ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2016 Tesla ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับแผนการระยะยาวแผนที่ 2 หรือ Master Plan, Part Deux

 ซึ่งหนึ่งในใจความสำคัญของแถลงการณ์ในครั้งนั้นก็คือ “การผลิตรถในจำนวนน้อย และจำเป็นจะต้องตั้งราคาให้สูงขึ้น” 

ล่าสุดทาง Elon Musk เองก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง หลังจากมีแฟนคลับถามถึงระยะเวลาที่รถยนต์ราคาแพงของ Tesla กำลังจะมาถึง

พร้อมอธิบายถึงสาเหตุในการดำเนินแผนการกล่าวของพวกเขาด้วย

 

 

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา Elon Musk ได้โพสต์ทวิตเตอร์ ซึ่งเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ของทางค่ายอย่าง Full Self-Driving (FSD) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้

โดยระบุว่ามันสามารถอัพเดทเป็นระบบไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบได้แล้ว และรถทุกรุ่นที่ผลิตในช่วงเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ติดตั้งฮาร์ทแวร์ตัวนี้เข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

FSD ฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ของทาง Tesla ที่รองรับระบบไร้คนขับแบบเต็มรูปแบบ

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ข้อความจาก Elon กลายเป็นข่าวในครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่การอัพเดทเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ตัวใหม่ของทางค่ายเท่านั้น

แต่ยังมีการพูดถึงราคารถที่อาจจะสูงขึ้นจนทำให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ยากขึ้น หลังจากการติดตั้ง FSD กับรถของทางค่ายอีกด้วย

 

 

กระแสข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่แฟนคลับคนหนึ่งได้เข้ามาถาม Elon ว่า ราคารถของ Tesla จะมีการปรับขึ้นหลังจากการติดตั้งฮาร์ดแวร์ตัวนี้ใช่ไหม?? และลูกค้าเองจะมีเวลามากแค่ไหนในการเตรียมตัว

Elon ได้เข้ามาตอบคำถามด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันว่า “ใช่แล้ว”

และอธิบายว่า ราคาที่จะปรับสูงขึ้นนั้นมาจากความสามารถของรถยนต์แบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ จะทำให้รถมีมูลค่าเพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

 

“ใช้แล้ว เพื่อความเข้าใจ ลูกค้ายังสามรถซื้อรถของเราได้อยู่ แต่ราคาของรถจะปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ

ระบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ จะทำให้สามารถใช้งาน Robotaxi ได้ จึงทำให้รถ(แบบมีระบบไร้คนขับ) มีมูลค่าในตัวของมัน มากกว่ารถที่ไม่มีระบบไร้คนขับ” ข้อความจากทวิตเตอร์ของ Elon

 

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ Robotaxi: เหตุใด “แท็กซี่ไร้คนขับ” จะปฏิวัติวงการขนส่ง และ Elon Musk บอกว่าปีหน้าเรามาแน่!! )

 

.

 

มูลค่าจาก Robotaxi ที่เจ้าของ Tesla พูดถึงนั้น หมายถึงเม็ดเงินที่เจ้าของรถจะได้จากการปล่อยรถของตน เพื่อให้บริการดังกล่าว

บริการ Robotaxi จาก Tesla จะเป็นเหมือนกับบริการคาร์แชร์ริ่งรูปแบบหนึ่ง ที่เราสามารถปล่อยรถให้เช่าระหว่างที่เรากำลังทำงาน หรือไม่ได้ใช้รถได้

ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา Telsa ทำนายว่า Robotaxi จะทำกำไรขั้นต้น (gross profit) ได้ปีละ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 924,000 บาท)

และรถหนึ่งคันจะใช้งานได้ 11 ปี นั่นหมายความว่าตลอดอายุการใช้งานของมัน รถจะทำกำไรให้คุณได้ 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10 ล้านบาทเลยทีเดียว

ถ้ามันทำรายได้มากขนาดนั้นได้จริงๆ แสดงว่าราคารถก็ควรเพิ่มขึ้นตามไปด้วยหรือไม่?? นี่คือแนวคิดและคำถามที่พวกเขาวางไว้…

 

 

อย่างไรก็ตามในแถลงการณ์เกี่ยวกับแผนการระยะยาวแผนที่ 2 Tesla ไม่ได้ยืนยันตัวเลขของมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้น ทุกอย่างที่พวกเขาสร้างจะแพงขึ้น

ปัจจุบัน Tesla Model 3 ตั้งราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 31,225 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 964,000 บาท)

ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นในอนาคต เราคงจะได้ทราบกันว่ารถของ Tesla จะปรับตัวขึ้นมากแค่ไหน

 

ที่มา electrek, tesla

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...

นักเขียนแห่ง MagCarZine เว็บไซต์นำเสนอข่าวสารและบทความด้านยานยนต์ จากคนรักรถ ส่งถึงคนรักรถ และทำให้คุณได้รู้ข้อมูลจริงก่อนใคร!!