ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ Nissan หนึ่งในค่ายรถชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น กำลังมีปัญหาภายในองค์กรอย่างมาก หลังจากที่ Carlos Ghosn อดีต CEO ถูกดำเนินคดีทำให้ต้องลงจากตำแหน่ง

ไม่ใช่เฉพาะปัญหาภายในเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยอดขายรถของ Nissan ที่ตกลงอย่างมากในช่วงหลังในหลายๆ ตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศทางฝั่งยุโรป

ทำให้ทีมผู้บริหารชุดใหม่ที่นำโดย Makoto Uchida กำลังหาทางที่จะพลิกให้ Nissan กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเหมือนในอดีต หลังขึ้นรับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

 

Makoto Uchida ซีอีโอ Nissan คนปัจจุบัน

 

ทำให้ล่าสุด มีรายงานออกมาว่า Nissan เตรียมจะปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญในการทำตลาดใน 3 ประเทศหลัก ประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา จีน และ ญี่ปุ่น ให้มีความสำคัญเป็นอันดับ 1

หลังจากนี้ Nissan จะทุ่มเทงบในการวิจัยและพัฒนา (R&D) รถรุ่นใหม่ โดยคำนึงถึงตลาดใน 3 ประเทศหลักก่อน ซึ่งเป็นการจัดลำดับความสำคัญที่จะช่วยให้ลดต้นทุนไปได้อย่างมาก

 

อเมริกา จีน และ ญี่ปุ่น เป็นตลาดที่ Nissan ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

 

แล้วประเทศไทยของเราล่ะ?

ทั้งนี้ สิ่งที่หลายคนกังวลก็อาจจะไม่ต้องห่วงมากว่า Nissan จะลดความสำคัญลง

เพราะในรายงานระบุเอาไว้ว่า Nissan มีแผนจะส่งเสริมการขายในสามประเทศเอเชียให้มากขึ้น ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญในเอเชียที่ทำยอดขายและกำไรให้ Nissan ถึง 90% หากไม่นับจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

หมายความว่า ไทยเรายังเป็นตลาดสำคัญของ Nissan เพราะยอดขายยังถือว่าดี และยังเป็นแหล่งผลิตรถที่สำคัญอีกด้วย เพียงแต่ว่าจะสำคัญรองลงมาจาก 3 ประเทศหลักเท่านั้น ในด้าน R&D

 

ไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Nissan

 

นอกจากลดต้นทุนการวิจัยและพัฒนาในประเทศรองๆ แล้ว Nissan ยังเตรียมปิดโรงงาน 14 แห่ง หนึ่งในโรงงานที่ว่าคือโรงงานที่ประเทศอินโดนิเซีย

รวมถึงปรับกำลังการผลิตทั่วโลกลงจาก 7 ล้านคัน เหลือ 5.5 ล้านคัน เพราะ Nissan ต้องการจะปรับตัวเข้ากับตลาดมากขึ้น ด้วยการเน้นขายเฉพาะรถที่ขายได้ในตลาดนั้นๆ ส่วนรถที่ทำยอดไม่ดีก็จะถอนออกจากตลาดไป

อย่างเช่น ตลาดในยุโรปจะเน้นไปกับการขายรถ SUV อย่างรุ่น Qashqai และ Juke ที่ทำยอดได้ดี

ส่วนทางตะวันออกกลางและแอฟริกา ก็จะโฟกัสไปกับการขายรถออฟโรด SUV รุ่นดังของค่ายอย่าง Nissan Patrol เท่านั้น เป็นต้น

 

จะเน้นเฉพาะรถที่ขายได้ในประเทศนั้นๆ เช่น Nissan Patrol ในตะวันออกกลาง และ แอฟริกา

 

นอกจากนี้ Nissan จะปรับอายุรถในการทำตลาดให้สั้นลงด้วย เช่นในสหรัฐฯ จากเดิมที่ลากขายโฉมเดิม 5 ปี จะลดเหลือ 3.5 ปี

ส่วนที่ญี่ปุ่นจะลดลงเหลือราว 2.5 ปี

 

All-New Nissan Sylphy ที่เปิดตัวแล้วที่จีนและอเมริกา แต่ยังไม่มาไทย

 

แผนที่ว่านี้จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 พฤษภาคมที่จะถึงนี้

ซึ่งกลยุทธ์ที่กล่าวไปนี้ จะทำให้ Nissan กลับมารุ่งเรืองเหมือนในอดีตหรือไม่ คุณคิดอย่างไรกันครับ?

 

ที่มา : reuters

 

Advertisement

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...