หากติดตามวงการยานยนต์ หลายคนน่าจะทราบดีว่า Mazda ผู้ผลิตรถยนต์จากเมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่นได้ทำการพัฒนาเครื่องยนต์ตัวใหม่ขึ้นมาสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของพวกเขา

เครื่องยนต์ใหม่ที่ว่านั้นมีชื่อว่า “Skyactiv-X” โดย Mazda ได้นำคาแร็กเตอร์การจุดเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล มาผสมผสานกัน

ผลที่ได้ออกมาคือเครื่องยนต์จะกินน้ำมันน้อยลงอย่างมาก และปล่อยไอเสียออกมาน้อยลง

แต่การกินน้ำมันที่ Mazda เคลมว่าประหยัดมากนั้น จะมากขนาดไหน? ล่าสุดได้มีข้อมูลเผยออกมาแล้ว

 

วิดีโออธิบายการทำงานของ Skyactiv-X

 

เครื่องยนต์ Skyactiv-X นั้นยืนยันแล้วว่าจะถูกติดตั้งมาให้เลือกเป็นรุ่นย่อยของ All-New Mazda 3 โฉมใหม่ปี 2020 อย่างแน่นอน

Skyactiv-X จะเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า

ซึ่งหากนำมาเทียบกับตัว Skyactiv-G ขนาด 2.5 ลิตร 186 แรงม้า ต้องบอกว่าแรงน้อยกว่านิดนึง

แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคืออัตราการกินน้ำมัน ที่ Skyactiv-X ทำได้เหนือกว่ามาก

 

 

มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาจาก Mazda ยุโรปว่า เครื่องยนต์ Skyactiv-X ในรถที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้านั้น จะกินน้ำมันที่ 5.4 ลิตร ต่อ 100 กม. จากการทดสอบตามมาตรฐาน WLTP

เมื่อน้ำผลการทดสอบนี้มาคิดเฉลี่ยกับราคาน้ำมันในประเทศไทยโดยอิงจากน้ำมันเบนซิน 95 ที่มีราคาลิตรละ 27.35 ในปัจจุบัน

เท่ากับว่าเครื่องยนต์ Skyactiv-X ใน Mazda 3 เกียร์ธรรมดานั้นจะกินน้ำมันแค่กิโลละประมาณ 1.5 บาทเท่านั้น!!

นับว่าประหยัดมากสำหรับรถที่มีเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 178 แรงม้า

(ทั้งนี้ อัตรากินน้ำมันจะผันผวนไปมากกว่านี้ตามนิสัยการขับขี่ ระบบเกียร์ ขนาดล้อ และขนาดตัวถัง เป็นการคำนวนคร่าวๆ เท่านั้น)

 

 

แต่ด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ราคาที่ออกมาก็คาดว่าจะไม่ใช่ถูกๆ อย่างแน่นอน

Mazda 3 เครื่องยนต์ Skyactiv-X ตัวเริ่มต้นที่วางขายในประเทศญี่ปุ่น มีค่าตัวเริ่มต้นที่ 3,140,000 เยน หรือราวๆ 9 แสนบาท ซึ่งถ้าหากเข้าไทยคาดว่ามีโอกาสสูงที่จะมีราคาประมาณ 1 ล้าน

และสำหรับ All-New Mazda 3 ในประเทศไทยนั้น คาดว่าจะเปิดตัวภายในปีนี้ แต่เป็นตัวเครื่องยนต์ Skyactiv-G ตัวเก่าที่จะออกมาก่อน

ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ Skyactiv-X นั้น คาดว่าจะตามมาทีหลังในต้นปีหน้าครับ

 

ที่มา: mazda, motor1, autoblog

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...