สรุปประเด็น: สงครามการค้าญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ กระทบถึง Nissan เตรียมถอนทัพจากแดนกิมจิ

ในช่วงที่ผ่านมา ข่าวสงครามการค้าระหว่างเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ถูกพูดถึงอย่างมาในหน้าสื่อต่างๆ

สถานการณ์ระหว่าง 2 ประเทศกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังญี่ปุ่นประกาศลดปริมาณการส่งออกสารเคมีสำคัญสำหรับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปยังเกาหลีใต้ จนเกิดการโต้ตอบกันไปมา

ซึ่งล่าสุดทางเกาหลีใต้เองได้เตรียมยื่นเอกสารร้องเรียนองค์การการค้าโลก (WTO) เกี่ยวกับการถูกกีดกันทางการค้าจากประเทศญี่ปุ่น และดูเหมือนว่าสงครามการค้าครั้งนี้จะยังไม่จบลงง่ายๆ ด้วย

ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศเป็นที่มาของแคมเปญ “No Selling – No Buying” ของชาวเกาหลีใต้ ที่ออกมารณรงค์ ไม่ซื้อไม่ขายสินค้าจากญี่ปุ่น

ทำเอาบริษัทจากแดนปลาดิบต่างได้รับพิษจากโสมเกาหลีกันไปถ้วนหน้า ไล่ตั้งแต่บริษัทเครื่องสำอาง ไปจนถึงค่ายรถยนต์เลยทีเดียว

ความตึงเครียดครั้งนี้ มีส่วนทำให้ค่ายรถจากญี่ปุ่นหลายค่ายประสบปัญหายอดขายตกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ซึ่งส่งผลต่อเนื่องจนมีข่าวว่า Nissan ต้องพิจารณาถึงการตัวออกจากเกาหลีด้วย!?

เรื่องราวทั้งหมดมีที่มาที่ได้อย่างไร สถานการณ์ของค่ายรถญี่ปุ่นที่เกาหลีใต้เป็นอย่างไร และท้ายที่สุดแล้ว Nissan จะเลิกกินกิมจิหรือไม่

เราได้รวมรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากคุณผู้อ่านแล้วครับ…

 

 

สรุปสงครามการค้าเกาหลี-ญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นถือว่ามีความเปราะบางอย่างมาก ปมความขัดแย้งของทั้งคู่เริ่มต้นมาตั้งแต่การรุกรานและเข้าปกครองเกาหลีใต้ของญี่ปุ่นในปี 1910 จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แม้ในปี 1965 (ประมาณ 20 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด) จะมีการเซ็นสัญญายุติความขัดแย้ง และทางญี่ปุ่นได้มอบเงินเยีวยารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จนทั้ง 2 ประเทศกลายเป็นคู่ค้าที่สำคัญต่อกัน แต่เรื่องดราม่าระหว่างทั้งสองก็ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง

จนกระทั่งปี 2018 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญ ที่มีส่วนต่อสงครามการค้าในครั้งนี้…

 

 

ช่วงปลายปี 2018 ศาลเกาหลีใต้มีคำสั่งให้บริษัทญี่ปุ่น 3 รายคือ นิปปอน สตีล, นาจิ ฟูจิโกชิ คอร์ปอเรชั่น และ มิตซูบิชิ ต้องจ่ายเงินชดเชยต่อชาวเกาหลีที่ถูกบังคับใช้แรงงานทาสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซ้ำอีกครั้ง

ซึ่งทางฝั่งญี่ปุ่นไม่เห็นด้วย และให้เหตุผลว่าข้อพิพาทครั้งนี้ได้ยุติตั้งแต่ปี 1965 แล้ว

แต่ทางศาลเกาหลีใต้กลับบอกว่าเงินที่จ่ายมาเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว เป็นเงินชดเชยระหว่างรัฐ แต่ทั้ง 3 บริษัทยังไม่ได้จ่ายค่าชดเชยต่อผู้เสียหายรายคน

การพิจารณาคดีครั้งนี้ทางฝ่ายญี่ปุ่นมองว่า รัฐบาลเกาหลีตัดสินด้วยความไม่เป็นธรรม ก่อนจะลุกลามไปจนถึงการออกมาตอบโต้ด้วยนโยบายทางเศรษฐกิจ

 

ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น (ซ้าย) และ มุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ (ขวา) ในการประชุม G20

 

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศลดปริมาณการส่งออกสารเคมี 3 ชนิด ที่เป็นสารสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปยังเกาหลีใต้

ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของเกาหลีใต้ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกของเกาหลีใต้ถึง 20%

