หลังจากได้มีการเปิดตัว Nissan Z Proto เจนใหม่ลำดับที่ 7 ของรถสปอร์ต 2 ประตูที่มีชื่อเสียงมายาวนานไปเมื่อเช้าวันที่ 16 กันยายน นั้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง : Official: เปิดตัว Nissan Z Proto สปอร์ตแห่งอนาคต เครื่อง V6 เทอร์โบคู่เกียร์ธรรมดา เตรียมผลิตจริง

 

กระแสโดยรวมที่แฟนๆ มีต่อ Z โฉมใหม่นี้ก็ออกมาค่อนข้างดี จากการที่ Nissan สามารถคงเอกลักษณ์เดิมของรถจากอดีต มาผสมกับความสดใหม่ของรถในยุคปัจจุบันได้ค่อนข้างลงตัว

วันนี้เราจึงอยากจะพาทุกท่านย้อนกลับไปเปิดตำนานเรื่องราวความเป็นมาของ Nissan Z ตั้งแต่เจนแรก มาจนถึงเจนปัจจุบันกันครับ ว่าทำไมรถรุ่นนี้ถึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนอยากได้มาเป็นเจ้าของ!?

 

.

ย้อนกลับไปช่วงยุค 1950 ค่าย Nissan ได้พัฒนารถ Roadster สปอร์ต 2 ประตูเปิดประทุนออกมาขายในต่างประเทศ โดยทำตลาดที่สหรัฐฯ ในชื่อ Datsun Sports

(ส่วนที่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียใช้ชื่อว่า Datsun Fairlady)

Datsun Sports ถูกทำตลาดตั้งแต่ปี 1959-1970 โดยมีออกมา 5 เจน Sports 1000 / Sports 1200 / Sports 1500 / Sports 1600 และ Sports 2000

 

Nissan/Datsun Sports 1000 / Fairlady 1000

 

แต่ถึงอย่างนั้นรถก็ไม่ได้ทำยอดขายได้ดีอะไรมากมายที่สหรัฐฯ เพราะมันยังไม่โดนใจชาวอเมริกันมากเท่าไหร่ทั้งดีไซน์ และปัจจัยสำคัญที่สุดคือความแรง

นั่นทำให้ประธาน Nissan USA นามว่า Yutaka Katayama (Mr.K) เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจในความเป็นรถญี่ปุ่น ที่ถูกชาวอเมริกันปรามาศมาโดยตลอด

เขาอยากสร้างรถรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อตีตลาดรถสปอร์ตในสหรัฐฯ ที่เขาเป็นหัวเรือใหญ่อยู่ให้ได้ เพราะงานนี้มีชื่อเสียง และศักดิ์สรีเป็นเดิมพัน

 

ต่อมา Mr.K จึงรวบรวมทีมชาวญี่ปุ่นล้วนขึ้นมา ด้วยชาตินิยมอย่างแรงกล้า

โดยตั้งโจทย์เอาไว้ว่ารถคันใหม่จะต้องเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูที่มีความแรง ขับสนุก เร้าใจ ราคาไม่แพง ทนทาน และต้องใช้อะไหล่ร่วมกันรถ Nissan คันอื่นๆ ได้

ที่สำคัญ.. รถจากชาวญี่ปุ่นล้วนนี้ ต้องขายคนอเมริกันให้จงได้

และจากความพยายามนั้น ในที่สุดช่วงปลายปี 1969 Nissan Z เจนแรกก็ได้เปิดตัวออกมาสู่สาธารณชน

 

เจน 1 : Datsun/Nissan 240Z / Fairlady Z (S30)

 

Nissan Z โฉมแรกเปิดตัวออกมาโดยใช้ชื่อ 240Z ที่สหรัฐฯ ส่วนที่ญี่ปุ่นใช้ชื่อ Fairlady Z เพื่อสานต่อชื่อของตระกูล Fairlady ต่อ

240Z สเปคสหรัฐฯ มาพร้อมกับขุมพลังเบนซิน 2.4 ลิตร รหัส L24 6 สูบเรียง ให้กำลังสูงสุด 151 แรงม้า

ส่วน Fairlady Z สเปคญี่ปุ่น จะได้เครื่องที่เล็กกว่าเป็น เบนซิน 2.0 ลิตร รหัส L20A 6 สูบเรียง ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า

 

และแล้ว 240Z ก็ทำให้ความตั้งใจของ Mr.K เป็นจริง

เพราะยอดขายที่ออกมาประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยปี 1971-1973 สามารถทำยอดขายไปได้ถึง 135,000 คัน!!

