนวนรถก็อยู่ที่ประมาณ 20,000 คันด้วยกัน

เท่ากับว่า NIO ก็เติบโตได้ดี และ Tesla ก็ยังเติบโตได้ดี เท่ากับว่า แวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตขึ้น ใครเข้ามาแล้วทำผลงานดี ก็จะคว้าผลประโยชน์กลับไป

คิดแบบนั้นคงไม่ผิดไปจากความจริงนัก

 

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว ตามการวิเคราะห์ของธนาคาร Berenberg จะไม่ได้มีใครแทนใคร แต่ทั้ง 2 บริษัทเป็นเหมือนคู่แข่ง ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นนั่นเอง

พวกเขาอาจจะไม่ใช่ Teslakiller อย่างที่หลายคนคิด

แต่เชื่อเหลือเกินอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ จะเป็นตัวฆ่ารถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Petrol-engine Car Killer ในอนาคต นั้นดูจะมีความเป็นไปได้สูงมากเลยทีเดียว…

 

ที่มา markets.businessinsider, businessinsider, nio, tesla

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!