ท่าทีของรัฐบาลญี่ปุ่นทำให้ชาวเกาหลีใต้ไม่พอใจอย่างมาก ในเดือนเดียวกับที่มีการประกาศมาตรการดังกล่าว มีการติดแฮชแท็ก “Boycott Japan” ซึ่งเป็นผลให้ยอดขาย Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าจากญี่ปุ่นในเกาหลีใต้ลดลงไปถึง 30%

และส่งผลไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บันเทิง รวมถึงยานยนต์ด้วย

 

 

ความไม่พอใจของชาวเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ยอดขายรถของ Toyota และ Honda ตกลงไปมากกว่า 30% ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

แต่ยังไปไกลถึงขนาดที่ว่า มีปล่อยคลิปวิดีโอทุบรถหรูของ Lexus ใจกลางเมืองในเกาหลีใต้ออกมาถึง 2 คลิป และเจ้าของรถหนึ่งในนั้นได้ออกมาบอกว่าเขาจะไม่ขับรถญี่ปุ่นอีกต่อไป แถมยังเชิญชวนคนอื่นให้แบนสินค้าจากญี่ปุ่นด้วย

 

 

สำนักข่าว South China Morning Post ระบุว่าปี 2018 เกาหลีใต้นำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นมากถึง 40,000 คัน ซึ่งนั่นคือมูลค่าสินค้านับหมื่นล้าน ผลกระทบจากการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นในครั้งนี้ ได้สร้างความกังวลอย่างมากต่อค่ายรถจากญี่ปุ่น

และดูเหมือนว่ามันจะเริ่มส่งผลต่อพวกเขาแล้ว….

 

Nissan อาจถอนทัพจากเกาหลีใต้

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2019 สื่อด้านธุรกิจอย่าง Financial Time รายงาน Nissan กำลังตัดสินใจที่จะถอนตัวออกจากเกาหลีใต้ เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น โดยอ้างที่มาจากแหล่งข่าววงใน

นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า การร่วมลงทุนในโรงงานของ Renault Samsung Motors Co ที่กรุงโซล เพื่อเน้นการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกเป็นหลักนั้น ก็ต้องมีอันยุติไป

ยอดขายของ Nissan ในแดนกิมจินั้นยังเป็นรองค่ายรถเจ้าถิ่นอยู่มาก ซึ่งยอดขายตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2019 พวกเขาทำยอดขายไปได้เพียง 3,581 คันเท่านั้น แถมลดลงไปกว่า 27% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

หนำซ้ำผลจากการแบนสินค้าญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา ยังทำให้ยอดขายในเดือนสิงหาคมร่วงไปถึง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2018

โดยทำยอดขายได้เพียงแค่ 58 คันเท่านั้น!!!

 

 

Nissan เกาหลีใต้และญี่ปุ่นปฏิเสธการให้ความเห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจากว่าทาง Nissan เองก็อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจทั่วโลก หลังคดีอื้อฉาวทุจริตเงินในบริษัทของ Carlos Ghosn ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้

ซึ่งหากบริษัทต้องการยกระดับธรรมาภิบาล ปรับลดต้นทุน และเพิ่มผลกำไร ยอดขายที่เกาหลี ณ เวลานี้ อาจเป็นเหตุผลให้พวกเขาตัดสินใจถอนตัว อย่างที่เป็นข่าวได้

 

Carlos Ghosn อดีต CEO ของ Nissan

 

อย่างไรก็ตามเดิมทีค่ายรถจากญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่ขาใหญ่ในแดนกิมจิอยู่แล้ว และยิ่งในสงครามการค้าแบบนี้ยิ่งทำพวกเขาประสบความยากลำบาก

สมาคมผู้จัดจำหน่ายและผู้นำเข้ารถยนต์แห่งเกาหลี (KAIDA) เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกันระหว่างเดือนสิงหาคมปี 2019 และ 2018 ยอดขายรถยนต์นำเข้าจากญี่ปุ่น (ทุกค่าย) ลดลงเหลือเพียง 1,398 คันจาก 3,247 คัน

แต่ในเดือนเดียวกัน รถนำเข้าจากประเทศเยอรมนีกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น และครองส่วนแบ่งการตลาดไปถึง 66.8% ซึ่งนำทีมโดยค่ายตราดาว Mercedes-Benz ที่กวาดยอดขายไปกว่า 6,740 คัน

ซึ่งหากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ อาจจะเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากสำหรับค่ายรถจากญี่ปุ่น ว่าจะต้องงัดไม้เด็ดอะไรเพื่อมารับมือ

หรือถ้ารับมือไม่ได้ ก็อาจจะต้องเลิกทำตลาดไปงั้นหรือ ก็อาจจะเป็นไปได้เช่นกัน… คุณคิดว่าอย่างไรครับ!?

 

ที่มา scmp, reuters,

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!