 

 

ต่อมาในปี 1974 รุ่นไมเนอร์เชนจ์อย่าง Nissan 260Z ได้เปิดตัวออกมา พร้อมกับเครื่องใหม่เบนซิน 2.6 ลิตร และมีรถเวอร์ชั่น 2+2 ที่นั่งที่เป็นฐานล้อยาวมาเป็นตัวเลือก

ถัดมาอีกหนึ่งปี ก็มีรุ่นไมเนอร์เชนจ์ออกมาอีกครั้งเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ในชื่อ 280Z ที่มาพร้อมกับเครื่องใหม่ 2.8 ลิตร ให้กำลัง 170 แรงม้า

 

 

เจน 2 : Datsun 280ZX / Nissan Fairlady 280ZX (S130)

 

ปี 1978 ได้มีการเปิดตัว Z โฉมใหม่เจนที่ 2 ออกมา โดยปรับหน้าตาของรถให้ดูโมเดิร์นขึ้น (ในยุคนั้น) และตั้งชื่อใกล้เคียงกับ 280Z ที่เป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ก่อนหน้านี้

นอกเหนือจากเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 6 สูบแล้ว รถได้ถูกปรับใหม่หมด โดยมีการใช้วัสดุที่หรูขึ้นกับภายในเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตขึ้น

 

จากนั้นในปี 1980 ได้มีทางเลือกเครื่องยนต์เทอร์โบมาให้ นอกจากจะเพิ่มกำลังเครื่องแล้ว ยังมีทางเลือกตัวถัง 2 ที่นั่ง และ 2+2 ที่นั่ง รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีดมาเป็นทางเลือกให้ด้วย

เรียกได้ว่า Nissan ต้องการตอบรับกับลูกค้าทุกประเภท

 

280ZX ก็ยังสานต่อความสำเร็จเอาไว้ได้ในด้านยอดขายโดยรถเจนสองนี้ขายไปได้ทั้งหมด 331,000 คัน และยังถูกยกให้เป็น Import Car of the Year หรือรถนำเข้าจากต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 1979

 

 

เจน 3 : Nissan 300ZX (Z31)

 

ปี 1984 ปีนี้เป็นปีที่ Nissan ต้องการจะยุบ Datsun และให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Nissan ทั้งหมด จึงไม่มีการแบ่งชื่อเป็น Nissan/Datsun อีกต่อไป

Nissan 300ZX เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ความเหลี่ยมของรถน้อยลง และเลิกใช้ไฟหน้าแบบกลมเป็นครั้งแรก รวมถึงไฟท้ายที่ดูทันสมัยมากขึ้น รวมไปถึงปรับปรุงภายในให้ดูหรูหราขึ้นกว่าเดิม

ขุมพลังก็ถูกเปลี่ยนมาใช้เครื่อง V6 3.0 ลิตร มีทั้งเวอร์ชั่น NA 165 แรงม้า (รหัส VG30E) และเวอร์ชั่นติดเทอร์โบ 200 แรงม้า (รหัส VG30ET)  มาเป็นทางเลือก

จากการได้เครื่องยนต์ใหม่ที่แรงขึ้น บวกกับความหรูหราที่เพิ่มขึ้นทำให้ Nissan 300ZX กลายเป็นรถในซีรีส์ Z ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย

 

.

 

เจน 4 : Nissan 300ZX โมเดลที่สอง (Z32)

 

ปี 1990 Nissan ได้ออก Z โฉมใหม่หมดมาโดยที่ยังคงใช้ชื่อ 300ZX เหมือนเดิม แต่รายละเอียดของรถถูกเปลี่ยนทุกอย่างยกเว้นเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร รหัส VG บล็อคเดิมเดิม

รถมีการอัปเกรดหลายอย่าง ทั้งเปลี่ยนระบบจากเพลาเดี่ยว SOHC มาเป็นวาล์วแปรผัน DOHC เพิ่มเทอร์โบมาเป็นเทอร์โบคู่ เป็นต้น

ซึ่งก็ส่งผลให้รถแรงขึ้นกว่าเดิมเป็น 222 แรงม้าในรุ่นเครื่อง NA และ 300 แรงม้าในรุ่นเทอร์โบ

 

300ZX โมเดลที่สองนี้ถูกยกให้เป็น Import Car of the Year อีกครั้ง แถมยังคว้ารางวัลอื่นๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป้น Design of the Year และหนึ่งในสิบรถยอดเยี่ยมที่สุดในโลกจาก Car and Driver

 

300ZX Z32 ทำยอดไปได้ 164,170 คัน ที่น้อยลงกว่าเดิมเพราะเนื่องจากราคาของรถนั้นถูกปรับให้สูงขึ้นให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง Chevy Corvette, Porsche 968 และ Acura NSX

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นรถเจนที่ถูกยกว่าเป็นโฉมที่คลาสสิกที่สุดที่อยู่ในยุคเดียวกับ Mitsubishi 3000GT / Toyota Supra / Mazda RX-7

 

.

 

เจน 5 : Nissan 350Z (Z33)

 

หลายๆ อย่างได้เกิดขึ้นกับ Nissan ในช่วงกลางยุค 90s จากการที่เน้นไปกับการทำตลาดรถ SUV ทำให้การพัฒนารถสปอร์ตกลายเป็นเรื่องรอง

จากนั้นก็มาเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นในปี 1999 เมื่อ Renault ได้ซื้อหุ้น 44% ของ Nissan

มีการตั้ง Carlos Ghosn มาเป็นซีอีโอคนใหม่ พร้อมกับเกิดพันธมิตร Renault-Nissan ขึ้น

ท่ามกลางการปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ของ Nissan ไม่มีทีท่าว่า Z รุ่นใหม่จะออกมาเลย เพราะมันไม่ได้สร้างกำไรเท่ารถบ้านยังไงล่ะ..!!

