รู้จักขวัญใจสาวญี่ปุ่น Suzuki Lapin Mode รถคันเล็กน่ารัก แฝงไปด้วยความหรูหรา

แม้จะเริ่มผลิตมาตั้งแต่ปี 2002 หรือนับเป็นเวลา 17 ปีแล้วก็ตาม แต่หากลองไปถามชาวญี่ปุ่นว่าถ้าอยากจะได้รถ K-Car ในสไตล์แฮทช์แบ็คสักคันหนึ่ง

เชื่อว่า Suzuki Lapin ก็คงติดโผมาไม่มากก็น้อย เพราะมันคือหนึ่งในความนิยมที่ยังไม่เสื่อมไปตามกาลเวล

มีผลสำรวจเผยออกมาว่า กว่า 90% ที่เป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ คือคุณผู้หญิง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะ ดีไซน์และความน่ารักของรถคันนี้มันน่าดึงดูดให้เป็นเจ้าของอย่างมาก

 

และเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมาทาง Suzuki ก็เปิดตัว Lapin ตัวใหม่สำหรับปี 2019 ออกมา ในชื่อ Suzuki Lapin Mode

.

 

Suzuki Lapin Mode 2019 ถูกปรับแต่งดีไซน์ด้านนอกเล็กน้อยจาก Suzuki Lapin รุ่นเดิม

โดยค่ายได้เน้นปรับเพิ่มความเป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้น แต่ยังคงความหรูหราและความน่ารักของมันเอาไว้เหมือนเดิม

ส่วนที่ถูกปรับให้แตกต่างไปจาก Lapin รุ่นเดิมนั้น ประกอบไปด้วย

– กระจังหน้าตาข่ายแบบใหม่และมีโลโก้รูปกระต่ายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรุ่น Lapin ติดอยู่ตรงกลาง

– ฝาครอบกระทะล้อทูโทนสีเงิน-ขาว

– มือจับประตูเคลือบโลหะ

– และโลโก้คำว่า Mode ที่ประตูท้ายรถ

 

 

ภายในห้องโดยสารเน้นโทนสีเบจตัดกับเบาะสีน้ำเงินเย็บแบบตะเข็บไขว้ แผงคอนโซลตกแต่งด้วยลายไม้ Herringbone หรูหราและน่ารักเหมาะกับคุณผู้หญิงอย่างมาก

.

 

Suzuki Lapin Mode ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบความจุ 660 ซีซี (ตามแบบฉบับของ Kei Car) ให้กำลังสูงสุด 52 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 63 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT

และด้วยเครื่องยนต์ที่เล็ก ทำให้มันมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 35.6 กม./ลิตร เท่านั้น

 

 

Suzuki Lapin Mode มีสีตัวถังให้เลือกทั้งแบบทูโทน(หลังคาขาว) และโมโนโทน(สีเดียวทั้งคัน)

สีแบบทูโทนประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน, สีฟ้า และสีเบจ

ส่วนสีแบบโมโนโทนประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน, สีเบจ, สีดำ, สีขาว และสีฟ้า

 

.

 

Suzuki Lapin Mode มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่

รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคาจะอยู่ที่ 1,353,240 เยน หรือราวๆ 390,000 บาท

และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาอยู่ที่ 1,452,600 เยน หรือราวๆ 420,000 บาท

 

แม้โอกาสที่จะได้ซื้อในเมืองไทยนั้นเรียกว่ายากถึงยากมาก (ถ้าไม่มีเงินถุงเงินถังจริงๆ) แต่ก็หวังว่าหลายคนที่รู้จักผ่านบทความนี้ ได้เห็นแล้วจะชื่นชอบมันนะครับ…

 

ที่มา: suzuki

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้...