 

จนกระทั่งในปี 2001 Carlos Ghosn ได้ออกมาพูดกับสื่อว่า “เราจะสร้าง Z รุ่นใหม่ขึ้นมา และเราจะทำให้มันสร้างกำไรให้เรา”

และในที่สุดช่วงปลายปี 2002 Nissan 350Z รถโฉมใหม่เจนที่ 5 ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวขึ้น ทันสมัยขึ้น และมีแอโรไดนามิคมากขึ้น

รถมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร NA 287 แรงม้า รหัส VQ ที่ใช้ร่วมกับรถเก๋งและ SUV ตัวท็อปของค่ายในรุ่น Altima และ Murano แต่ถูกจูนมาให้มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดใน Z

ต่อมาได้มี 350Z รุ่นพิเศษออกมาหลายรุ่นเช่น Track Edition / 35th Anniversary Edition / Nismo

จนถึงปี 2008 ที่ 350Z ถูกยุติสายการผลิต ก็ทำยอดไปได้ราว 150,000 คันเฉพาะในสหรัฐฯ

 

 

เจน 6 : Nissan 370Z (Z34)

 

รถเจนที่ 6 ถูกเปิดตัวออกมาในปี 2009 โดยด้านดีไซน์ยังคงใกล้เคียงกับโฉมเดิม แต่ปรับปรุงตัวถังให้ดีขึ้นหลายจุดทั้งใช้วัสดุที่น้ำหนักเบาลง รวมถึงปรับให้รถสั้นและเตี้ยลงจากรุ่นเดิม แต่ความกว้างเพิ่มมากขึ้น

ขุมพลังติดตั้งเป็นเครื่อง V6 3.7 ลิตร 332 แรงม้า รหัส VQ โดยรถมีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ อยู่ที่ 4.7 วินาที ทำให้มันถูกยกให้เป็น Z ที่เร็วที่สุดในตอนนั้น

หลังจากนั้นก็เหมือนกับ 350Z ที่ได้มีรถเวอร์ชั่นพิเศาออกตามมาหลายรุ่น เช่น Nismo และ รุ่น 40th Anniversary Edition ฉลองครบรอบ 40 ปี

และขายลากยาว จนมีรุ่น 50th Anniversary Edition ออกมาในปี 2019 ด้วย

เพราะรถโฉมนี้ถูกลากขายมาจนถึงปี 2020 นี้เลย ทำให้มีอายุในตลาดถึง 11 ปีด้วยกัน!!

 

 

เจน 7 : Nissan Z Proto (Z35)

 

จากปัญหาภายในที่เกิดขึ้นรุมเร้า Nissan อยู่นาน และทำให้ทิศทางของบริษัทนั้นดิ่งลง แถมยังได้เสียงวิจารณ์จากแฟนๆ อย่างหนาหู

ทำให้ในปี 2020 นี้ Makoto Uchida ซีอีโอคนใหม่ต้องการที่จะพลิกฟื้น Nissan กลับมาให้ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตให้ได้

 

ย้อนไปเล็กน้อย ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทาง Nissan ได้เปิดแคมเปญ NissanNext From A-Z ขึ้น

โดยระบุว่าในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า Nissan จะทำการเปิดตัวรถโฉมใหม่-โฉมไมเนอร์เชนจ์ ให้กับรถในไลน์อัพถึง 12 รุ่น และหนึ่งในนั้นก็เซอร์ไพรส์แฟนๆ อย่างมาก เพราะมันคือ “Nissan Z”

และในช่วงเช้าของวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ก็เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Nissan Z Proto รถโฉมใหม่เจนที่ 7 มาสานต่อตำนาน Z

 

รถตั้งใจมาสานต่อตำนานของ Z รุ่นแรก จึงได้รับแรงบันดาลใจมากแบบเต็มๆ

 

ถึงอย่างนั้น Nissan ระบุว่าที่เห็นอยู่นี้ยังเป็นเพียงรถต้นแบบ แต่ก็เป็นต้นแบบที่ใกล้เคียงกับรถเวอร์ชั่นผลิตขายจริงพอสมควร

ซึ่งก็ต้องติดตามกันว่าสเปคและหน้าตาอย่างเป็นทางการของ Nissan Z Proto ที่จะถูกผลิตมาขายจริงจะเป็นอย่างไร

และสุดท้าย มันจะสามารถสร้างชื่อเสียง ดึงดูดลูกค้าสายซิ่งให้ซื้อมันไปเป็นเจ้าของได้มากมาย เหมือนอย่างในอดีตหรือไม่…?

ต้องติดตามกันต่อไปครับ..

 

.

 

ที่มา : caranddriver, automobilemag

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...